• อังคาร 22 กันยายน 2569 เวลา 18:21 น.

ITD ชี้ไทยพร้อมรับคลื่นลงทุน AI–เทคโนโลยีอนาคต

BREAKING NEWS INVESTMENT

ITD ผนึก Harvard Club of Thailand และ UNCTAD ระดมสมองยกระดับยุทธศาสตร์ดึง FDI จากเน้น “เม็ดเงิน” สู่การลงทุนเทคโนโลยี–ทักษะ–นวัตกรรม สร้างมูลค่าเพิ่มให้เศรษฐกิจไทย จับตาคลื่นทุนโลกมุ่ง AI–ดาต้าเซ็นเตอร์–เซมิคอนดักเตอร์–พลังงานสะอาด ชี้ไทยมีโครงสร้างพื้นฐาน แรงงาน และระบบนิเวศพร้อมช่วงชิงการลงทุนแห่งอนาคต

นายสุภกิจ เจริญกุล ผู้อำนวยการสถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (องค์การมหาชน) หรือ ITD เปิดเผยว่า ITD ได้ร่วมกับ Harvard Club of Thailand และ UN Trade and Development (UNCTAD) จัดงานสัมมนาวิชาการนานาชาติ Global Investment Trends and Thailand’s Strategic Opportunities: Insights from UNCTAD’s World Investment Report 2026” ที่โรงแรม Waldorf Astoria Bangkok เพื่อระดมความคิดเห็นในการยกระดับการแข่งขันด้านการดึงดูดการลงทุนจากการมุ่งดึงเงินลงทุนเพียงอย่างเดียว สู่การสร้างสภาพแวดล้อมที่สามารถดึงดูดการลงทุนที่มีเทคโนโลยี ทักษะ และมูลค่าเพิ่มสูง เข้าสู่ประเทศไทย และการหามาตรการส่งเสริมให้ธุรกิจไทยออกไปลงทุนและสร้างเครือข่ายในตลาดต่างประเทศ เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของห่วงโซ่อุปทานและทิศทางเงินทุนโลก

ทั้งนี้ การตัดสินใจลงทุนระหว่างประเทศในปัจจุบัน ไม่ได้พิจารณาเพียงต้นทุนการผลิตหรือขนาดตลาดอีกต่อไป แต่นักลงทุนให้ความสำคัญเพิ่มขึ้นกับเทคโนโลยี โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ความยืดหยุ่นของห่วงโซ่อุปทาน ความมั่นคงด้านพลังงาน ศักยภาพด้านนวัตกรรม และทักษะแรงงาน ซึ่งกำลังกลายเป็นปัจจัยสำคัญในการกำหนดทิศทางการลงทุนโลก จากการเปลี่ยนแปลงของห่วงโซ่อุปทานโลก และกติกาการค้าโลก

“โจทย์ของประเทศไทยในวันนี้ ไม่ใช่เพียงการทำอย่างไรให้เงินลงทุนเข้ามา แต่ต้องทำอย่างไรให้การลงทุนที่เข้ามาสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเศรษฐกิจไทย ทั้งในด้านเทคโนโลยี การพัฒนาทักษะบุคลากร การเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยเข้าสู่ห่วงโซ่มูลค่าโลก และการสร้างอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ซึ่งไทยจะต้องเตรียมความพร้อม เพื่อดึงดูดการลงทุนที่สร้างความสามารถในการแข่งขันระยะยาว ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาเทคโนโลยี บุคลากร นวัตกรรม หากทำได้ การลงทุนจะไม่ใช่เพียงเงินทุนที่เข้ามา แต่จะเป็นเครื่องยนต์ใหม่ของการพัฒนาเศรษฐกิจไทย” นายสุภกิจกล่าว

นายสุภกิจ กล่าวว่า ข้อมูลจาก World Investment Report 2026 (WIR 2026) ระบุว่า ในปี 2025 การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ทั่วโลก มีมูลค่า 1.6 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 6% หลังจากหดตัวต่อเนื่อง 2 ปี และมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการลงทุนไปสู่โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล อาทิ AI , ดาต้า เซ็นเตอร์ , เซมิคอนดักเตอร์ , การลงทุนผลิตแร่ธาตุสำคัญ และเทคโนโลยีการเปลี่ยนผ่านพลังงาน ซึ่งสะท้อนว่า การดึงดูดการลงทุน จะต้องมีการเตรียมความพร้อมรองรับการลงทุนในอุตสาหกรรมเหล่านี้ ซึ่งในส่วนของไทย พบว่า ไทยมีศักยภาพในการดึงดูดการลงทุนเหล่านี้ ทั้งมีโครงสร้างพื้นฐาน ทักษะแรงงาน นิเวศนวัตกรรม การอำนวยความสะดวกด้านการลงทุน และการเชื่อมโยงตลาดในภูมิภาค ซึ่งสามารถแข่งขันกับประเทศอื่นๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ การจัดงาน ได้มีการเชื่อมโยงข้อมูลระดับโลกจาก UNCTAD มุมมองเชิงยุทธศาสตร์จาก Harvard และประสบการณ์ตรงจากภาคธุรกิจ เพื่อให้ผู้กำหนดนโยบาย นักลงทุน และผู้ประกอบการ ได้เห็นภาพว่าเงินทุนโลกกำลังเคลื่อนไปในทิศทางใด และประเทศไทยจะสามารถวางตำแหน่งของตนเอง เพื่อคว้าโอกาสจากการลงทุนระลอกใหม่ได้อย่างไร

Mr. Richard Bolwijn , Director of Investment Research, Investment and Enterprise Division, UN Trade and Development (UNCTAD) กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงของภูมิรัฐศาสตร์ นโยบายการค้า ต้นทุนทางการเงิน การแบ่งขั้วทางเศรษฐกิจ ล้วนแต่มีผลต่อการตัดสินใจของนักลงทุน และทำให้เงินทุนกระจุกตัวอยู่ในประเทศที่มีความพร้อม

Prof. Dr. Jay Rosengard, Adjunct Lecturer in Public Policy, Harvard Kennedy School กล่าวว่า ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กำลังจะเปลี่ยนจากการเป็นฐานการผลิตทั่วไป ไปสู่การเป็นฐานการผลิตที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี นวัตกรรม และกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่มีมูลค่าสูง

ขณะที่ศาสตราจารย์ ดร.ภวิดา ปานะนนท์ อาจารย์ประจำคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ดร.วิศิษฐ์ ลิ้มลือชา รองประธานกรรมการหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย นายลูอิส เฟร์เร นาดาล กรรมการผู้จัดการ บริษัท สิงห์ เวิลด์ไวด์ จำกัด นางสาวอภินรา ศรีกาญจนา ผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท ยู ดริงก์ ไอ ไดรฟ์ จำกัด และผู้จัดการฝ่ายแฟรนไชส์ กลุ่มร้านอาหารนารา ไทย คูซีน ได้ร่วมกันเปิดมุมมองเกี่ยวกับโอกาสและความท้าทายของบริษัทไทยในการขยายธุรกิจและการลงทุนสู่ต่างประเทศ ครอบคลุมประเด็นสำคัญตั้งแต่การเลือกตลาด การสร้างพันธมิตร การเข้าสู่ตลาดใหม่ ไปจนถึงกลยุทธ์การขยายธุรกิจในตลาดที่มีศักยภาพ ได้แก่ ตะวันออกกลาง แอฟริกา อินเดีย และยุโรปกลางเป็นต้น.