• พุธ 28 ตุลาคม 2569 เวลา 12:09 น.

สรรพสามิตแจงช่วยค่าครองชีพ–แบ่งเบากองทุนน้ำมัน

BREAKING NEWS ECONOMY

(หั่นภาษี E20–B20 ใช้ 3 เดือน ถึง 27 ม.ค.70 คงกลไกราคาคาร์บอน หนุนปาล์ม–อ้อย–มันสำปะหลัง)

“อธิบดีฯพรชัย” เปิดเหตุผลลดภาษีน้ำมัน 2 ชนิดตามมติ ครม. หวังลดต้นทุนประชาชน ขนส่ง และธุรกิจ พร้อมแบ่งเบาภาระกองทุนน้ำมันที่ชดเชยสูง ยืนยันคงองค์ประกอบราคาคาร์บอน 200 บาทต่อตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า

ดร.พรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2569 ปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล B20 และแก๊สโซฮอล์ E20 เป็นระยะเวลา 3 เดือน ตั้งแต่วันที่ 28 ตุลาคม 2569 ถึงวันที่ 27 มกราคม 2570 เพื่อบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานของประชาชนและภาคธุรกิจ ท่ามกลางความผันผวนของราคาน้ำมันจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์

มาตรการดังกล่าวปรับภาษี B20 จาก 5.953 บาทต่อลิตร เหลือ 0.431 บาทต่อลิตร หรือลดลง 5.522 บาทต่อลิตร และ E20 จาก 6.000 บาทต่อลิตร เหลือ 0.358 บาทต่อลิตร หรือลดลง 5.642 บาทต่อลิตร

อธิบดีกรมสรรพสามิต อธิบายว่า โดยปกติรัฐบาลใช้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นกลไกรักษาเสถียรภาพราคาภายในประเทศ แต่ปัจจุบันกองทุนมีภาระชดเชยจำนวนมาก จึงนำเครื่องมือภาษีสรรพสามิตเข้ามาช่วยแบ่งเบาภาระ โดยเลือกน้ำมันบางประเภทที่ได้รับการอุดหนุนสูง และกำหนดระยะเวลามาตรการไว้ 3 เดือน

เป้าหมายครอบคลุมการลดค่าครองชีพ ลดต้นทุนขนส่งและธุรกิจ ตลอดจนสนับสนุนผลผลิตเกษตรไทย ได้แก่ ปาล์มน้ำมัน อ้อย และมันสำปะหลัง ซึ่งเป็นวัตถุดิบในการผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพ เพื่อจูงใจให้ใช้พลังงานทางเลือกจากผลผลิตทางการเกษตรมากขึ้น

สำหรับมิติสิ่งแวดล้อม ดร.พรชัย ระบุว่า แม้มีการลดภาษี แต่ยังคงองค์ประกอบตามกลไกราคาคาร์บอน ซึ่งกำหนดราคาไว้ที่ 200 บาทต่อตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า โดยลดส่วนภาษีสรรพสามิตอื่นลงตามโครงสร้างที่กำหนด เพื่อรักษาทิศทางการดำเนินนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมของประเทศ

โดย กรมสรรพสามิต มองว่า การปรับโครงสร้างครั้งนี้เป็นการดำเนินมาตรการด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมควบคู่กัน ทั้งช่วยบรรเทาต้นทุนในช่วงราคาพลังงานผันผวน และสนับสนุนการปรับพฤติกรรมใช้เชื้อเพลิงให้สอดคล้องกับเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์

ราคาหน้าปั๊มลดเท่าไร ต้องแยกจากตัวเลขภาษี :

ด้านรายงาน ผลการประชุมคณะกรรมการกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) วันที่ 27 ตุลาคม ระบุว่า มีการปรับลดเงินชดเชย B20 ลง 2.58 บาทต่อลิตร เหลือ 5.86 บาทต่อลิตร และลดเงินชดเชย E20 ลง 3.75 บาทต่อลิตร เหลือ 2.08 บาทต่อลิตร ควบคู่กับมาตรการภาษี

ราคาขายปลีก B20 จึงลดลง 3.69 บาทต่อลิตร จาก 37.19 บาท เหลือ 33.50 บาทต่อลิตร ส่วน E20 ลดลง 2.19 บาทต่อลิตร จาก 35.69 บาท เหลือ 33.50 บาทต่อลิตร มีผลวันที่ 28 ตุลาคม 2569 ทั้งนี้ ราคาจริงอาจต่างกันตามผู้ค้าและพื้นที่จำหน่าย

การลดภาษีครั้งนี้ จึงช่วยทั้งผู้ใช้น้ำมันผ่านราคาขายปลีกที่ลดลง และช่วยกองทุนผ่านภาระชดเชยที่ลดลงด้วย ทว่า ตัวเลขภาษีที่ลด ไม่ใช่จำนวนเงินที่ราคาหน้าปั๊มลดลงทั้งหมด และไม่ได้ครอบคลุมน้ำมันทุกชนิด

ดังนั้น ผู้ใช้รถควรตรวจสอบ ว่า รถที่ขับอยู่นั้น รองรับ E20 หรือ B20 ตามคำแนะนำของผู้ผลิตก่อนเติมหรือไม่? ส่วนการ คงกลไกราคาคาร์บอนเป็นแนวทางของมาตรการ ขณะที่ ผลต่อการใช้เชื้อเพลิงและการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต้องประเมินจากการดำเนินงานต่อไป.