‘ศุภจี’ ร่วมประชุมรัฐมนตรีเอเปคออนไลน์ ก่อนจีนเป็นเจ้าภาพประชุมผู้นำ 18–19 พ.ย. นี้ ผลักดันการรวมกลุ่มเศรษฐกิจผ่าน FTA และเศรษฐกิจดิจิทัล หนุน SMEs เข้าถึงทุนและห่วงโซ่การค้าโลก รับมือความท้าทายการค้ายุคใหม่

เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้เข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีเอเปค ประจำปี 2569 (2026 APEC Ministerial Meeting: AMM) ผ่านระบบการประชุมทางไกล ซึ่งเป็นการประชุมร่วมกันระหว่างรัฐมนตรีด้านการต่างประเทศและด้านการค้าของเอเปค ก่อนที่จีนจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ระหว่างวันที่ 18-19 พฤศจิกายน ณ เมืองเซินเจิ้น สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยที่ประชุมได้หารือถึงแนวทางยกระดับการดำเนินงานเอเปคให้เป็นรูปธรรม และเกิดประโยชน์แก่ทุกฝ่าย เพื่อผ่าวิกฤตเศรษฐกิจโลก พร้อมนำเสนอแนวทางการขับเคลื่อนการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจภายในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ให้เติบโตผ่านประเด็นการค้ายุคใหม่ ภายใต้หัวข้อหลักการประชุมเอเปคปีนี้ที่จีนกำหนด คือ “เสริมสร้างประชาคมเอเชีย-แปซิฟิกเพื่อความรุ่งเรืองร่วมกัน” หรือ “Building an Asia-Pacific Community to Prosper Together”
นางศุภจี กล่าวว่า ตนในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ของไทย ได้กล่าวถ้อยแถลงในวาระ “การส่งเสริมการบูรณาการทางเศรษฐกิจเพื่อสร้างการเติบโตใหม่ในภูมิภาค” โดยสนับสนุนการเดินหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยร่วมกับคู่ค้าสำคัญผ่านเครื่องมือต่างๆ อาทิ การจัดทำความตกลงการค้าเสรี (FTA) การกำหนดกฎเกณฑ์การค้าใหม่ๆ โดยชูบทบาทไทยในการร่วมผลักดันให้การเจรจากรอบความตกลงเศรษฐกิจดิจิทัลอาเซียน (ASEAN Digital Economy Framework Agreement: DEFA) บรรลุผลสำเร็จ และการสนับสนุนระบบการค้าพหุภาคีที่เปิดกว้าง ครอบคลุมและตั้งอยู่บนกฎเกณฑ์

นอกจากนี้ ตนยังได้กล่าวให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างขีดความสามารถทางการแข่งขันของ SMEs และเศรษฐกิจท้องถิ่น ผ่านการส่งเสริมการใช้สิทธิประโยชน์ทางการค้าภายใต้ความตกลงการค้าเสรี (FTA) เพื่อการมีส่วนร่วมในห่วงโซ่มูลค่าโลก โดยนำเสนอความสำเร็จในการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ประจำปี 2569 (2026 International Monetary Fund-World Bank Group Annual Meetings) เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ณ กรุงเทพฯ ที่ไทยเน้นย้ำการช่วยเหลือให้ SMEs สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้มากยิ่งขึ้น ผ่านเครื่องมือใหม่ๆ เช่น IP Financing และ Supply Chain Financing
ทั้งนี้ กรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจการค้าของภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก (เอเปค) ประกอบด้วยสมาชิก 21 เขตเศรษฐกิจ ได้แก่ ออสเตรเลีย บรูไนดารุสซาลาม แคนาดา ชิลี จีน จีนฮ่องกง อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ มาเลเซีย เม็กซิโก นิวซีแลนด์ ปาปัวนิวกินี เปรู ฟิลิปปินส์ รัสเซีย สิงคโปร์ จีนไทเป ไทย สหรัฐอเมริกา และเวียดนาม โดยในปี 2568 การค้าของไทยกับกลุ่มเศรษฐกิจเอเปค มีมูลค่า 494,646.24 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นสัดส่วนถึงร้อยละ 72.24 ของการค้ารวมของไทย โดยไทยส่งออกไปเอเปค มูลค่า 237,581.96 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และไทยนำเข้าจากเอเปค มูลค่า 257,064.29 ล้านดอลลาร์สหรัฐ.

