• พฤหัสบดี 5 พฤศจิกายน 2569 เวลา 16:17 น.

ปลัดคลังแจงรถเก่าแลกกระบะใหม่ ดันใช้ชิ้นส่วนไทยเกิน 40%

AUTO BREAKING NEWS INVESTMENT

“ปลัดฯลวรณ” ยืนยันเดินหน้า “รถเก่าแลกกระบะใหม่” ควบคู่ปรับภาษีดึงค่ายรถไฟฟ้าตั้งโรงงานในไทยเพิ่มจาก 8 แห่ง ตั้งเป้าดันสัดส่วนชิ้นส่วนไทยให้เกิน 40% พร้อมปฏิเสธข้อสังเกตเอื้อค่ายญี่ปุ่น ขณะที่สรรพสามิตเตรียมขอใช้เงินกู้ 6,000 ล้านบาท อุดหนุนคันละ 40,000 บาท เป้า 150,000 คันล

เมื่อช่วงสายวันที่ 5 พฤศจิกายน 2569 นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงโครงการ “รถเก่าแลกรถกระบะใหม่” ว่า กระทรวงการคลังและกรมสรรพสามิตวางแนวทางไว้เพื่อกระตุ้นตลาดรถกระบะควบคู่กับการสร้างแรงจูงใจให้ค่ายรถยนต์เพิ่มการผลิตและใช้ชิ้นส่วนในประเทศ โดยยืนยันว่าเกณฑ์ที่กำลังจัดทำมุ่งสร้างความเป็นธรรมให้ผู้ผลิตที่ลงทุนในไทย และปฏิเสธข้อสังเกตว่าออกแบบมาเพื่อเอื้อค่ายรถยนต์ญี่ปุ่น

นายลวรณ อธิบายว่า แนวทางภาษีที่คลังวางไว้แบ่งผู้ประกอบการเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มที่มีโรงงานในไทยและใช้ชิ้นส่วนในประเทศ (Local Content) ตั้งแต่ 40% ขึ้นไป ซึ่งวางอัตราภาษีไว้ที่ 10% กลุ่มที่มีโรงงานในไทยแต่ใช้ชิ้นส่วนในประเทศต่ำกว่า 40% ซึ่งยังอยู่ระหว่างพิจารณาอัตราที่เหมาะสม และกลุ่มที่นำเข้ารถสำเร็จรูปโดยยังไม่มีฐานผลิตในไทย ซึ่งปลัดคลังกล่าวถึงอัตรา 35% พร้อมระบุกรอบให้ผู้ประกอบการปรับตัวราว 3 ปี

ส่วนเป้าหมายสำคัญ ก็คือให้ผู้ผลิตขยับสัดส่วนการใช้ชิ้นส่วนในประเทศให้ เกิน 40% โดยยกตัวอย่างเบาะ ประตู และระบบปรับอากาศ ขณะที่ค่าน้ำ ค่าไฟ และกำไรจะไม่นับรวมในส่วนนี้ พร้อมตั้งเป้าดึงผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าเข้ามาตั้งโรงงานเพิ่มจากที่มีอยู่ 8 แห่ง โดยก่อนหน้านี้ มีข่าวระบุว่า XPENG แสดงความสนใจตั้งโรงงานในไทย ส่วนรายละเอียดการลงทุนยังต้องติดตามจากบริษัท

สำหรับอัตราภาษี 35% คณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 ที่จังหวัดอุดรธานี เห็นชอบให้ปรับภาษีสรรพสามิตรถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ (BEV) และรถยนต์ไฟฟ้าแบบมีเครื่องยนต์ช่วยปั่นไฟ (REEV) ที่นำเข้าตามขอบเขตของมาตรการ เป็น 35% จากเดิม 10% และ 15% ตามลำดับ โดยกำหนดให้มีผลตั้งแต่ 1 มกราคม 2570

นายลวรณ กล่าวด้วยว่า เป้าหมายหลักของการปรับภาษีคือจูงใจให้ค่ายรถลงทุนผลิตและใช้ชิ้นส่วนในไทยเพิ่มขึ้น ส่วนข้อกังวลว่ารถไฟฟ้ารุ่นเก่าที่ลดราคาในต่างประเทศอาจถูกนำเข้ามาขายแข่งกับรถที่ผลิตในไทยนั้น เขาประเมินว่าอัตราภาษี 35% จะช่วยรับมือได้ระดับหนึ่ง ขณะที่ผู้ซื้อยังต้องพิจารณาความพร้อมของศูนย์บริการ อะไหล่ และราคาขายต่อประกอบการตัดสินใจ

ด้านโครงการ “รถเก่าแลกรถกระบะใหม่” กรมสรรพสามิตเตรียมเสนอขอใช้เงิน 6,000 ล้านบาท จากกรอบ พ.ร.ก. กู้เงิน 400,000 ล้านบาท ในส่วนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน เพื่ออุดหนุนการซื้อรถใหม่คันละ 40,000 บาท ตั้งเป้า 150,000 คัน หวังกระตุ้นตลาดรถกระบะและลดมลพิษจากรถเก่า โดยข้อเสนอเบื้องต้นให้ค่ายรถร่วมออกส่วนลด และให้ผู้เข้าร่วมได้รับมูลค่าจากการตีราคารถเก่าด้วย โครงการยังอยู่ในขั้นกลั่นกรอง

ตามข้อเสนอเบื้องต้น รถเก่าที่นำมาแลกอาจเป็นรถเก๋ง รถตู้ หรือรถกระบะที่จดทะเบียนก่อนปี 2555 และยังใช้งานได้ โดยต้องนำออกจากระบบและส่งกำจัดซาก ส่วนรถใหม่ที่เข้าข่ายเป็นรถกระบะหรือรถอเนกประสงค์พื้นฐานกระบะ (PPV) ที่ผลิตในไทย ใช้เทคโนโลยีไฟฟ้าหรือรองรับน้ำมัน B20 ทั้งนี้ นายลวรณขอให้รอกรมสรรพสามิตแถลงรายละเอียดอีกครั้ง.