DRT ครบ 40 ปี ตอกย้ำ ‘จุดแกร่ง’ วัสดุก่อสร้าง เร่งเกมรุก! ปรับกลยุทธ์สู้เศรษฐกิจผันผวน

ผลิตภัณฑ์ตราเพชร ชูจุดแข็งแบรนด์–ช่องทางจำหน่าย–ทีมบริหารมืออาชีพ พร้อมฐานะการเงินแข็งแรง เดินหน้าปรับกลยุทธ์เชิงรุก ขยายตลาดรัฐ–ต่างประเทศ มั่นใจรักษาความสามารถแข่งขันและเติบโตท่ามกลางความท้าทายปี 2569
บริษัท ผลิตภัณฑ์ตราเพชร หรือ DRT ตอกย้ำศักยภาพและความแข็งแกร่งของธุรกิจตลอดระยะเวลา 40 ปี จากการพัฒนาผลิตภัณฑ์และกลยุทธ์อย่างต่อเนื่อง พร้อมยืนยันความพร้อมในการก้าวข้ามความท้าทายทางเศรษฐกิจในปี 2569 โดยอาศัยจุดแข็งด้านช่องทางจัดจำหน่ายที่ครอบคลุม สินค้าและบริการที่หลากหลาย การยอมรับในแบรนด์ “ตราเพชร” ทีมบริหารมืออาชีพ และฐานะการเงินที่มั่นคง

นายสาธิต สุดบรรทัด ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ผลิตภัณฑ์ตราเพชร จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ภาพรวมอุตสาหกรรมวัสดุก่อสร้างและตกแต่งในปีนี้ยังเผชิญแรงกดดันจากหลายปัจจัย ทั้งการขยายตัวของเศรษฐกิจที่ชะลอลง ภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ยังอยู่ในช่วงรอการฟื้นตัว ความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงิน รวมถึงภาระหนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูง ส่งผลต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคโดยรวม
อย่างไรก็ตาม DRT ยังมีความเชื่อมั่นว่าศักยภาพและโครงสร้างธุรกิจที่แข็งแกร่งจะช่วยให้บริษัทสามารถบริหารความเสี่ยงและรักษาการเติบโตได้ โดยตลอด 40 ปีที่ผ่านมา บริษัทได้สร้างจุดแข็งสำคัญ ได้แก่ เครือข่ายการจัดจำหน่ายที่ครอบคลุมทั้งร้านค้าตัวแทนจำหน่าย โครงการอสังหาริมทรัพย์ ห้างค้าปลีกวัสดุก่อสร้างสมัยใหม่ และตลาดต่างประเทศ ความพร้อมของทีมผู้บริหารที่มีประสบการณ์สูง ตลอดจนการพัฒนาสินค้าและบริการจากการจำหน่ายวัสดุก่อสร้าง ไปสู่การนำเสนอ “โซลูชัน” แบบครบวงจร ตั้งแต่หลังคา พื้น บันได ไปจนถึงผนัง พร้อมการรับประกันคุณภาพที่สร้างความเชื่อมั่นให้แก่ลูกค้า
ขณะเดียวกัน บริษัทให้ความสำคัญกับการสื่อสารการตลาดอย่างต่อเนื่อง การปรับตัวเชิงกลยุทธ์ให้สอดรับกับสถานการณ์ และการบริหารฐานะการเงินอย่างรัดกุม สะท้อนจากนโยบายจ่ายเงินปันผลสม่ำเสมอ การควบคุมอัตราหนี้สินต่อทุนในระดับเหมาะสม และกระแสเงินสดที่มั่นคง

สำหรับ แผนรับมือในปี 2569 DRT เตรียมเดินหน้ากลยุทธ์เชิงรุก โดยขยายฐานลูกค้าไปยังตลาดงานภาครัฐมากขึ้น ควบคู่กับการเปิดตัวกลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ อาทิ ไม้สังเคราะห์ Diamond XTruShield WPC สำหรับงานภายนอก ฉนวนกันความร้อน AIR COOL หลังคายูพีวีซี AIROOF กลุ่มสินค้าเพื่อสุขภาวะและประหยัดพลังงาน รวมถึง สินค้าในกลุ่ม SPC Solutions สำหรับงานภายในอาคารที่ตอบโจทย์ด้านความทนทานและการใช้งาน
นอกจากนี้ บริษัทยังเพิ่มความเข้มข้นในการทำงานเชิงรุกของทีมขาย เพื่อสร้างความใกล้ชิดกับลูกค้า ควบคู่กับการขยายตลาดต่างประเทศ เพื่อรักษาอัตราการเดินเครื่องจักรเฉลี่ยให้อยู่ในระดับ 70–80% ตลอดปี ตอกย้ำเป้าหมายในการรักษาความสามารถในการแข่งขัน และการเติบโตอย่างมั่นคงท่ามกลางสภาพเศรษฐกิจที่ยังมีความผันผวน.






