• อาทิตย์ 23 สิงหาคม 2569 เวลา 07:59 น.

คลัง การันตี! ปัญหาธนาคารพาณิชย์ในสหรัฐ หลายแห่งระส่ำ ไม่กระทบประเทศไทย

BREAKING NEWS ECONOMY HEADLINE NEWS

กระทรวงการคลัง เผย กรณี ธนาคารพาณิชย์ในสหรัฐ หลายแห่ง ประสบปัญหาฐานะทางการเงิน จนต้องปิดตัวและ ทำให้ ธนาคากลาง ต้องเข้าควบคุม ไม่ส่งผลกระทบต่อประเทศไทย

วันที่ 13 มี.ค.2566 นายพรชัย ฐีระเวช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า จากที่ธนาคารพาณิชย์ในประเทศสหรัฐเมริกา ได้ประสบปัญหาฐานะทางการเงิน และหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องต้องเข้าควบคุมเพื่อแก้ไขปัญหานั้น กระทรวงการคลังได้ติดตามสถานการณ์ดังกล่าวและประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อประเทศไทยอย่างใกล้ชิด

หลังจากสัปดาห์ที่ผ่านมา ธนาคารพาณิชย์หลายแห่งในประเทศสหรัฐอเมริกา ประสบปัญหาฐานะทางการเงิน โดยธนาคาร Silicon Valley หรือ Silicon Valley Bank (SVB) ซึ่งเป็นธนาคารพาณิชย์ระดับภูมิภาค (Regional Bank) ที่มีสินทรัพย์ประมาณ 7.35 ล้านล้านบาท หรือ มีขนาดสินทรัพย์สูงสุดเป็นอันดับที่ 16 ของประเทศสหรัฐอเมริกา ได้ถูกควบคุมโดยภาครัฐเมื่อวันที่ 10 มี.ค. 2566 เพื่อเข้าสู่กระบวนการแก้ไขปัญหาเนื่องจากมูลค่าสินทรัพย์ที่ลดลงจากอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นและประสบภาวะขาดทุนจากกลยุทธ์ในการบริหารสินทรัพย์ของธนาคาร

ซึ่งนอกจาก SVB แล้ว ธนาคาร Silvergate และธนาคาร Signature ที่เป็นธนาคารพาณิชย์ให้บริการเกี่ยวกับ Cryptocurrencies เป็นหลัก ได้ประสบปัญหาฐานะจากราคา Cryptocurrencies ที่ลดลง โดยธนาคาร Silvergate ปิดตัวลงเมื่อวันที่ 8 มี.ค. 2566 และธนาคาร Signature ถูกควบคุมโดยหน่วยงานภาครัฐ เพื่อแก้ไขปัญหาฐานะเมื่อวันที่ 12 มี.ค. 2566 ซึ่งปัญหาฐานะของธนาคารทั้งสองแห่งดังกล่าวส่งผลกระทบต่อตลาด Cryptocurrencies

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 12 มี.ค. 2566 หน่วยงานภาครัฐในประเทศสหรัฐอเมริกาที่เกี่ยวข้องได้แก่ ธนาคารกลาง (Federal Reserve: FED) กระทรวงการคลัง (Treasury Department) และ องค์กรค้ำประกันเงินฝาก (Federal Deposit Insurance Corporation: FDIC) ได้ร่วมกันแถลงข่าวเพื่อเพิ่มความมั่นใจให้แก่นักลงทุนและผู้ฝากเงินว่าภาครัฐมีมาตรการรองรับหากระบบสถาบันการเงินประสบปัญหาสภาพคล่อง เช่น Bank Term Funding Program เป็นต้น และแนวทางการแก้ไขปัญหาฐานะของ SVB และธนาคาร Signature จะไม่ส่งผลกระทบต่อผู้ฝากเงิน รวมทั้งจะไม่ใช้เงินงบประมาณในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว

ในเบื้องต้น กระทรวงการคลังประเมินว่าเหตุการณ์ดังกล่าวยังไม่ส่งผลกระทบต่อประเทศไทยโดยตรง เนื่องจากสถานการณ์ดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมเทคโนโลยีของประเทศสหรัฐอเมริกาในระยะสั้น แต่ไม่ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมอื่น ๆ หรือระบบการเงินของประเทศสหรัฐอเมริกา อย่างไรก็ดี กระทรวงการคลังและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะติดตามสถานการณ์ดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง และมีความพร้อมที่จะดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อรักษาเสถียรภาพระบบการเงินของประเทศไทยให้มีความเข้มแข็งต่อไป

โฆษกกระทรวงการคลังกล่าวเพิ่มเติมว่า “ระบบสถาบันการเงินไทยยังมีความมั่นคงและมีเสถียรภาพ และประเทศไทยมีระบบการคุ้มครองเงินฝากที่มีความเข้มแข็ง พร้อมรองรับสถานการณ์ที่มีความผันผวน ในการนี้ประชาชนจึงไม่ควรตื่นตระหนกว่าสถานการณ์ดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อระบบสถาบันการเงินของประเทศไทยแต่อย่างใด” นายพรชัย กล่าว.