• พฤหัสบดี 20 สิงหาคม 2569 เวลา 18:17 น.

‘พาณิชย์’ ปลื้ม ART UNIVERSE สร้างมูลค่าทะลุ 90 ล้าน

BREAKING NEWS ECONOMY

กรมทรัพย์สินทางปัญญา เผยความสำเร็จ ART UNIVERSE ดึงผู้ชมกว่า 2.8 หมื่นคน สร้างมูลค่าเศรษฐกิจกว่า 90 ล้านบาท ชูแนวคิดเปลี่ยน “งานศิลป์” เป็น “สินทรัพย์” เปิดทางศิลปินไทยเชื่อมตลาด–นักสะสม พร้อมส่งผลงานลุย Kiaf SEOUL 2026 ดันศิลปะไทยสร้างรายได้และต่อยอดสู่เวทีโลก

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา(DIP) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมทรัพย์สินทางปัญญา มีความภาคภูมิใจที่งาน ART UNIVERSE สามารถเป็นพื้นที่เชื่อมโยงศิลปิน ผู้สร้างสรรค์ นักสะสม ผู้ประกอบการ และผู้สนใจงานศิลปะได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยหัวใจสำคัญของการจัดงานคือการแสดงให้เห็นว่า “งานศิลป์” สามารถต่อยอดเป็น “สินทรัพย์” ได้ หากศิลปินมีความรู้ความเข้าใจเรื่องทรัพย์สินทางปัญญา สามารถบริหารจัดการสิทธิ และนำผลงานไปสร้างมูลค่าในรูปแบบต่างๆ ได้อย่างเหมาะสม โดยเฉพาะในยุคที่เทคโนโลยี และ AI เข้ามามีบทบาทต่ออุตสาหกรรมสร้างสรรค์มากขึ้น การคุ้มครองและบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญาจึงเป็นกลไกสำคัญที่จะช่วยให้ศิลปินสามารถรักษาสิทธิและต่อยอดผลงานของตนเองได้อย่างยั่งยืน

นางอรมน กล่าวว่า กรมฯ ได้เนรมิตพื้นที่กว่า 3,000 ตารางเมตร ของ Cloud 11 ให้เป็น “Art & IP Creative Space” พื้นที่สร้างสรรค์ที่เชื่อมโยงศิลปะและทรัพย์สินทางปัญญา เปิดโอกาสให้ประชาชน ศิลปิน นักสะสม และผู้ประกอบการ ได้สัมผัสคุณค่าของงานศิลปะและเรียนรู้แนวทางต่อยอดสร้างมูลค่าทางธุรกิจ ผ่านโซนต่างๆ ประกอบด้วย โซน Trendy Gallery ที่รวบรวมผลงานของศิลปินชั้นครูและศิลปินร่วมสมัยของไทย อาทิ อาจารย์จักรพันธุ์ โปษยกฤต อาจารย์ถวัลย์ ดัชนี อาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ อาจารย์ประเทือง เอมเจริญ รวมถึงผลงานของศิลปินรุ่นใหม่ที่ได้รับความสนใจจากตลาด อาทิ Molly เจ้าของคาแรกเตอร์ Crybaby, MACKCHA เจ้าของคาแรกเตอร์ Chalotte, SUNTUR และ Alex Face สะท้อนให้เห็นถึงความหลากหลายของผลงานศิลปะไทยและศักยภาพในการสร้างมูลค่า ขณะที่โซน Exhibition จัดแสดงผลงานของศิลปินไทยหน้าใหม่ที่ผ่านการคัดเลือกเข้าร่วมโครงการจำนวน 50 ผลงาน ประกอบด้วย งานจิตรกรรม 23 ผลงาน งานประติมากรรม 6 ผลงาน งานภาพพิมพ์ 11 ผลงาน และงานสื่อผสม 10 ผลงาน เปิดพื้นที่ให้ศิลปินได้นำเสนอผลงาน พร้อมสร้างโอกาสในการเชื่อมโยงกับผู้ชม นักสะสม และตลาดศิลปะ

สำหรับ โซน Sculpture ได้นำเสนอผลงานประติมากรรมร่วมสมัยขนาดใหญ่ที่สะท้อนความหลากหลายของรูปแบบและแนวคิดทางศิลปะร่วมสมัย โซน Gallery จัดแสดงผลงานของแกลเลอรีรับเชิญและกลุ่มศิลปินอิสระ เช่น ผลงานจาก Give Me Museum กลุ่มศิลปินตลาดนัดจตุจักร กลุ่มทำงานศิลปะไทยร่วมสมัย และกลุ่มสตรีทอาร์ต ร่วมด้วย โซน Art Story ถ่ายทอดผลงานศิลปะและเรื่องราวสร้างแรงบันดาลใจโดยกลุ่มศิลปินเด็กพิเศษ พร้อมจำหน่ายสินค้าจากงานศิลปะ ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมงานอย่างล้นหลาม 

ด้านโซน Auction Showcase เปิดโอกาสให้ผู้สนใจและนักสะสมได้เข้าถึงผลงานระดับ Masterpieces ที่มีความโดดเด่นและควรค่าแก่การสะสม โดยจัดการประมูลสุดยอดผลงานศิลปะ 12 ชิ้น จากฝีมือของศิลปินระดับบรมครูและศิลปินร่วมสมัยรุ่นใหม่ ได้แก่ อาจารย์จักรพันธุ์ โปษยกฤต, อาจารย์ถวัลย์ ดัชนี, อาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์, อาจารย์ทวี รัชนีกร, อาจารย์ลาวัณย์ อุปอินทร์, อาจารย์เฉลิม นาคีรักษ์, SUNTUR, KARMS, MACKCHA, CRYBABY MOLLY, TEERAPON SISUNG และ CHEESE ARNON โดยสามารถสร้างมูลค่าจากการประมูลรวมทั้งสิ้น 5,045,000 บาท สะท้อนถึงความสนใจของนักสะสมและศักยภาพของผลงานศิลปะไทยในการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ ทั้งนี้ ศิลปินยังได้แสดงเจตนารมณ์ในการนำรายได้ส่วนหนึ่งจากการประมูลบริจาคให้แก่สภากาชาดไทย เพื่อสนับสนุนภารกิจด้านมนุษยธรรมและการช่วยเหลือผู้ประสบภัย ผู้ด้อยโอกาส และประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน

ด้านกิจกรรม Workshop สร้างประสบการณ์ด้านศิลปะ นับเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมไฮไลต์ที่สร้างสีสันและความคึกคักให้กับงานได้เป็นอย่างมาก โดยมีประชาชนและผู้ที่ชื่นชอบงานศิลปะเข้าร่วมกิจกรรม เต็มทุกรอบ อาทิ การวาดเส้นด้วยเทคนิคดินสอขาว โดยอาจารย์ประดิษฐ์ ตั้งประสาทวงศ์ การสอนแกะไม้ โดยอาจารย์ชนาธิป ชื่นบำรุง กิจกรรม Lego Paint และกิจกรรม Paint by Number ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวนอกจากจะช่วยให้ผู้เข้าร่วมงานได้สัมผัสประสบการณ์และเรียนรู้กระบวนการสร้างสรรค์งานศิลปะจากศิลปินและผู้เชี่ยวชาญโดยตรงแล้ว ยังสะท้อนให้เห็นถึงความสนใจของประชาชนที่มีต่องานศิลปะ และการเปิดพื้นที่ให้คนทั่วไปสามารถเข้าถึง เรียนรู้ และมีส่วนร่วมกับงานศิลปะได้อย่างใกล้ชิด

ขณะเดียวกัน บนเวที Main Stage เป็นพื้นที่ถ่ายทอดองค์ความรู้ผ่านกิจกรรมเสวนาจากศิลปินและผู้เชี่ยวชาญด้านทรัพย์สินทางปัญญาและกฎหมายทั้งในและต่างประเทศ เพื่อให้ศิลปินและผู้สร้างสรรค์ตระหนักถึงแนวทางการเปลี่ยนผลงานสร้างสรรค์ให้เกิดมูลค่าในเชิงพาณิชย์ ตั้งแต่การบริหารจัดการลิขสิทธิ์ การสร้างรายได้จากคาแรกเตอร์ ไปจนถึงเรื่อง Resale Right หรือสิทธิในส่วนแบ่งจากการขายต่อผลงานศิลปะ รวมทั้งการรับมือกับความท้าทายจากเทคโนโลยี AI

สำหรับโซนให้คำปรึกษาด้านทรัพย์สินทางปัญญา ได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการและผู้สร้างสรรค์อย่างต่อเนื่องตลอดการจัดงาน โดยผู้เชี่ยวชาญได้ให้คำแนะนำครอบคลุมตั้งแต่การคุ้มครองและบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญา การบริหารจัดการลิขสิทธิ์ การจัดทำสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิ (Licensing) ตลอดจนแนวทางการนำทรัพย์สินทางปัญญาไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ เพื่อช่วยให้ศิลปินและผู้ประกอบการสามารถวางแนวทางในการสร้างสรรค์ คุ้มครอง และต่อยอดผลงานได้อย่างเป็นระบบ นอกจากนี้ ยังมีบูธจากหน่วยงานพันธมิตรด้านกฎหมาย ด้านการลงทุนที่เข้าร่วมให้คำปรึกษาและสนับสนุนผู้ประกอบการอย่างครบวงจร ซึ่งมีส่วนสำคัญในการเสริมสร้างองค์ความรู้และเพิ่มความพร้อมให้แก่ผู้สร้างสรรค์ สามารถนำผลงานไปต่อยอดและพัฒนาเป็นโอกาสทางธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อีกหนึ่งความสำเร็จสำคัญของงาน ART UNIVERSE คือ การประกวดผลงานศิลปะของศิลปินหน้าใหม่ ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี มีผู้ส่งผลงานเข้าร่วมประกวดกว่า 578 ผลงานจากทั่วประเทศ ผลการตัดสิน รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ผลงาน “LOOP” ของศิลปิน Juthamanee Diloksopon รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ ผลงาน “We are made by our past” ของศิลปิน Korn Neeyabhan และรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ ผลงาน “วิถีชีวิตชนบทท้องถิ่นใต้ร่วมสมัย” ของศิลปิน Wannawit Patteep และผลงาน “This Stone Can Save You” ของศิลปิน Apicha Wannakasin โดยได้รับเกียรติจาก ดร.กิริฎา เภาพิจิตร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ เป็นผู้มอบรางวัลให้แก่ศิลปินที่ได้รับรางวัล ท่ามกลางความสนใจจากผู้เข้าร่วมงานทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ สะท้อนถึงศักยภาพของศิลปินไทยและความหลากหลายของงานศิลปะร่วมสมัยที่สามารถดึงดูดผู้ชมได้ทุกเพศทุกวัย

สำหรับศิลปิน Juthamanee Diloksopon ผู้ได้รับรางวัลชนะเลิศจากการประกวดในงาน ART UNIVERSE จะได้รับโอกาสเข้าร่วมงาน Kiaf SEOUL 2026 ณ สาธารณรัฐเกาหลี ในช่วงเดือนกันยายน 2569 พร้อมกันนี้ กรมฯ จะนำผลงานศิลปะของศิลปินไทยอีก 15 ผลงานไปร่วมจัดแสดงในงานดังกล่าวด้วย เพื่อให้ผลงานศิลปะไทยได้เข้าถึงตลาดผู้ชมและนักสะสมต่างประเทศ ตลอดจนให้ศิลปินได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ เรียนรู้ และสร้างเครือข่ายกับแวดวงศิลปะระดับนานาชาติ ซึ่งจะช่วยต่อยอดผลงานและขยายโอกาสของศิลปินไทย รวมทั้งเปิดมุมมองในการพัฒนาผลงานให้สอดรับกับความต้องการของตลาดและบริบทของวงการศิลปะที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ

ทั้งนี้ ตลอดระยะเวลา 10 วันของการจัดงาน ART UNIVERSE ระหว่างวันที่ 7-16 สิงหาคม 2569 มีผู้เข้าชมงานกว่า 28,824 คน ประกอบด้วยนักสะสมงานศิลปะ นักลงทุน ผู้ประกอบการ SME ศิลปิน ตลอดจนประชาชนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยกิจกรรมต่างๆ ภายในงาน ทั้งการซื้อขายผลงานศิลปะ การเจรจาจับคู่ธุรกิจ และการประมูลงานศิลปะ สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจรวมกว่า 90 ล้านบาท สะท้อนศักยภาพและความโดดเด่นของศิลปินไทย ที่สามารถสร้างสรรค์ผลงานคุณภาพเป็นที่ยอมรับในระดับประเทศและระดับสากล

อธิบดีอรมน กล่าวทิ้งท้ายว่า ความสำเร็จของงาน ART UNIVERSE ไม่ได้วัดเพียงจำนวนผู้เข้าชมหรือมูลค่าการซื้อขาย แต่คือ “การสร้างโอกาสให้ศิลปินไทยได้เติบโตอย่างเป็นรูปธรรม” ตั้งแต่การเข้าถึงเครือข่ายนักสะสมและผู้ประกอบการ การเสริมสร้างองค์ความรู้ด้านทรัพย์สินทางปัญญา การต่อยอดผลงานและเปิดประตูสู่ตลาดต่างประเทศ เพื่อสร้างรายได้และโอกาสทางธุรกิจในอนาคต โดยกรมทรัพย์สินทางปัญญาพร้อมเดินหน้าสนับสนุนศิลปินและผู้สร้างสรรค์ไทยอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ “ผลงานศิลป์” ได้รับการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา สามารถสร้างมูลค่า และต่อยอดสู่ตลาดศิลปะระดับโลกได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน.