• ศุกร์ 6 พฤศจิกายน 2569 เวลา 02:02 น.

รถเก่าแลกกระบะใหม่ ‘ปลัดคลัง’ เปิดช่องหารือ บสย.

AUTO BREAKING NEWS INVESTMENT

 
“ปลัดคลัง” ชี้เงินอุดหนุนช่วยลดราคารถ แต่เจ้าของรถเก่าบางส่วนยังอาจติดข้อจำกัดด้านกำลังซื้อ เปิดช่องหารือ บสย. ช่วยค้ำสินเชื่อ ขณะที่ กรรมสรรพสามิต ชงแผน 6,000 ล้านบาท เข้ากลั่นกรอง พร้อมเปิดตัวเลขรถยนต์ไฟฟ้าจดทะเบียน 9 เดือน เป็นรถนำเข้า 7 ใน 10 คัน

เมื่อช่วงสายวันที่ 5 พฤศจิกายน 2569 นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวถึงโครงการ “รถเก่าแลกรถกระบะใหม่” ว่า เจ้าของรถที่ใช้งานมานานถึง 15 ปีบางส่วนอาจยังไม่มีกำลังซื้อรถใหม่ เงินอุดหนุนจะช่วยให้ผู้ที่พร้อมเปลี่ยนรถตัดสินใจได้ง่ายขึ้น ส่วนผู้ที่ต้องกู้ซื้อควรประเมินภาระผ่อนควบคู่กับต้นทุนการใช้รถตลอดอายุการใช้งาน

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงความเป็นไปได้ที่จะให้ บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เข้ามาช่วยค้ำประกันสินเชื่อ นายลวรณ ตอบว่า เรื่องนี้สามารถหารือเพิ่มเติมได้ในภายหลัง โดยต้องพิจารณาความสามารถในการชำระหนี้ของผู้กู้ประกอบ ขณะเดียวกัน คลังต้องการส่งเสริมรถใหม่ที่รองรับน้ำมัน B20 เพื่อให้การเปลี่ยนรถสอดคล้องกับนโยบายด้านเชื้อเพลิง

ต่อมาในช่วงบ่ายวันเดียวกัน นายพรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า กรมฯ เสนอโครงการให้คณะอนุกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ (คกง.) พิจารณาแล้ว หากผ่านความเห็นชอบจะเสนอคณะกรรมการกลั่นกรองชุดใหญ่ก่อนนำเข้า ครม. กรอบเบื้องต้นอยู่ที่ 6,000 ล้านบาท อุดหนุนคันละ 40,000 บาท เป้าหมาย 150,000 คัน ครอบคลุมรถกระบะไฟฟ้าและรถกระบะที่รองรับน้ำมัน B20

นายพรชัย ระบุว่า ตามข้อเสนอ รถเก่าที่นำมาแลกต้อง ยกเลิกทะเบียน ส่งกำจัดซากในโรงงานรีไซเคิลยานยนต์ในประเทศที่ได้รับอนุญาต และทำลายเลขตัวถัง เพื่อให้รถออกจากระบบจราจรอย่างถาวร โดยใช้หลักฐานการดำเนินการประกอบการรับสิทธิ ส่วนรายละเอียดการเข้าร่วมต้องรอผลกลั่นกรอง

ในการแถลงครั้งเดียวกัน นายพรชัย และ นางสาวรัชฎา วานิชกร รองอธิบดีกรมสรรพสามิต ยังชี้แจงเรื่องการปรับภาษีรถยนต์ไฟฟ้านำเข้า โดยข้อมูลประกอบการแถลงระบุว่า ช่วงเดือนมกราคม–กันยายน 2569 ไทยมีรถยนต์นั่งและกระบะไฟฟ้าจดทะเบียน 166,035 คัน แบ่งเป็นรถนำเข้า 118,519 คัน หรือ 71.38% และรถผลิตในประเทศ 47,516 คัน หรือ 28.62%

ในจำนวนรถนำเข้าที่จดทะเบียน เป็น รถนอกมาตรการส่งเสริม EV 102,103 คัน หรือ 61.49% ของยอดจดทะเบียนทั้งหมด ส่วน รถนำเข้าภายใต้มาตรการที่กำหนดให้จดทะเบียนภายในเดือนมกราคม 2569 มี 16,416 คัน หรือ 9.89%

ก่อนหน้านี้ ครม. เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน เห็นชอบให้ปรับภาษีสรรพสามิตรถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ (BEV) และ รถยนต์ไฟฟ้าแบบมีเครื่องยนต์ช่วยปั่นไฟ (REEV) นำเข้าที่เข้าเกณฑ์เป็น 35% ตั้งแต่ 1 มกราคม 2570 จากเดิม 10% และ 15% ตามลำดับ เพื่อจูงใจให้ค่ายรถลงทุนผลิตในประเทศ

ส่วนแนวทางระยะถัดไปที่ปลัดคลังกล่าวถึงคือการเพิ่มสัดส่วนการใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตในไทยให้เกิน 40% โดยพิจารณาจากชิ้นส่วนที่ใช้จริง

(อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ข่าวนี้…“ปลัดคลัง” แจงรถเก่าแลกกระบะใหม่ ดันใช้ชิ้นส่วนไทยเกิน 40% https://yutthasartonline.com/investment/182165).