พาณิชย์–เอกชน ถกแผนก่อนเยือนสหรัฐฯ ดันค้า-ลงทุนไทยสู่ตลาดโลก

กระทรวงพาณิชย์หารือหอการค้าไทย เตรียมท่าทีร่วมก่อนนำคณะเยือนสหรัฐฯ 3–6 พ.ค.นี้ มุ่งขยายความร่วมมือการค้า-การลงทุน เจรจา FTA และยกระดับผู้ประกอบการ-เกษตรกรไทยแข่งขันเวทีโลก

เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2569 นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานการหารือระหว่างกระทรวงพาณิชย์และสภาหอการค้าไทย โดยมีนางสาวกิริฎา เภาพิจิตร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ นางนงนุช เพ็ชรรัตน์ ผู้แทนการค้าไทย นายวีระพงศ์ ประภา ผู้แทนการค้าไทย และดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์และคณะผู้บริหารหอการค้าไทย เข้าร่วม ณ ห้องกิติยากรณ์วรลักษณ์ ชั้น 4 สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์

การหารือครั้งนี้มุ่งเน้นประเด็นสำคัญ ได้แก่ สถานการณ์การค้าไทย–สหรัฐอเมริกาล่าสุด ความคืบหน้าการเจรจาความตกลงการค้าเสรี (FTA) ไทย–สหภาพยุโรป (EU) และไทย–สหราชอาณาจักร (UK) กรอบ FTA สำคัญ และยุทธศาสตร์ประเทศคู่ค้าของไทย ตลอดจนการยกระดับผู้ประกอบการไทยในภาคเกษตรและอาหารให้สามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก
ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นและหารือแนวทางการบูรณาการท่าทีร่วมกันระหว่างภาครัฐและเอกชน เพื่อสนับสนุนการทำงานและขับเคลื่อนนโยบายด้านการค้าไทยอย่างเป็นเอกภาพและมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ มีกำหนดนำคณะเดินทางเยือนสหรัฐอเมริกา ระหว่างวันที่ 3–6 พฤษภาคม 2569 เพื่อเข้าร่วมงาน 2026 SelectUSA Investment Summit ร่วมกับภาคเอกชนไทย โดยมีเป้าหมายสำคัญในการแสวงหาคู่ค้าการลงทุนใหม่ ขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจ และหารือด้านการเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ควบคู่กับการส่งสัญญาณเชิงบวกต่อสหรัฐฯ ถึงความมุ่งมั่นของไทยในการดูแลและคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา

นอกจากนี้ ยังมีกำหนดหารือกับสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) เพื่อตอกย้ำความคืบหน้าการดำเนินการตามข้อกังวลตามมาตรา 301 ภายหลังจากที่ไทยได้ยื่นคำชี้แจงต่อสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 15 เมษายน 2569 รวมถึงการหารือกับ USABC และ USCC ซึ่งเป็นนักลงทุนรายสำคัญในไทย เพื่อส่งเสริมและอำนวยความสะดวกด้านการลงทุนระหว่างกัน ตลอดจนเป็นสักขีพยานในการลงนามความร่วมมือทางธุรกิจ (MOU) กับพันธมิตรในสหรัฐฯ สะท้อนความเชื่อมั่นของภาคเอกชนไทยต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ และความเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ของทั้งสองประเทศ.






