• พฤหัสบดี 5 พฤศจิกายน 2569 เวลา 10:39 น.

เครดิตไทยคงที่ – ‘เอกนิติ’ ย้ำ! เพดานหนี้ 70%

BREAKING NEWS HEADLINE NEWS INVESTMENT

S&P คงอันดับเครดิตไทย BBB+ มุมมอง “มีเสถียรภาพ” หนุนความเชื่อมั่นเศรษฐกิจ ด้าน “เอกนิติ” ยืนยันยังไม่มีแผนขยายเพดานหนี้สาธารณะเกิน 70% ของจีดีพี มุ่งลดขาดดุลต่ำกว่า 3% พร้อมดึงการลงทุนใหม่เชื่อมทักษะแรงงานและโอกาสธุรกิจไทย

ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง เปิดเผยว่า…เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือ อย่าง…S&P Global Ratings คงอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทยในสกุลเงินตราต่างประเทศระยะยาวที่ BBB+ และคงมุมมองความน่าเชื่อถือที่ระดับมีเสถียรภาพ หรือ Stable Outlook โดยรัฐบาลจะ เดินหน้าส่งเสริมการลงทุนและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ควบคู่กับ การรักษาวินัยทางการคลัง

S&P ประเมินว่า…เศรษฐกิจไทยปี 2569 จะขยายตัว 2.3% ท่ามกลางความเสี่ยงจากภายนอกและข้อจำกัดเชิงโครงสร้าง ขณะที่ ช่วงปี 2569–2572 คาดว่า…จะเติบโตเฉลี่ยประมาณ 2.4% ต่อปี โดยแรงส่งจากการลงทุนภาครัฐและเอกชนจะช่วยสนับสนุนเศรษฐกิจ ส่วนเสถียรภาพของรัฐบาลมีความสำคัญต่อความต่อเนื่องในการดำเนินนโยบายและการรับมือความท้าทายระยะสั้น

ปัจจัยสนับสนุนอันดับเครดิตของไทย ยังรวมถึง ฐานะการเงินต่างประเทศที่แข็งแกร่ง การเป็นเจ้าหนี้สุทธิต่างประเทศ และเงินทุนสำรองระหว่างประเทศในระดับสูง ขณะที่ การเติบโตทางเศรษฐกิจ รายได้ต่อหัว แนวโน้มการคลัง และเสถียรภาพทางการเมือง เป็นประเด็นสำคัญที่ S&P จะติดตามในการประเมินอันดับเครดิตระยะต่อไป

ด้านการลงทุน S&P ให้ความสำคัญกับการพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และ โครงสร้างพื้นฐานคมนาคม โดย…การลงทุนของรัฐวิสาหกิจ และ ความร่วมมือระหว่างภาครัฐกับเอกชน (PPP) จะมีบทบาทช่วยขับเคลื่อนโครงการและลดภาระการลงทุนโดยตรงบางส่วนของรัฐบาล นอกจากนี้ การส่งเสริมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง การวิจัยและพัฒนา ตลอดจนการฝึกอบรมบุคลากร จะช่วยเสริมความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

วันเดียวกัน ดร.เอกนิติ กล่าวในงาน THE STANDARD ECONOMIC FORUM 2026 ภายใต้แนวคิด Reinvent Thailand ว่า…รัฐบาลยังไม่มีแผนขยายเพดานหนี้สาธารณะเกิน 70% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) พร้อมมุ่งลดสัดส่วนหนี้สาธารณะต่อจีดีพี และลดการขาดดุลให้ต่ำกว่า 3% โดยให้ความสำคัญกับ เสถียรภาพการคลัง ในฐานะ “แนวรับ” ของระบบเศรษฐกิจ

รองนายกฯเอกนิติ ระบุว่า…ผลการปิดปีงบประมาณล่าสุดสามารถลดการขาดดุลลงมาอยู่ที่ 3.4% ของจีดีพี จากที่คาดการณ์ไว้ 4.4% พร้อม “เดินหน้า” ปฏิรูปการจัดเก็บรายได้ เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารภาครัฐ และใช้เครื่องมือทางภาษีสนับสนุนความเป็นธรรมทางเศรษฐกิจ

สำหรับ การสร้างรายได้และการเติบโตรอบใหม่ นั้น รัฐบาลตั้งเป้าผลักดันเศรษฐกิจขยายตัวมากกว่า 3% เพิ่มสัดส่วนการลงทุนเป็น 30% ของจีดีพี และ ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยเข้าสู่กลุ่ม 20 อันดับแรกของโลก โดยอาศัย…ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนในการปลดล็อกอุปสรรคการลงทุน

ดร.เอกนิติ ยังให้ความสำคัญกับการ ปรับตัวชี้วัดการส่งเสริมการลงทุน จากการ…ติดตามมูลค่า “คำขอรับส่งเสริม” ไปสู่…การลงทุนที่เกิดขึ้นจริง ควบคู่กับ…การพัฒนาทักษะแรงงานไทย การสร้างงาน และ การเชื่อมผู้ประกอบการไทย รวมถึง เอสเอ็มอีเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทาน เพื่อให้ประโยชน์จากการลงทุนกระจายสู่เศรษฐกิจภายในประเทศมากขึ้น

ทั้งนี้ การคงอันดับเครดิตและมุมมองมีเสถียรภาพเป็นปัจจัยสนับสนุนความเชื่อมั่นต่อประเทศไทย ขณะที่ ผลต่อการเติบโตและรายได้ของประชาชนจะขึ้นอยู่กับความสามารถในการดำเนินนโยบายให้เกิดผลจริง ตลอดจน การรักษาสมดุลระหว่างการลงทุนเพื่ออนาคตกับความยั่งยืนทางการคลัง

ในเชิงการวิเคราะห์ “ทีมข่าวยุทธศาสตร์” เชื่อว่า…ประโยชน์ต่อภาคธุรกิจคือความต่อเนื่องของความเชื่อมั่นและการวางแผนลงทุน การรักษาอันดับเครดิตช่วยลดแรงกดดันด้านความเสี่ยงของประเทศ และสนับสนุนบรรยากาศการระดมทุน

อย่างไรก็ตาม ต้นทุนสินเชื่อของแต่ละบริษัทจะยังขึ้นอยู่กับฐานะการเงิน หลักประกัน และเงื่อนไขตลาด ด้วย ดังนั้น  ภาคธุรกิจ เอง ก็ควรจะ…ใช้จังหวะนี้เตรียมโครงการที่เพิ่มผลิตภาพ ลดต้นทุนพลังงาน และตอบโจทย์อุตสาหกรรมที่กำลังขยายตัว

สำหรับ ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี โอกาสสำคัญอยู่ที่การเข้าเป็นผู้ผลิตและผู้ให้บริการในห่วงโซ่การลงทุนใหม่ ทั้ง…งานชิ้นส่วน ซ่อมบำรุง ขนส่ง อาหาร บริการดิจิทัล และบริการในพื้นที่ลงทุน

แต่ โอกาสดังกล่าว ก็จะต้องมี…มาตรการเชื่อมผู้ซื้อกับรายเล็กอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมช่วย พัฒนามาตรฐานและเข้าถึงทุนหมุนเวียน และหาก ภาครัฐยังคงติดตามยอดจัดซื้อจากธุรกิจไทย ควบคู่กับ ยอดลงทุน ก็จะช่วยให้เห็นชัดว่า…เม็ดเงินกระจายถึงผู้ประกอบการในประเทศเพียงใด?

ส่วน ประชาชนไทย เอง ก็มีโอกาสได้รับ…ประโยชน์ผ่านงาน ทักษะ และรายได้ที่เพิ่มขึ้น หากการส่งเสริมการลงทุนเชื่อมกับการฝึกคนให้ตรงกับตำแหน่งงานจริง ขณะเดียวกัน การรักษาวินัยการคลังจะช่วยดูแลความสามารถของรัฐในการจัดบริการสาธารณะและรับมือวิกฤตในอนาคต

บทพิสูจน์! ของเรื่องนี้ จึงอยู่ที่…รัฐบาลจะจัดสรรงบประมาณอย่างไร? เพื่อให้ทั้งเศรษฐกิจเติบโต ธุรกิจรายเล็กเข้าถึงโอกาส และครัวเรือนสัมผัสผลประโยชน์ได้จริง!!!.