• พุธ 28 ตุลาคม 2569 เวลา 12:39 น.

เปิดเกมพลังงาน! ใครได้ – ใครแบกต้นทุน?

BREAKING NEWS STRATEGIES

(นโยบาย ‘โซลาร์ล้านหลัง – หั่นภาษีน้ำมัน’ จับตา ‘แรงส่งระยะสั้น – ลงทุนระยะยาว’ กับโจทย์เข้าถึงสิทธิและภาระการคลัง)

มติ ครม. 27 ตุลาคม เดิน 2 ทางคู่ขนาน ลดต้นทุนน้ำมันวันนี้และหนุนครัวเรือนผลิตไฟใช้เองในอนาคต โอกาสใหม่เกิดกับประชาชน เกษตรกร และ SMEs แต่ความสำเร็จต้องวัดจากเงินที่ประหยัดได้จริง การกระจายประโยชน์ และต้นทุนที่รัฐยังต้องรับผิดชอบ

การเห็นชอบโครงการโซลาร์ภาคประชาชน ควบคู่กับ การลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน E20 และ B20 เป็นเวลา 3 เดือน สะท้อนการใช้เครื่องมือพลังงานสองระยะของรัฐบาล

ด้านหนึ่ง…เร่งบรรเทาค่าครองชีพ อีกด้าน…ลงทุนเปลี่ยนวิธีผลิตและใช้ไฟฟ้าในระดับครัวเรือน

เมื่อ มองเชิงกลยุทธ์ ทั้ง 2 มาตรการ มี “จุดร่วม” ก็คือ…การลดความเปราะบางจากต้นทุนพลังงาน แต่ใช้ทรัพยากรต่างกัน

โครงการโซลาร์…อาศัยเงินสนับสนุนและการลงทุนของครัวเรือน ส่วน การปรับลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน…อาศัยรายได้ภาษีที่รัฐยอมลดลงเพื่อช่วยประชาชนและแบ่งเบาภาระกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง

คำถามจึงอยู่ที่ว่า…เงินช่วยเหลือแต่ละบาทจะสร้างผลประหยัดยาวนานเพียงใด? และประชาชนกลุ่มใดมีโอกาสเข้าถึงก่อน?

โซลาร์ เปิดโอกาสใหม่ พร้อมโจทย์ความเหลื่อมล้ำ :

รัฐบาลตั้งเป้าสนับสนุนโซลาร์ 1 ล้านครัวเรือน รายละ 50,000 บาท และประเมินศักยภาพลดค่าไฟรวมกว่า 24,500 ล้านบาทต่อปี ตัวเลขนี้เป็นเป้าหมายจากการประเมินของรัฐบาล ผลจริงยังขึ้นอยู่กับจำนวนระบบที่ติดตั้งและใช้งานได้ ตลอดจน ลักษณะการใช้ไฟของแต่ละบ้าน

ผู้มีโอกาสได้รับประโยชน์โดยตรง คือ…ครัวเรือนที่มีพื้นที่เหมาะสม ใช้ไฟช่วงกลางวัน และมีเงินหรือเข้าถึงสินเชื่อสำหรับค่าใช้จ่ายส่วนที่เหลือ ขณะที่ ผู้เช่า ผู้ที่ชื่อไม่ตรงกับเจ้าของมิเตอร์ หรือครัวเรือนที่ไม่มีความพร้อมทางการเงิน อาจเข้าถึงประโยชน์ได้ยากกว่า???

ในมิตินี้ เงินอุดหนุนเท่ากันจึงไม่ได้ทำให้ทุกครัวเรือนเริ่มต้นจากฐานเดียวกัน รัฐต้องติดตามด้วยว่าผู้ได้รับสิทธิกระจายไปยังครัวเรือนระดับรายได้ใด? และประชาชนที่เข้าไม่ถึงโครงการมีทางเลือกลดค่าไฟอย่างไร?

สำหรับ ผู้ประกอบการ โครงการเปิดโอกาสตั้งแต่งานสำรวจ ออกแบบ ติดตั้ง ไปจนถึง บำรุงรักษา SMEs ในส่วน ท้องถิ่น เอง ก็มีช่องทางสร้างรายได้ต่อเนื่อง หากผ่านเกณฑ์ขึ้นทะเบียนและรักษามาตรฐานได้ แต่ก็เสี่ยงจากการแข่งขันด้านราคา ภาระเงินทุนหมุนเวียน และการรับประกันระยะยาว

หน่วยงานไฟฟ้า จะต้อง “รับมือ” กับ…การผลิตแบบกระจายตัว การตรวจระบบ และการเชื่อมต่อ ขณะที่ ผู้ผลิตไฟฟ้าเดิม อาจเผชิญรูปแบบความต้องการซื้อไฟที่เปลี่ยนไป อย่างไรก็ตาม ยังสรุปไม่ได้ว่ารายใดจะเสียรายได้เท่าไร? เพราะต้องพิจารณาสัญญาและโครงสร้างต้นทุนประกอบ

น้ำมันลดภาระทันที แต่ประโยชน์แบ่งมากกว่าหน้าปั๊ม :

จากข้อมูล กรมสรรพสามิต ระบุว่า…E20 ลดภาษีจาก 6.000 เหลือ 0.358 บาทต่อลิตร และ B20 จาก 5.953 เหลือ 0.431 บาทต่อลิตร มีผล 28 ตุลาคม 2569–27 มกราคม 2570 พร้อมคงองค์ประกอบภาษีตามกลไกราคาคาร์บอนไว้

ส่วน ราคาขายปลีกตามรายงานผลประชุม กบน. ปรับ E20 ลง 2.19 บาท และ B20 ลง 3.69 บาทต่อลิตร มาอยู่ที่ 33.50 บาทต่อลิตร โดยมีการ ลดเงินชดเชยจากกองทุนน้ำมัน ควบคู่กันด้วย ดังนั้น ภาษีที่ลดลงจึงไม่ถูกส่งผ่านเป็นส่วนลดหน้าปั๊มทั้งหมด ส่วนหนึ่งช่วยลดภาระชดเชยของกองทุน การประเมินความคุ้มค่าต้องดูทั้งเงินที่ผู้ใช้น้ำมันประหยัดได้ รายได้ภาษีที่ลดลง และเงินชดเชยที่กองทุนใช้ลดลง

เกษตรกรปาล์ม อ้อย และมันสำปะหลัง เป็นกลุ่มที่รัฐคาดหวังให้ได้ประโยชน์จากความต้องการวัตถุดิบเชื้อเพลิงชีวภาพ แต่ผลถึงหน้าไร่ต้องติดตามผ่านยอดใช้จริงและราคารับซื้อ ไม่อาจอนุมานว่าการลดภาษีจะทำให้รายได้เกษตรกรเพิ่มขึ้นทันที

ผู้ใช้รถและธุรกิจขนส่ง ที่รองรับเชื้อเพลิง 2 ชนิด มีโอกาสลดรายจ่าย ขณะที่ ผู้ใช้รถ ซึ่งไม่รองรับ หรืออยู่ในพื้นที่หาจุดจำหน่ายได้ยาก อาจได้รับประโยชน์จำกัด ด้าน ผู้ประกอบการ จำเป็นจะต้องดูความพร้อมของรถและเส้นทางเติมน้ำมันควบคู่กับส่วนต่างราคา

ใครแบกต้นทุน และต้องวัดความสำเร็จอย่างไร? :

ภาครัฐรับต้นทุนผ่านเงินสนับสนุนโซลาร์และรายได้ภาษีที่ลดลง ครัวเรือนรับค่าใช้จ่ายติดตั้งส่วนเกิน เงินผ่อน และการดูแลระบบ ส่วนผู้ติดตั้งและการไฟฟ้ามีภาระมาตรฐาน ความปลอดภัย และบริการหลังการขาย

สำหรับ ประชาชนที่ไม่ได้เข้าร่วม ผลที่ต้องติดตามคือมาตรการจะช่วยลดต้นทุนสินค้าและบริการได้จริงหรือไม่? และการปรับระบบไฟฟ้าจะจัดสรรต้นทุนอย่างเป็นธรรมเพียงใด? ยังไม่ควรสรุปว่า…ผู้ไม่ติดโซลาร์จะต้องจ่ายแพงขึ้น หากไม่มีข้อมูลโครงสร้างอัตรารองรับ

“ตัวชี้วัด” จึงควรครอบคลุมจำนวนบ้านที่เชื่อมต่อสำเร็จ ผลประหยัดสุทธิหลังรวมค่าใช้จ่าย สัดส่วนงานที่ถึง SMEs ยอดใช้ E20–B20 และภาระการคลังสุทธิ แทนการพิจารณาเพียงยอดสมัครหรือส่วนต่างราคาน้ำมัน

ประชาชนเตรียมตัวอย่างไร? :

ก่อนติดโซลาร์ ควรรวบรวมบิลไฟย้อนหลัง ประเมินการใช้ไฟกลางวัน ตรวจหลังคาและระบบไฟ พร้อม เปรียบเทียบราคาจากผู้ติดตั้งที่ขึ้นทะเบียน ให้เห็นค่าอุปกรณ์ งานโครงสร้าง การรับประกัน และภาระผ่อนอย่างครบถ้วน เงินสนับสนุน 50,000 บาทไม่ได้หมายความว่าติดตั้งฟรีทั้งระบบ

ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ต้องพิจารณาเป็นพิเศษ เพราะเงื่อนไขที่เผยแพร่ กำหนดให้งดขอรับสิทธิช่วยเหลือค่าไฟ 20 ปี ควรให้…การไฟฟ้าอธิบายผลต่อสิทธิของตนก่อนตัดสินใจ ส่วน การขายไฟส่วนเกินต้องผ่านเกณฑ์และสัญญาที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม

สำหรับน้ำมัน ให้ตรวจดู “คู่มือรถ” หรือ สอบถามผู้ผลิตก่อนเปลี่ยนชนิดเชื้อเพลิง และเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายต่อระยะทางจริง ขณะที่ ผู้ประกอบการควรเผื่อกรณีมาตรการครบกำหนด โดยไม่ใช้ราคาชั่วคราวเป็นฐานรับประกันต้นทุนระยะยาว

2 นโยบายข้างต้นของรัฐ มีโอกาสสร้างทั้งเงินออมและกิจกรรมเศรษฐกิจใหม่ แต่ บทพิสูจน์จริง! จะอยู่ที่…การเปลี่ยนสิทธิบนกระดาษให้เป็นต้นทุนที่ลดลงจริง พร้อมกระจายประโยชน์ไปถึงคนที่มีข้อจำกัดในการปรับตัวด้วย.