DIP ผนึก NIA ดันนวัตกรรมสู่เศรษฐกิจไทย

กรมทรัพย์สินทางปัญญา และสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) ลงนาม MOU เดินหน้าส่งเสริมการใช้ทรัพย์สินทางปัญญาเชิงพาณิชย์ สนับสนุนผู้ประกอบการ สตาร์ตอัป และนักวิจัย สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ พร้อมยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันและอันดับดัชนีนวัตกรรมโลก (GII) ของไทย

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา(DIP) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า รัฐบาลมีนโยบายสำคัญด้านการยกระดับเทคโนโลยีและนวัตกรรมสู่การวางรากฐานเศรษฐกิจใหม่อย่างยั่งยืน โดยมุ่งพัฒนาเทคโนโลยีเชิงลึก เพื่อลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ และยกระดับบทบาทของไทยจากผู้ใช้สู่ผู้สร้างสรรค์และพัฒนาเทคโนโลยีในระดับภูมิภาค โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมเป้าหมายที่เป็นจุดแข็งของประเทศ เช่น การเกษตร อาหาร ยาและเวชภัณฑ์จากธรรมชาติ อุตสาหกรรมชีวภาพ เซมิคอนดักเตอร์ เป็นต้น ควบคู่กับการพัฒนาระบบนิเวศที่เอื้อต่อการสร้างสรรค์และต่อยอดนวัตกรรมในทุกระดับ ตั้งแต่การคุ้มครองสิทธิไปจนถึงการนำผลงานออกสู่ตลาด ตลอดจนการเตรียมความพร้อมด้านกำลังคนเพื่อรองรับเทคโนโลยีแห่งอนาคต ท่ามกลางการแข่งขันทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว

ทั้งนี้ ที่ผ่านมากระทรวงพาณิชย์และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมได้ร่วมขับเคลื่อนแนวทางส่งเสริมการนำผลงานนวัตกรรม เทคโนโลยี และทรัพย์สินทางปัญญาไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ พร้อมเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างภาควิจัย ภาคธุรกิจ และภาคการลงทุน เพื่อเร่งผลักดันผลงานนวัตกรรมออกสู่ตลาดและสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรม โดยความร่วมมือระหว่างกรมฯ และ NIA ในครั้งนี้ ถือเป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนนโยบายดังกล่าว ที่จะเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการ นักวิจัย และสตาร์ตอัป สามารถนำทรัพย์สินทางปัญญาไปต่อยอดเชิงพาณิชย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ อันจะนำไปสู่การสร้างธุรกิจมูลค่าสูง และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยในตลาดโลกอย่างยั่งยืน

ภายใต้ MOU ดังกล่าว ทั้งสองหน่วยงานจะบูรณาการการทำงานร่วมกันใน 5 ด้านสำคัญ ได้แก่ (1) ส่งเสริมการสร้างสรรค์และใช้ประโยชน์จากนวัตกรรมและทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ และสนับสนุนการพัฒนาระบบนวัตกรรมแห่งชาติ (2) สนับสนุนผู้ประกอบการธุรกิจนวัตกรรมให้สามารถเข้าถึงการพัฒนานวัตกรรมผ่านการใช้ประโยชน์ทรัพย์สินทางปัญญา รวมถึงการบริการให้ปรึกษาด้านทรัพย์สินทางปัญญาภายใต้กลไกสนับสนุนของ NIA (3) ร่วมส่งเสริมการใช้ประโยชน์ฐานข้อมูลสิทธิบัตรเพื่อวิเคราะห์แนวโน้มเทคโนโลยีและนวัตกรรมในภาคอุตสาหกรรม พร้อมเผยแพร่ข้อมูลเชิงลึกแก่ผู้ประกอบการ เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจทางธุรกิจและการลงทุนด้านนวัตกรรม (4) พัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านนวัตกรรมและทรัพย์สินทางปัญญา ผ่านการจัดอบรม สัมมนา และกิจกรรมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้กับผู้เชี่ยวชาญทั้งในและต่างประเทศ เพื่อสร้างบุคลากรคุณภาพรองรับเศรษฐกิจฐานนวัตกรรม และ (5) ร่วมผลักดันการยกระดับอันดับของประเทศไทยในดัชนีนวัตกรรมโลก (Global Innovation Index: GII) เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนในเวทีสากล

ด้าน ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ กล่าวว่า NIA ให้ความสำคัญกับการสร้างความเข้มแข็งแก่ผู้ประกอบการนวัตกรรมตลอดทุกช่วงของการเติบโต โดยทรัพย์สินทางปัญญา ถือเป็นกลไกสำคัญในการสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันและเพิ่มมูลค่าให้แก่นวัตกรรม ความร่วมมือกับกรมทรัพย์สินทางปัญญาในครั้งนี้จะช่วยเสริมศักยภาพผู้ประกอบการในระบบนิเวศนวัตกรรมของ NIA ให้สามารถบริหารจัดการและใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินทางปัญญาได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมทั้งสนับสนุนการผลักดันแนวทาง IP Finance เพื่อให้ทรัพย์สินทางปัญญาสามารถต่อยอดเป็นสินทรัพย์ทางธุรกิจ ผ่านการประเมินมูลค่าทรัพย์สินทางปัญญา (IP Valuation) และการนำไปใช้เป็นหลักประกันทางการเงินหรือเข้าถึงแหล่งทุนได้ง่ายขึ้น อันจะช่วยเร่งการเติบโตของธุรกิจนวัตกรรม ดึงดูดการลงทุน และขยายโอกาสสู่ตลาดสากลได้อย่างยั่งยืน

สำหรับรายงาน GII ประจำปี พ.ศ. 2568 ประเทศไทยถูกจัดลำดับดัชนีนวัตกรรมอยู่ที่อันดับ 45 จาก 139 เขตเศรษฐกิจทั่วโลก และอยู่ในอันดับที่ 4 ของภูมิภาคอาเซียน ถัดจากสิงคโปร์ มาเลเซีย และเวียดนาม ซึ่งในภาพรวมไทยยังคงถูกจัดอยู่ในกลุ่มประเทศที่มีผลผลิตด้านนวัตกรรมสูงกว่าระดับการพัฒนาทางเศรษฐกิจ (Innovation Overperformers) โดยมีผลงานโดดเด่นในด้านการยื่นคำขอรับอนุสิทธิบัตรและการส่งออกสินค้าสร้างสรรค์ สะท้อนถึงศักยภาพในการต่อยอดต้นทุนทางวัฒนธรรมไปสู่มูลค่าทางเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่ง MOU ฉบับนี้จะเป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนสำคัญในการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับระบบนิเวศนวัตกรรมของไทย และสนับสนุนการยกระดับอันดับ GII ของประเทศให้ดียิ่งขึ้น
ทั้งนี้ กรมทรัพย์สินทางปัญญาพร้อมเดินหน้าสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานด้านนวัตกรรมทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และเครือข่ายพันธมิตรที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด เพื่อเร่งผลักดันให้ผลงานวิจัย เทคโนโลยี และทรัพย์สินทางปัญญาของไทย สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ และยกระดับศักยภาพทางการแข่งขันในเวทีโลกได้อย่างยั่งยืน.






