ดัน ‘ปลากะพงสองน้ำสมุทรปราการ’ ขึ้น GI เจาะตลาดพรีเมียม ยกระดับเศรษฐกิจท้องถิ่น

กรมทรัพย์สินทางปัญญา ขึ้นทะเบียน GI สินค้าประมงอัตลักษณ์ “ปลากะพงสองน้ำสมุทรปราการ” หนุนเพิ่มมูลค่าและเสถียรราคา เดินหน้าขยายตลาดทั้งใน-ต่างประเทศ พร้อมเชื่อมท่องเที่ยวเชิงอาหาร สร้างรายได้หมุนเวียนสู่ชุมชนอย่างยั่งยืน

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา(DIP) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า “ปลากะพงสองน้ำสมุทรปราการ”GI น้องใหม่ของเมืองปากน้ำ จังหวัดสมุทรปราการ นับเป็นสินค้าประมงอัตลักษณ์ที่สะท้อนความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศและทรัพยากรได้อย่างแท้จริง โดยมีแหล่งเพาะเลี้ยงในอำเภอบางบ่อ อำเภอเมืองสมุทรปราการ และอำเภอพระสมุทรเจดีย์ ซึ่งเป็นพื้นที่ราบลุ่มชายฝั่งทะเลอ่าวไทย มีความชื้นสูงและฝนตกชุก อีกทั้งมีแม่น้ำเจ้าพระยาและลำคลองไหลผ่านกว่า 63 สาย ส่งผลให้น้ำในพื้นที่มีลักษณะเป็นทั้งน้ำจืดในช่วงฤดูฝนและน้ำกร่อยในช่วงฤดูร้อน เอื้อต่อการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ โดยเฉพาะปลากะพงขาวที่เจริญเติบโตได้ดีในระบบสองน้ำ

ผู้ประกอบการในพื้นที่จะทำการเพาะเลี้ยงปลากระพงในบ่อดินที่อยู่ใกล้กับแหล่งน้ำจืดและน้ำกร่อยตามธรรมชาติ เพื่อให้ปลาสามารถว่ายน้ำและหาอาหารได้อย่างอิสระ ทำให้ปลาไม่เครียด ช่วยพัฒนาระบบกล้ามเนื้อและการเผาผลาญพลังงานของปลาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ผลผลิตมีคุณภาพดี โดยมีลำตัวอ้วน มีปริมาณเนื้อมาก เนื้อขาวแน่น นุ่ม ให้รสหวาน ไม่คาว และไม่มีกลิ่นโคลน ซึ่งปลาที่มีอายุตั้งแต่ 5 เดือนขึ้นไปจะมีน้ำหนักประมาณ 0.5 กิโลกรัมต่อตัว และสามารถเติบโตจนมีน้ำหนักมากถึง 18 กิโลกรัม เมื่อมีอายุประมาณ 36 เดือน ทั้งนี้ ผลผลิตที่เป็น GI ครอบคลุมทั้งรูปแบบปลากะพงสด ปลากะพงแช่แข็ง (แบบทั้งตัวและแบบตัดแต่งเป็นชิ้น) และปลากะพงแดดเดียว ซึ่งมีเนื้อแน่น มีไขมันแทรกตามธรรมชาติ เมื่อนำไปทอดจะมีกลิ่นหอม รสชาติกลมกล่อม กรอบนอกนุ่มใน สะท้อนเอกลักษณ์และมาตรฐานคุณภาพของปลากะพงสองน้ำสมุทรปราการได้อย่างชัดเจน

นางอรมน กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันมีผู้ประกอบการปลากะพงสองน้ำสมุทรปราการในพื้นที่กว่า 166 ราย ผลิตปลาจำหน่ายภายในประเทศเป็นหลัก ในปริมาณกว่า 4,467 ตันต่อปี ขายได้ราคาเฉลี่ย 120 บาทต่อกิโลกรัม สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจสูงถึง 536 ล้านบาทในปี 2568 โดยปลากะพงสองน้ำสมุทรปราการนับเป็นสินค้า GI รายการที่ 4 ของจังหวัด ต่อจากมะม่วงน้ำดอกไม้คุ้งบางกะเจ้า ปลาสลิดบางบ่อ และมะม่วงน้ำดอกไม้สมุทรปราการ ซึ่งล้วนเป็นสินค้า GI ที่สะท้อนอัตลักษณ์และภูมิปัญญาท้องถิ่นได้อย่างโดดเด่นทั้ง 4 สินค้าช่วยสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้กว่า 850 ล้านบาทต่อปี ทั้งนี้ กลไกการคุ้มครองและควบคุมคุณภาพ GI จะช่วยยกระดับมูลค่าสินค้า เพิ่มความน่าเชื่อถือและสร้างโอกาสทางการตลาดให้แก่เกษตรกรและผู้ประกอบการในพื้นที่ ตอกย้ำศักยภาพสินค้าอัตลักษณ์ท้องถิ่น และเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้เศรษฐกิจการค้าภายในจังหวัดเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน

อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กล่าวย้ำว่า หลังจากขึ้นทะเบียน GI แล้ว กรมฯ จะเดินหน้าส่งเสริมการพัฒนามาตรฐานและควบคุมคุณภาพการผลิตปลากะพงสองน้ำสมุทรปราการอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคผ่านการใช้ตรา GI และระบบตรวจสอบย้อนกลับ เพื่อคุ้มครองชื่อเสียงและอัตลักษณ์ของสินค้าที่เชื่อมโยงกับแหล่งภูมิศาสตร์ พร้อมส่งเสริมการใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ ด้วยการขยายช่องทางการตลาดทั้งในและต่างประเทศ จัดหาช่องทางจำหน่ายสินค้าผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ โมเดิร์นเทรด งานแสดงสินค้าระดับประเทศและระดับนานาชาติ เพื่อผลักดันสินค้าเข้าสู่ตลาดพรีเมียมและกลุ่มผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อสูง พร้อมเชื่อมโยงการท่องเที่ยวเชิงอาหาร โดยใช้เสน่ห์วิถีชุมชนดึงดูดนักท่องเที่ยว นอกจากนี้ กรมฯ ยังมุ่งเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนประมง ทั้งในด้านมาตรฐานการผลิต การบริหารจัดการผลผลิตและการตลาดสินค้ามูลค่าสูง ควบคู่กับการผลักดันการคุ้มครอง GI ในต่างประเทศที่เป็นตลาดศักยภาพ เพื่อต่อยอดโอกาสทางการค้าและสร้างรายได้หมุนเวียนให้กับเศรษฐกิจท้องถิ่นในระยะยาว.

Login

Welcome! Login in to your account

Remember me Lost your password?

Lost Password