กระทรวงอุตสาหกรรมแจงข้อกล่าวอ้าง QR Code ดันราคาแผงโซลาร์เซลล์จาก 4 เป็น 12 บาทต่อวัตต์ คลาดเคลื่อนข้อเท็จจริง ย้ำเป็นระบบตรวจสอบคุณภาพและความปลอดภัย เผยมีผู้ได้รับอนุญาตตาม มอก. 61730 แล้วกว่า 300 ราย คาดการแข่งขันช่วยลดราคาตามกลไกตลาด

นายเดชา จาตุธนานันท์ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะโฆษกกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ตามที่มีการเผยแพร่ข้อมูลผ่านสื่อสังคมออนไลน์และเวทีเสวนาแห่งหนึ่ง โดยกล่าวอ้างว่า แผงโซลาร์เซลล์ในประเทศไทยที่มีเครื่องหมาย มอก. มีราคาสูงถึง 12 บาทต่อวัตต์ เมื่อเทียบกับราคาตลาดโลกที่ 4 บาทต่อวัตต์ โดยระบุสาเหตุว่าเกิดจากข้อบังคับของสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ที่กำหนดให้ต้องทำสายการผลิตแยก เพื่อพิมพ์ QR Code ลงบนหลังแผง ซึ่งกระบวนการที่เพิ่มขึ้น ทำให้ราคาแผงโซล่าร์เซลล์ปรับราคาขึ้น นั้น
กระทรวงอุตสาหกรรม ขอชี้แจงว่า ข้อมูลดังกล่าว “คลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง เป็นอย่างมาก” เนื่องจาก QR Code เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ประชาชนตรวจสอบคุณภาพของผลิตภัณฑ์ ไม่ใช่ต้นทุนส่วนเกิน การกำหนดให้ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ที่ได้รับ มอก. รวมถึงแผงโซลาร์เซลล์ ต้องแสดง QR Code คู่กับเครื่องหมาย มอก. นั้น มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อ “การตรวจสอบคุณภาพผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐาน” เป็นกลไกสำคัญที่ช่วยให้ผู้บริโภค เจ้าหน้าที่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สามารถสแกนตรวจสอบข้อมูลผลิตภัณฑ์ ข้อมูลผู้ผลิต/ผู้นำเข้า และสถานะใบอนุญาตได้แบบเรียลไทม์ เพื่อยืนยันว่าเป็นสินค้าที่ผ่านการทดสอบความปลอดภัยตามมาตรฐานสากลจริง ป้องกันการปลอมแปลงสินค้า และป้องกันแผงโซลาร์เซลล์ด้อยคุณภาพที่อาจก่อให้เกิดอันตรายจากไฟฟ้าลัดวงจรหรืออัคคีภัย
ทั้งนี้ กระบวนการพิมพ์ QR Code ไม่ได้ทำให้ต้นทุนสูงขึ้นถึง 3 เท่า ตามที่กล่าวอ้าง การแสดง QR Code เป็นเพียงขั้นตอนการจัดทำฉลากและเครื่องหมาย
บนผลิตภัณฑ์ซึ่งเป็นกระบวนการปกติที่โรงงานผลิตระดับสากลสามารถบริหารจัดการหรือปรับใช้ในขั้นตอนการบรรจุหีบห่อและการประทับตราสินค้าได้โดยไม่ต้องรื้อระบบสายการผลิตใหม่ทั้งหมด และจากการที่ สมอ. ได้ประกาศบังคับใช้มาตรฐานสำหรับแผงโซล่าร์เซลล์ (มอก. 61730) ตั้งแต่วันที่ 30 ตุลาคม 2569 เป็นต้นมา มีผู้ได้รับอนุญาตทำและนำเข้ากว่า 300 ราย ซึ่งจะส่งผลให้ราคาของแผงโซล่าร์เซลล์ปรับตัวลดลงตามกลไกของตลาดโดยที่ไม่เกี่ยวข้องกับการแสดงเครื่องหมาย QR Code หรือการขอ มอก. แต่อย่างใด
สำหรับมาตรฐาน IEC (International Electrotechnical Commission) เป็นมาตรฐานระหว่างประเทศที่จัดทำขึ้น เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์และข้อกำหนดทางเทคนิคด้านไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ของแผงเซลล์แสงอาทิตย์ให้มีคุณภาพ ความปลอดภัยในระดับสากล ขณะที่มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) เป็นมาตรฐานของประเทศไทยที่ สมอ. กำหนดขึ้น โดยรับ IEC มาเป็นพื้นฐานในการกำหนดข้อกำหนดทางเทคนิคให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล
สำหรับมาตรฐานแผงโซลาร์เซลล์ (มอก. 61730) การทดสอบสมรรถนะของแผงเซลล์แสงอาทิตย์ ซึ่งเกี่ยวข้องกับคุณสมบัติด้านความปลอดภัยของแผงเซลล์แสงอาทิตย์ สมอ. ได้รับมาตรฐาน IEC 61730 มาใช้ในระดับที่เหมือนกันทุกประการ (Identical) ดังนั้นความแตกต่างสำคัญระหว่าง IEC กับ มอก. จึงไม่ได้อยู่ที่เนื้อหาของมาตรฐาน แต่อยู่ที่สถานะและกลไกการอนุญาตแสดงเครื่องหมาย มอก. กล่าวคือ การผ่านการทดสอบตามมาตรฐาน IEC เป็นการแสดงว่าผลิตภัณฑ์ผ่านข้อกำหนดทางเทคนิคตามมาตรฐานระหว่างประเทศ แต่จำเป็นต้องได้รับการตรวจโรงงานตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการอนุญาตของ สมอ. ตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งจะสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนว่าผลิตภัณฑ์ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ สมอ. มีคุณภาพและความปลอดภัยตามข้อกำหนด พร้อมสามารถตรวจสอบแหล่งที่มาและสถานะการได้รับอนุญาตได้
กระทรวงอุตสาหกรรม ขอยืนยันว่า ภารกิจหลักของ สมอ. คือการยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมไทยและคุ้มครองความปลอดภัยของประชาชน การบังคับใช้มาตรฐานและการแสดงเครื่องหมาย มอก. พร้อม QR Code เป็นไปตามหลักการสากลในการตรวจสอบย้อนกลับ เพื่อให้ประชาชนมั่นใจว่า ได้รับสินค้าที่มีคุณภาพ คุ้มค่า และความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สิน
ทั้งนี้ ขอความร่วมมือประชาชนและผู้ประกอบการ ไม่ส่งต่อข้อมูลที่คลาดเคลื่อนดังกล่าว และสามารถตรวจสอบข้อกำหนดมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ได้ผ่านทางสายด่วน 1564 และทางเว็บไซต์ https://www3.tisi.go.th/hscode/hscode_view.asp?id=183 โฆษกกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าว.

