พาณิชย์ดึงค้าส่งค้าปลีกทั่วไทย ลุย ‘ไทยช่วยไทย’ ลดราคาสินค้าจำเป็นสูงสุด 50%

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ผนึกห้างค้าส่งค้าปลีกท้องถิ่นทั่วประเทศ เปิดโซนพิเศษจำหน่ายสินค้า “ไทยช่วยไทย” ลดราคาสินค้าอุปโภคบริโภค 20-50% ช่วยบรรเทาค่าครองชีพ พร้อมเปิดช่อง SMEs กระจายสินค้า สร้างรายได้และขยายตลาด

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า(DBD) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ‘ไทยช่วยไทย’ นอกจากเป็นการจับมือระหว่างกระทรวงพาณิชย์ กับ ห้างค้าส่งและค้าปลีกสมัยใหม่ (Modern Trade) ที่มีเครือข่ายครอบคลุมทั่วประเทศ และผู้ผลิต/ผู้จัดจำหน่าย (Supplier) กว่า 20 ราย ลดราคาสินค้าที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน กว่า 3,000 รายการ ยังรวมถึงห้างค้าส่งค้าปลีกในส่วนภูมิภาคทั่วประเทศเข้าร่วมจำหน่ายสินค้าไทยช่วยไทย ซึ่งห้างค้าส่งค้าปลีกในส่วนภูมิภาคได้นำสินค้ามาจำหน่ายในราคาลดพิเศษเฉลี่ย 20 – 50% รวมกว่า 1,000 รายการ เช่น สินค้าอุปโภค : สบู่ แชมพู ผงซักฟอก ยาสีฟันฯ และ สินค้าบริโภค : ข้าวสาร น้ำตาล น้ำปลา น้ำมันพืช ซอสปรุงรส บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป อาหารกระป๋อง มาร่วมจำหน่าย โดยได้จัดซุ้มจำหน่ายสินค้าไทยช่วยไทยเป็นกาลเฉพาะเช่นเดียวกับห้างโมเดิร์นเทรด

ทั้งนี้ ห้างค้าส่งค้าปลีกท้องถิ่นจะเป็นที่คุ้นชินและเข้าใจความต้องการของพี่น้องประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างดี สินค้าไทยช่วยไทยที่นำมาจำหน่ายจึงสามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคท้องถิ่นได้อย่างตรงจุด นอกจากนี้ ยังมีสินค้าอุปโภค-บริโภคประจำถิ่นจากผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในพื้นที่มาร่วมจำหน่ายในราคาพิเศษด้วย ส่งผลให้มีประชาชนในพื้นที่เข้ามาเลือกซื้อสินค้าอย่างต่อเนื่อง ซึ่งช่วยลดภาระค่าครองชีพให้กับประชาชน และยังเป็นช่องทางการกระจายสินค้าให้กับผู้ประกอบการชุมชนและสินค้าโอทอปที่ผลิตในพื้นที่ได้อีกด้วย

อธิบดีพูนพงษ์ฯ กล่าวต่อว่า เมื่อวันศุกร์ที่ 17 เมษายน 2569 ได้ลงพื้นที่ จ.ขอนแก่น และ จ.อุดรธานี เพื่อตรวจราคาสินค้าและสถานการณ์การจับจ่ายใช้สอยสินค้าไทยช่วยไทยในส่วนภูมิภาค และพบปะพูดคุยรับฟังข้อเสนอแนะต่างๆ จากผู้ประกอบการค้าส่งค้าปลีกท้องถิ่น เพื่อนำมาพัฒนาอุตสาหกรรมค้าส่งค้าปลีกท้องถิ่นให้มีความเข้มแข็งยิ่งขึ้น
ห้างค้าส่งค้าปลีกแรกที่ตรวจเยี่ยม คือ บริษัท เกียรติสินโฮลเซล จำกัด ต.บ้านไผ่ อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น เป็นห้างขายส่งสินค้าอุปโภค-บริโภคขนาดใหญ่ เป็นกิจการของคนไทย 100% และเป็นห้างค้าส่งที่ได้รับการพัฒนาจากกระทรวงพาณิชย์ มีเครือข่ายที่เป็นร้านค้าปลีกและร้านโชห่วย ประมาณ 1,200 ร้านค้า ครอบคลุมจังหวัดขอนแก่น และเป็นห้างที่รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จากการพูดคุยพบว่า ห้างฯ ได้นำสินค้าไทยช่วยไทยและสินค้าท้องถิ่นมาจำหน่าย โดยได้จัดซุ้มไทยช่วยไทยขนาดใหญ่เป็นกาลเฉพาะ มีการวางแผนกลยุทธ์ที่เน้นลูกค้าและตลาดในท้องถิ่นเป็นสำคัญ ทำให้ลูกค้าที่เป็นร้านโชห่วยและพี่น้องประชาชนในพื้นที่มีความพึงพอใจและซื้อสินค้าไทยช่วยไทยอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังเป็นพี่เลี้ยงให้ร้านโชห่วยที่เป็นเครือข่าย ทำให้มีลูกค้าที่เป็นร้านค้าปลีกเพิ่มขึ้น โดยมั่นใจว่าสินค้าไทยช่วยไทยจะช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าของพี่น้องประชาชนในท้องถิ่นได้อย่างแน่นอน

หลังจากนั้น ได้เดินทางไป จ.อุดรธานี เพื่อตรวจเยี่ยมห้างเซฟมาร์ท (บริษัท อึ้งเซ้งเฮง (1994) จำกัด) ซึ่งเป็นร้านค้าส่งค้าปลีกต้นแบบของกระทรวงพาณิชย์ มีร้านค้าปลีกสาขาในจ.อุดรธานี 12 สาขา และมีสมาชิกเครือข่ายที่เป็นร้านค้าปลีกกว่า 300 ร้านค้า โดยห้างเซฟมาร์ทเป็นร้านที่รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ผู้ถือบัตรฯ สามารถนำบัตรฯ มาซื้อสินค้าไทยช่วยไทยได้ และด้วยราคาสินค้าไทยช่วยไทยที่มีส่วนลดราคาพิเศษเฉลี่ย 20 – 50% ส่งผลให้ผู้ถือบัตรฯ สามารถเลือกซื้อสินค้าที่มีความจำเป็นในชีวิตประจำวันได้เพิ่มมากขึ้น (ในวงเงินเท่าเดิม) ขณะที่ ผู้ที่ไม่มีบัตรฯ ก็สามารถซื้อสินค้าได้เพิ่มมากขึ้นด้วยเช่นกัน จากการพูดคุยกับผู้ประกอบการพบว่า ประชาชนในพื้นที่ทยอยเข้ามาจับจ่ายซื้อสินค้าไทยช่วยไทยอย่างต่อเนื่อง ห้างฯ ได้จัดซุ้มไทยช่วยไทยเป็นพิเศษ เพื่ออำนวยความสะดวกพี่น้องประชาชนให้สามารถเลือกหาและเลือกซื้อสินค้าฯ ได้โดยสะดวก และได้กำชับให้พนักงานของห้างฯ คอยเติมสินค้าไทยช่วยไทยตลอด ไม่ให้ชั้นวางสินค้าว่างโดยเด็ดขาด พร้อมทั้งบอกว่าไทยช่วยไทยเป็นสินค้ามีราคาที่ถูกกว่าปกติสูงสุดถึง 50% ฉะนั้นเงินในกระเป๋าที่มีอยู่จึงมีมูลค่าเพิ่มมากขึ้น (ซื้อสินค้าเพิ่มขึ้นในวงเงินเท่าเดิม) เป็นการช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพได้จริง

ค้าส่งค้าปลีกร้านสุดท้ายที่เข้าตรวจเยี่ยมในครั้งนี้ คือ ตั้งงี่สุน ซูเปอร์สโตร์ (บริษัท ตั้งงี่สุนซูเปอร์สโตร์ จำกัด) อ.เมือง จ.อุดรธานี เป็นอีกร้านหนึ่งที่รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ผู้ประกอบการบอกว่า ตั้งงี่สุน ซูเปอร์สโตร์ คนในพื้นที่รู้จักเป็นอย่างดี ปกติทางห้างฯ มีการจัดโปรโมชันสินค้าราคาพิเศษอย่างต่อเนื่อง เมื่อเข้าร่วมจำหน่ายสินค้าไทยช่วยไทยกับกระทรวงพาณิชย์จึงได้นำสินค้ามาจำหน่ายในราคาพิเศษแบบลดแล้วลดอีก ครั้งแรกที่ได้ยิน ‘ไทยช่วยไทย ลดภาระ ลดค่าครองชีพ’ จากสื่อประชาสัมพันธ์และโซเชียลมีเดียของกระทรวงพาณิชย์ รู้สึกสนใจต้องการเข้าร่วมจำหน่ายสินค้าไทยช่วยไทยด้วย เพราะมีความพร้อมในทุกด้าน ที่สำคัญ เมื่อเข้าร่วมจำหน่ายสินค้าไทยช่วยไทยแล้ว สามารถช่วยลดภาระค่าครองชีพให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ ยิ่งมีความสนใจเป็นพิเศษ เมื่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้าชวนเข้าร่วมจำหน่ายสินค้าไทยช่วยไทย จึงตอบรับโดยไม่ลังเล และเมื่อเข้าร่วมจำหน่ายสินค้าแล้ว ยิ่งมั่นใจว่าสินค้าไทยช่วยไทยช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชนได้จริง ฉะนั้น ห้างฯ จึงสรรหาสินค้าคุณภาพดีราคาพิเศษเข้ามาเป็นสินค้าไทยช่วยไทย เพื่อให้สินค้าไทยช่วยไทยเกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ให้ได้มากที่สุด เพราะมีความผูกพันและรู้จักคนในพื้นที่ รวมถึงร้านค้าโชห่วยรายย่อยเป็นอย่างดีอยู่แล้ว
ธุรกิจค้าส่งค้าปลีกท้องถิ่นเป็นธุรกิจพื้นฐานที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากของประเทศให้เกิดการหมุนเวียน เกิดการจ้างงานในชุมชน เป็น ‘ภูมิคุ้มกันด้านเศรษฐกิจ’ ที่จะเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้เศรษฐกิจท้องถิ่นสามารถขับเคลื่อนไปได้ ดังนั้น ห้างค้าส่งค้าปลีกท้องถิ่นที่เข้าร่วมจำหน่ายสินค้าไทยช่วยไทยจึงช่วยลดภาระ ลดค่าครองชีพ และเพิ่มเงินในกระเป๋าให้ประชาชนในท้องถิ่น ท่ามกลางสถานการณ์ทางเศรษฐกิจที่มีความผันผวนในปัจจุบัน ธุรกิจค้าส่งค้าปลีกจึงเป็นภูมิคุ้มกันด้านเศรษฐกิจและเป็นเสาหลักที่สำคัญให้คนในท้องถิ่นได้เป็นอย่างดี อธิบดีพูนพงษ์ฯ กล่าวทิ้งท้าย.






