เอกชนประเมินส่งออกข้าวไทย ปี’68 เหลือ 7.5 ล.ตัน หลังอินเดียทวงคืนตลาดข้าวขาว

“สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย”คาดการณ์การส่งออกข้าวไทยในปีนี้ ไว้ที่ 7 ล้าน 5 แสนตัน หดจากปีก่อนกว่า 2 ล้านตัน เหตุเพราะอินเดียหันมาส่งออกข้าวขาวแข่ง ขณะที่สถานการณ์การค้าข้าวของไทยปีนี้ เริ่มเห็นผลกระทบทั้งในด้านราคาและปริมาณการส่งออกข้าวแล้ว

นายชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย กล่าวว่า จากการคาดการณ์ของ กระทรวงเกษตรสหรัฐอเมริกา หรือ USDA ถึงปริมาณผลผลิตข้าวของโลกในปี 2568 ที่มีสูงกว่า 532 ล้านตันข้าวสาร และมากกว่าปี 2567 ประมาณ 10 ล้านตัน โดยเฉพาะอินเดียที่ผลิตเพิ่มถึง 8 ล้านตันข้าวสาร คาดว่าทั้งปีจะมีผลผลิตข้าวออกมาสูงถึง 145 ล้านตันข้าวสาร และการกลับมาส่งออกข้าวตลาดปกติของอินเดียในปีนี้ คาดว่า อินเดีย จะมีมากถึง 22 ล้านตัน จากปีที่แล้วส่งออกเพียง 17 ล้านตัน ซึ่งข้าวที่หายไปก็คือการไม่ส่งออกข้าวขาวนั่นเอง
ขณะที่ USDA คาดว่า ไทยจะส่งออกข้าวในปีนี้ได้ราว 7 ล้าน 5 แสนตัน เป็นคาดการณ์เดียวกับที่ผู้ส่งออกคาดไว้ที่ 7.5 – 7.6 ล้านตัน ส่วนหนึ่งเป็นเพราะอินเดียกลับมาส่งออกข้าวขาว ทำให้ไทยน่าจะส่งออกข้าวชนิดนี้ได้เพียง 3.6 ล้านตัน จากปีที่แล้วส่งออกได้ 5.4 ล้านตัน ขณะเดียวกัน ยังมีปัจจัยเสี่ยง จากราคาข้าวไทยที่อยู่ในระดับสูง ทำให้แข่งขันได้ยาก โดยปัจจุบัน ราคาข้าวขาว 5% เฉลี่ย 415-419 เหรียญสหรัฐต่อตัน แต่เวียดนามขายอยู่ที่ประมาณ 393 เหรียญสหรัฐ รวมทั้ง อัตราแลกเปลี่ยนที่ผันผวน นโยบายความมั่นคงทางอาหารของแต่ละประเทศ และการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ ทั้งนี้ ไทยส่งออกข้าวตั้งแต่ต้นปี จนถึงวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2568 ได้ปริมาณ 1 ล้าน 1 แสนตัน ลดลง 32% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเฉพาะข้าวขาว ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ถึง 57%

ด้าน ร้อยตำรวจโท เจริญ เหล่าธรรมทัศน์ นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย กล่าวว่า ราคาข้าวในประเทศที่ลดลงในขณะนี้ มาจากการที่ชาวนาปลูกข้าวเพิ่มขึ้น เพราะมีแรงจูงใจจากราคาข้าวที่ดีต่อเนื่องในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา รวมทั้งปริมาณน้ำในเขื่อนดี มีเพียงพอที่จะปลูกข้าวนาปรัง ส่งผลให้ปริมาณข้าวเยอะ อีกทั้งผลผลิตข้าวในประเทศผู้ผลิตข้าวสำคัญก็มีเพิ่มขึ้น แต่การค้าขายข้าวในโลกไม่โต ทำให้ผลกระทบเรื่องราคา และเป็นเหมือนกันทั่วโลก แต่การแข่งขันหลังจากนี้ จะขึ้นอยู่กับราคาและคุณภาพของสินค้าเป็นหลัก
โดยราคาข้าวขาว ปัจจุบันอยู่ที่ 8,000 กว่าบาทต่อตัน เป็นราคาในช่วง 2 ปีก่อนหน้าที่อินเดีย ยังไม่ระงับการส่งออกข้าวขาว และสิ่งที่เป็นปัญหาในขณะนี้ คือ ชาวนาไทย มีต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ซึ่งหากภาครัฐ ต้องการช่วยเหลือแบบชั่วคราว สามารถทำได้ แต่ต้องไม่แทรกแซงเรื่องราคา เพราะจะกระทบทุกส่วน รวมทั้งดูแลอัตราแลกเปลี่ยนไม่ให้แข็งค่าเกินไป หรือ ให้มีเสถียรภาพไม่แกว่งตัว รวมทั้งยังต้องติดตามนโยบายการขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นตลาดข้าวหอมมะลิที่สำคัญของไทย โดยหากขึ้น 10% ข้าวไทย ราคาจะขึ้นไปอีกตันละ 100 เหรียญสหรัฐ
อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญคือ การช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตให้กับชาวนาไทยแข่งขันได้ในระยะยาว โดยเฉพาะการดูแลต้นทุนการผลิต และการพัฒนาพันธุ์ข้าวให้ได้ผลผลิตต่อไร่สูงขึ้น จากปัจจุบัน ผลผลิตข้าวไทย ต่ำที่สุดในโลก เพียง 450 กิโลกรัมต่อไร่ ขณะที่เวียดนาม ผลิตได้ 800 กิโลกรัมต่อไร่ จีน 900 กิโลกรัมต่อไร่ และสหรัฐ ผลผลิตสูงถึง 1 ตันต่อ 1 ไร่ เพราะให้ผลกระทบลดลงเมื่อราคาข้าวในตลาดลดลง ถือเป็นเรื่องที่รัฐบาลควรกลับมาให้ความสำคัญมากที่สุด.