• พฤหัสบดี 5 พฤศจิกายน 2569 เวลา 10:39 น.

ยกเครื่องการเมือง! ปลดล็อกเศรษฐกิจ?

BREAKING NEWS POLITICAL

(‘อนุทิน–เอกนิติ’ ขับเคลื่อน Reinvent Thailand ‘แก้ กม.–ลดขั้นตอนรัฐ’ เปิดทางลงทุน เชื่อมโอกาสถึงคนไทย)

“นายกฯอนุทิน” ชู! การเมืองสร้างสรรค์ หนุน…ยกเครื่องประเทศไทย ด้าน “รองนายกฯเอกนิติ” วางหมาก “ปลดล็อก” กฎระเบียบ–ดึงลงทุนใหม่ จับตา! รัฐบาลเปลี่ยนเสถียรภาพทางการเมืองเป็นพลังปฏิรูป ลดอุปสรรคธุรกิจ และกระจายโอกาสสู่ SMEs–แรงงาน–ประชาชนคนไทยได้เพียงใด?

เวที THE STANDARD ECONOMIC FORUM 2026 เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 ส่ง…สัญญาณสำคัญจากรัฐบาลผ่านแนวคิด Reinvent Thailand หรือ การยกเครื่องประเทศไทย เพื่อ…รับมือโลกที่เปลี่ยนเร็ว ทั้งความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ความผันผวนด้านพลังงาน เทคโนโลยี AI และสังคมสูงวัย

เมื่อ “เชื่อม” คำกล่าว ของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย กับ ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง จะเห็นถึง…ความพยายามขยับจากการประคองเศรษฐกิจระยะสั้น ไปสู่…การสร้างฐานการเติบโตรอบใหม่โดยใช้การลงทุนเป็นแรงขับเคลื่อน

แต่ คำถามเชิงยุทธศาสตร์ ก็คือ…ประเทศไทยจะทำอย่างไรให้การเติบโตรอบนี้ส่งประโยชน์ถึงธุรกิจรายเล็ก แรงงาน และครัวเรือนที่ยังฟื้นตัวตามหลัง?

พึ่งตนให้เป็น :

นายกฯอนุทิน มองว่า…ประเทศไทยจะยืนบนเวทีโลกได้อย่างมั่นคง ต้องสร้างความแข็งแกร่งจากภายใน ทั้งพลังงาน อาหาร อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ และการบริหารห่วงโซ่อุปทาน พร้อมย้ำว่า…การพึ่งพาตนเองตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงยังเปิดให้ประเทศพัฒนาและร่วมมือกับโลก โดยรู้เท่าทันความเสี่ยงและขีดความสามารถของตนเอง

ทิศทางดังกล่าว สะท้อนผ่าน Reinvent Energy การสร้างความมั่นคงทางพลังงาน, Reinvent Economy การพัฒนาเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ และ Reinvent People การยกระดับทุนมนุษย์ ก่อน “เชื่อม” ไปถึง Reinvent Politics หรือการสร้างการเมืองที่เอื้อต่อการพัฒนาประเทศ

ในเชิงยุทธศาสตร์ การ…พึ่งตนเอง จึงต้องวัดว่า…ไทยควบคุมต้นทุนและความเสี่ยงสำคัญได้มากขึ้นเพียงใด? เช่น พลังงานสะอาดช่วยลดต้นทุนผู้ผลิตได้จริงหรือไม่? เทคโนโลยีใหม่ทำให้ผู้ประกอบการไทยผลิตสินค้ามูลค่าสูงขึ้นได้อย่างไร? และ คนไทยมีทักษะเพียงพอจะรับงานใหม่หรือยัง?

หากตอบโจทย์เหล่านี้ได้ “จุดแข็ง!”ด้านอาหาร การผลิต และบริการของไทยจึงจะกลายเป็นอำนาจต่อรองทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้น

ทุนต้องถึงไทย :

ด้าน รองนายกฯเอกนิติ ย้ำว่า…รัฐบาลได้วางเป้าหมายผลักดันเศรษฐกิจเติบโตมากกว่า 3% เพิ่มสัดส่วนการลงทุนแตะ 30% ของ GDP และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันสู่กลุ่ม 20 อันดับแรกของโลก โดยมุ่ง…เปลี่ยนเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวแตกต่างกันแบบ K-Shape ให้ฐานรากกลับมาเติบโตด้วย

ประเด็นที่ควรจับตาที่สุด! คือ…แนวทางปรับการส่งเสริมการลงทุนให้ให้ความสำคัญ กับ…การลงทุนจริง การพัฒนาทักษะคนไทย และ การเชื่อมผู้ประกอบการไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทาน

นั่นเพราะ…ยอดคำขอรับส่งเสริมการลงทุน ยังต้องผ่านอีกหลายขั้นตอนกว่าจะกลายเป็นโรงงาน การจ้างงาน หรือรายได้ในประเทศ ขณะเดียวกัน แม้โครงการเริ่มดำเนินการแล้ว ประโยชน์ที่ไทยได้รับก็ขึ้นอยู่กับการใช้แรงงาน วัตถุดิบ เทคโนโลยี และบริการภายในประเทศด้วย

ดังนั้น “ตัวชี้วัด” จึงควรตอบให้ได้ว่า…โครงการหนึ่งสร้างงานคนไทยกี่ตำแหน่ง? จ่ายค่าจ้างระดับใด? พัฒนาทักษะอะไร? และ ซื้อสินค้าหรือบริการจากผู้ประกอบการไทยมากเพียงใด?

ยิ่งดึงทุนได้มาก ยิ่งต้องชัดว่าประเทศไทยได้อะไรกลับมา!!??

ต่อสะพานรายเล็ก :

การลงทุนใน AI ดาต้าเซ็นเตอร์ เซมิคอนดักเตอร์ หรืออุตสาหกรรมแห่งอนาคต มีโอกาสเพิ่มขีดความสามารถของประเทศ แต่การส่งต่อผลประโยชน์ถึง SMEs และแรงงานต้องอาศัยกลไกที่ออกแบบไว้ตั้งแต่ต้น

ดังนั้น ภาครัฐ จึงควร “เชื่อม” รายชื่อความต้องการของนักลงทุนเข้ากับผู้ผลิตและผู้ให้บริการไทย ช่วยรายเล็กพัฒนามาตรฐาน เข้าถึงเงินทุน และเตรียมบุคลากรให้พร้อมรับงาน มิฉะนั้น ผู้ประกอบการที่ขาดทุนหมุนเวียนหรือไม่มีโอกาสเข้าถึงผู้ซื้อ อาจยังอยู่นอกวงการเติบโตรอบใหม่

อีกด้านหนึ่ง ไทยมีโอกาส “ต่อยอด” จุดแข็งเดิม! เช่น เชื่อมเกษตรและอาหารกับตลาดสุขภาพ เชื่อมโรงพยาบาลกับบริการเวลเนส และ ใช้เทคโนโลยีเพิ่มผลิตภาพให้ธุรกิจท่องเที่ยวและการค้า

แนวทางนี้…จะทำให้อุตสาหกรรมใหม่กับเศรษฐกิจเดิมเติบโตเชื่อมกัน พร้อม “เปิดทาง” ให้ธุรกิจต่างขนาดเข้ามามีส่วนร่วมได้มากขึ้น

คนต้องทันทุน :

นายกฯอนุทิน ยังได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาคน โดยมองว่า…AI เปลี่ยนโครงสร้างงานและสร้างความต้องการทักษะใหม่ รัฐบาลจึงต้องร่วมกับสถานศึกษาและผู้ประกอบการเตรียมบุคลากรให้สอดคล้องกับตลาดแรงงาน

โจทย์สำคัญ! ก็คือ…ต้องเปลี่ยนการฝึกอบรมให้เป็นโอกาสทำงานที่ตรวจสอบได้ หลักสูตรควรเริ่มจากตำแหน่งงานและทักษะที่นายจ้างต้องการ พร้อมติดตามว่า…ผู้เรียนได้งาน เปลี่ยนงาน หรือมีรายได้เพิ่มขึ้นเพียงใด?

โดยเฉพาะ…แรงงานวัยกลางคนและผู้ประกอบการรายย่อย ซึ่งมีทั้ง…ข้อจำกัดด้านเวลาและค่าใช้จ่าย การพัฒนาทักษะต้องเข้าถึงคนกลุ่มนี้ด้วยมิฉะนั้น เทคโนโลยีที่ช่วยให้บางธุรกิจเติบโตเร็ว อาจทำให้ช่องว่างทางเศรษฐกิจกว้างขึ้น

การคลังจำกัด! ต้องเลือก? :

การยกเครื่องประเทศ! เกิดขึ้นพร้อมกับ “คำยืนยัน” ของ รองนายกฯเอกนิติ ที่ว่า…รัฐบาล โดยกระทรวงการคลัง ยังไม่มีแผนขยายเพดานหนี้สาธารณะเกิน 70% ของ GDP และมุ่งลดการขาดดุลให้ต่ำกว่า 3% สะท้อนว่าการขับเคลื่อนแผนต้องคำนึงถึงวินัยการคลังควบคู่กัน

นัยสำคัญ! คำกล่าวข้างต้น ก็คือ…รัฐบาลจะต้องจัดลำดับความสำคัญให้ชัด! เงินแต่ละบาทควรช่วยลดต้นทุน เพิ่มผลิตภาพ หรือเปิดทางให้เกิดการลงทุนต่อเนื่องได้เพียงใด? รวมถึง จะต้องประเมินภาระระยะยาวจากสิทธิประโยชน์และโครงการร่วมลงทุนอย่างรอบคอบ

ส่วนการ คงอันดับเครดิตไทยที่ BBB+ และมุมมองมีเสถียรภาพของ S&P เป็นปัจจัยสนับสนุนความเชื่อมั่น แต่…บทพิสูจน์ของ Reinvent Thailand ยังอยู่ที่ความสามารถเปลี่ยนความเชื่อมั่นให้เป็นกิจกรรมเศรษฐกิจจริง! เท่านั้น

วัดผลให้เห็นภาพ :

นอกจากนี้ นายกฯอนุทิน ยังเสนอให้…สร้างการเมืองที่ตรวจสอบกันบนข้อเท็จจริง ยึดประเทศชาติและประชาชนเป็นหลัก หลักคิดนี้…ควรถูกนำมาใช้กับการติดตาม Reinvent Thailand ด้วย โดยผ่าน…เป้าหมาย ระยะเวลา ผู้รับผิดชอบ และผลดำเนินงานที่เปิดเผยต่อสาธารณะ

ในมุมของ “ทีมข่าวยุทธศาสตร์” เชื่อว่า…เสถียรภาพทางการเมืองจะมีคุณค่าต่อเศรษฐกิจ ต่อเมื่อ…การเมืองได้ช่วยให้การแก้กฎระเบียบ การลงทุน และการพัฒนาคนเดินหน้าต่อเนื่อง ขณะที่ การตรวจสอบจะช่วยให้เห็นว่าโครงการใดได้ผล และเรื่องใดต้องปรับแก้

จาก 2 เดือนสุดท้ายของปี 2569 สู่ปี 2570 สิ่งที่ต้องติดตาม! จึงเป็น…การเริ่มลงทุนจริง การเปิดโอกาสให้ SMEs รับงาน และ การสร้างทักษะที่เปลี่ยนเป็นรายได้

Reinvent Thailand จะตอบโจทย์ประเทศได้ ต่อเมื่อ…ประชาชนคนไทย มองเห็นว่า…การยกเครื่องครั้งนี้ จะทำให้ตนเองได้มีโอกาส “ไปต่อ” อย่างไร? แล้วจะเติบโต มั่นคง และยั่งยืน!!!.