• พุธ 7 ตุลาคม 2569 เวลา 12:35 น.

DIP ดัน 2 GI หัตถกรรมไทย ต่อยอดภูมิปัญญาสู่ตลาดใหม่

BREAKING NEWS ECONOMY

​กรมทรัพย์สินทางปัญญาชู “กระจูดควนเคร็ง–คล้าศรีบุญเรือง” ยกระดับงานจักสานจากวัสดุธรรมชาติสู่ดีไซน์ร่วมสมัย สร้างมูลค่าเศรษฐกิจชุมชน กระจูดควนเคร็งสร้างมูลค่ากว่า 56 ล้านบาทต่อปี ขณะที่คล้าศรีบุญเรืองกว่า 4.2 ล้านบาท เร่งพัฒนาสินค้า–บรรจุภัณฑ์–ช่องทางขาย เจาะผู้บริโภครุ่นใหม่

​นางสาวจิตติมา ศรีถาพร อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา(DIP) กระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า งานหัตถกรรมไทยมีจุดแข็งจากความหลากหลายของทรัพยากรและภูมิปัญญาในแต่ละพื้นที่ ซึ่งเป็นต้นทุนสำคัญที่สามารถนำมาต่อยอดให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจได้ โดยสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ หรือ GI เป็นเครื่องมือที่ช่วยคุ้มครองอัตลักษณ์และชื่อเสียงที่เชื่อมโยงกับแหล่งกำเนิด พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ผลิตนำจุดเด่นของสินค้ามาต่อยอดในเชิงการค้า ทั้งการพัฒนาสินค้าให้มีคุณภาพ รูปแบบร่วมสมัย และสอดคล้องกับความต้องการของตลาด จึงเป็นอีกแนวทางในการเพิ่มมูลค่าสินค้าและสร้างรายได้ให้กับชุมชน สอดคล้องกับแนวนโยบายของนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่ให้ความสำคัญกับการยกระดับสินค้าไทยจากจุดแข็งของแต่ละพื้นที่ เชื่อมโยงอัตลักษณ์กับโอกาสทางการค้า และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับชุมชน

​นางสาวจิตติมา กล่าวว่า “กระจูดควนเคร็ง” เป็นหนึ่งในงานหัตถกรรม GI ที่สะท้อนความเชื่อมโยงระหว่างทรัพยากรในพื้นที่กับภูมิปัญญาของชุมชนได้เป็นอย่างดี โดยมีจุดเริ่มต้นจาก “ป่าพรุควนเคร็ง” แหล่งธรรมชาติสำคัญในจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่มีลักษณะเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ มีน้ำขังตลอดปี ดินพรุ มีอินทรียวัตถุสูง มีสภาพอากาศร้อนชื้นและมีฝนตกชุก ซึ่งเอื้อต่อการเติบโตของกระจูดพันธุ์ใหญ่ ทำให้เส้นกระจูดมีลักษณะเหนียว ยืดหยุ่น แข็งแรง และทนทาน เหมาะสำหรับนำมาแปรรูปและจักสานเป็นผลิตภัณฑ์รูปแบบต่างๆ ตั้งแต่กระเป๋า หมวก พัด ตะกร้า เสื่อ ที่รองจาน ที่รองแก้ว โคมไฟ ชั้นวางของ และของที่ระลึกต่างๆ ตามภูมิปัญญาที่สืบทอดกันในชุมชน จนเกิดเป็นงานจักสานที่มีเอกลักษณ์ทั้งด้านวัสดุ ลวดลาย และฝีมือของผู้ผลิตในพื้นที่

​กระจูดควนเคร็ง นับเป็นสินค้า GI ลำดับที่ 3 ของจังหวัดนครศรีธรรมราช ต่อจากส้มโอทับทิมสยามปากพนัง และมังคุดเขาคีรีวง ที่ได้รับการขึ้นทะเบียน GI ไปก่อนหน้านี้ โดยปัจจุบันมีการนำกระจูดมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์หลากหลาย สามารถสร้างมูลค่าทางการตลาดให้จังหวัดนครศรีธรรมราชกว่า 56.24 ล้านบาทต่อปี ซึ่งกรมทรัพย์สินทางปัญญาพร้อมสนับสนุนชุมชนในการจัดทำระบบควบคุมคุณภาพสินค้า GI พัฒนาผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ รวมถึงเพิ่มช่องทางการตลาดทั้งออนไลน์และงานแสดงสินค้า พร้อมเชื่อมโยงกับผู้ประกอบการและแบรนด์ที่สามารถนำงานจักสานไปต่อยอด เพื่อเพิ่มโอกาสให้กระจูดควนเคร็งเข้าสู่ตลาดใหม่ได้มากขึ้น

​นางสาวจิตติมา กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับ “คล้าศรีบุญเรือง” เป็นอีกหนึ่งงานหัตถกรรม GI ที่สะท้อนอัตลักษณ์ท้องถิ่นอย่างชัดเจน ด้วยสภาพแวดล้อมของอำเภอศรีบุญเรือง จังหวัดหนองบัวลำภู ที่มีแหล่งน้ำธรรมชาติหลายแห่ง ทั้งลำน้ำพะเนียง ลำน้ำพวย ลำน้ำพอง และลำน้ำมอ ประกอบกับมีฝนตกชุกตลอดปี จึงส่งผลให้ต้นคล้าเจริญเติบโตได้ดี และมีคุณสมบัติเหนียว แข็งแรง และทนทาน ชาวบ้านในชุมชน จึงนำมาทำเป็นเครื่องจักสานหลากหลายรูปแบบ อาทิ กระติ๊บข้าว ตะกร้า กระเป๋า และของใช้ต่างๆ นับเป็นการดึงจุดเด่นของทรัพยากรธรรมชาติมาสร้างคุณค่าและรายได้ให้แก่ชุมชนศรีบุญเรือง

​ปัจจุบัน “คล้าศรีบุญเรือง” เป็นสินค้า GI ลำดับที่ 3 ของจังหวัดหนองบัวลำภู ต่อจากเส้นไหมไทยพื้นบ้านอีสาน และผ้าขิดสลับหมี่หนองบัวลำภู โดยคล้าศรีบุญเรืองสามารถสร้างมูลค่ากว่า 4.2 ล้านบาทต่อปี และยังมีศักยภาพที่จะต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่มได้อีกมาก หากมีการนำจุดเด่นของวัสดุธรรมชาติมาผสานกับการออกแบบร่วมสมัย พัฒนารูปแบบสินค้าและบรรจุภัณฑ์ให้ตอบโจทย์การใช้งานและเข้าถึงผู้บริโภคมากขึ้น ควบคู่กับการสื่อสารเรื่องราวแหล่งผลิตและภูมิปัญญาของชุมชนให้เป็นส่วนหนึ่งของคุณค่าสินค้า รวมถึงขยายช่องทางจำหน่ายทั้งออนไลน์และออฟไลน์ และเชื่อมโยงผู้ผลิตกับตลาดหรือผู้ประกอบการที่มองหาผลิตภัณฑ์จากวัสดุธรรมชาติ เพื่อขยายฐานผู้บริโภคให้กว้างขึ้น

​นางสาวจิตติมา กล่าวทิ้งท้ายว่า หัวใจของการพัฒนาสินค้า GI คือการรักษาจุดเด่นและอัตลักษณ์ที่เชื่อมโยงกับแหล่งผลิต ควบคู่กับการพัฒนารูปแบบสินค้าให้สอดคล้องกับการใช้ชีวิตและความต้องการของผู้บริโภคในปัจจุบัน เพื่อให้ภูมิปัญญาของแต่ละชุมชนสามารถต่อยอดเป็นสินค้าและสร้างรายได้อย่างต่อเนื่อง

โดยกรมทรัพย์สินทางปัญญาจะเดินหน้าสนับสนุนผู้ประกอบการสินค้า GI ทั้งด้านการควบคุมมาตรฐานการผลิต การพัฒนาสินค้า และการส่งเสริมช่องทางการตลาด เพื่อเพิ่มโอกาสให้สินค้า GI จากชุมชนเข้าถึงผู้บริโภคกลุ่มใหม่และสร้างรายได้กลับคืนสู่ท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

​ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถติดตามข้อมูลสินค้า GI ไทยได้ที่ Facebook : GI Thailand หรืออุดหนุนผู้ประกอบการท้องถิ่นโดยตรง โดยสินค้า GI กระจูดควนเคร็ง (นครศรีธรรมราช) สามารถติดต่อได้ที่ร้านกระจูดราตรี (Ratri Handicraft) โทร. 089-731-3865 หรือ Facebook: Krajudratri และสินค้า GI คล้าศรีบุญเรือง (หนองบัวลำภู) สามารถติดต่อได้ที่วิสาหกิจชุมชนกลุ่มจักสานเมืองลุ่มภู โทร./Line 093-003-7445 หรือ กลุ่มจักสานจากต้นคล้าบ้านดอนข่า โทร./Line 086-236-7367.