• อาทิตย์ 23 สิงหาคม 2569 เวลา 13:53 น.

บัญชีรายได้ที่ไทยยังไม่มี

BREAKING NEWS STRATEGIES

(ชงวัดมูลค่าผู้ป่วย พ่วงครอบครัวและคนติดตามตลอดห่วงโซ่)

 
ไทยรู้รายได้ค่ารักษาของโรงพยาบาล แต่ยังไม่รู้มูลค่ารวมจากครอบครัวผู้ป่วยต่างชาติ เสนอจัดทำ Medical Tourism Satellite Account เชื่อมข้อมูลการรักษา ที่พัก อาหาร การเดินทาง และค้าปลีก เปลี่ยนตัวเลขกระจัดกระจายให้เป็นฐานวางยุทธศาสตร์เศรษฐกิจสุขภาพของประเทศ

*** อ่าน…เปิดขุมทรัพย์ Medical Tourism (เมื่อผู้ป่วยต่างชาติหนึ่งราย แต่สามารถสร้างรายได้มากกว่าค่ารักษา) https://yutthasartonline.com/?p=174773 ***

ชงบัญชีรายได้ Medical Tourism :

ตอนแรกของบทความชุดนี้ ทำให้เห็นว่า…ผู้ป่วยต่างชาติหนึ่งคนสามารถสร้างรายได้มากกว่าค่ารักษาพยาบาล เพราะเบื้องหลังการเดินทางยังมีคู่สมรส ญาติ ผู้ดูแล และผู้ประสานงานที่ต้องใช้บริการที่พัก อาหาร การเดินทาง ค้าปลีก และการพักฟื้น

แต่คำถามที่ยังไม่มีหน่วยงานใดตอบได้อย่างชัดเจน ก็คือ…ผู้ป่วยต่างชาติหนึ่งคณะ นำเงินเข้าประเทศไทยเท่าใด? พำนักเฉลี่ยกี่วัน? รายได้กระจายไปถึงธุรกิจใด? และประเทศไทยเหลือมูลค่าเพิ่มสุทธิ หลังหักต้นทุนยา เครื่องมือแพทย์ และบริการที่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศเท่าใด?

รายได้เหล่านี้มีอยู่จริง แต่กระจายอยู่ในบัญชีของโรงพยาบาล บริษัทประกัน สายการบิน โรงแรม ร้านอาหาร บริษัทขนส่ง ศูนย์การค้า และผู้ให้บริการพักฟื้น จึงยังไม่มีใครมองเห็นภาพรวมของทั้งระบบ!!!

นี่คือ…เหตุผลที่ประเทศไทยควรจัดทำ “บัญชีรายได้การท่องเที่ยวเชิงการแพทย์” หรือ Medical Tourism Satellite Account เพื่อเปลี่ยนข้อมูลที่กระจัดกระจายให้กลายเป็นเครื่องมือกำหนดยุทธศาสตร์เศรษฐกิจสุขภาพระดับประเทศ

ไม่ใช่บัญชีโรงพยาบาล :

คำว่า Satellite Account หรือบัญชีบริวารทางเศรษฐกิจ หมายถึง…ระบบบัญชีเฉพาะด้านที่นำข้อมูลจากหลายอุตสาหกรรมมาเชื่อมกับบัญชีเศรษฐกิจของประเทศ เพื่อวัดกิจกรรมที่ไม่สามารถมองเห็นได้ครบจากบัญชีอุตสาหกรรมใดอุตสาหกรรมหนึ่ง

Medical Tourism Satellite Account จึงไม่ใช่งบการเงินรวมของโรงพยาบาล และไม่ใช่บัญชีสำหรับเรียกเก็บภาษีจากผู้ป่วย แต่เป็น…ระบบสถิติที่แสดงว่า การเดินทางเพื่อรักษาพยาบาลหนึ่งครั้งก่อให้เกิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจอะไรบ้าง

กรอบการคำนวณ ต้องเริ่มจาก…ค่ารักษาพยาบาล แล้วเชื่อมไปยังค่าใช้จ่ายของผู้ติดตาม ค่าตั๋วเครื่องบิน ที่พัก อาหาร รถรับส่ง ล่าม การซื้อสินค้า การพักฟื้น การท่องเที่ยว และค่าใช้จ่ายจากการกลับมาตรวจติดตามผล

เมื่อรวมข้อมูลเหล่านี้อย่างถูกต้อง ประเทศไทยจะเห็นทั้ง…รายได้ทางตรง รายได้ทางอ้อม และมูลค่าเพิ่มที่เกิดขึ้นจริง โดยไม่ต้องอาศัยเพียงประมาณการตลาดจากบริษัทวิจัยต่างประเทศที่อาจใช้คำนิยามไม่เหมือนกัน

นับคนหรือนับครั้ง :

ปัญหาแรก ที่ต้องแก้คือ…ความแตกต่างระหว่าง “จำนวนผู้ป่วย” กับ “จำนวนครั้งรับบริการ”

ผู้ป่วยต่างชาติหนึ่งคน อาจเข้ารับบริการหลายครั้ง ตั้งแต่…ตรวจเบื้องต้น ตรวจทางห้องปฏิบัติการ พบแพทย์ ผ่าตัด พักฟื้น และกลับมาติดตามผล หากทุกครั้งถูกนับเป็น “ผู้ป่วยรายใหม่” ขนาดของตลาดจะสูงกว่าความเป็นจริงทันที

ในทางกลับกัน! หากนับเฉพาะผู้ป่วยที่นอนโรงพยาบาล ก็อาจทำให้มองไม่เห็น…ตลาดตรวจสุขภาพ ทันตกรรม เวชศาสตร์ความงาม การรักษาภาวะมีบุตรยาก กายภาพบำบัด และบริการผู้ป่วยนอก ซึ่งมีส่วนเชื่อมโยงกับการท่องเที่ยวและการใช้จ่ายนอกโรงพยาบาลสูง

“ระบบบัญชีใหม่” จึงต้องมี…รหัสสถิติ ที่สามารถ แยกผู้ป่วยไม่ซ้ำออกจากจำนวนครั้งรับบริการ โดยไม่เปิดเผยชื่อหรือข้อมูลสุขภาพส่วนบุคคล

พร้อมกันนั้น ต้องแยกผู้ป่วยที่ตั้งใจเดินทางเข้ามารักษา ผู้ป่วยต่างชาติที่พำนักหรือทำงานอยู่ในประเทศไทย และนักท่องเที่ยวที่เจ็บป่วยฉุกเฉินระหว่างเดินทาง เพราะทั้ง 3 กลุ่มมีพฤติกรรม ค่าใช้จ่าย และผลต่อเศรษฐกิจต่างกัน

หากไม่มี…นิยามกลาง หน่วยงานหนึ่ง อาจเรียก…ชาวต่างชาติทุกคนที่เข้าโรงพยาบาล ว่า Medical Tourist ขณะที่อีกหน่วยงาน นับเฉพาะผู้ที่ระบุการรักษาพยาบาลเป็นวัตถุประสงค์หลักของการเดินทาง ทำให้ตัวเลขไม่สามารถเปรียบเทียบกันได้

เปลี่ยนคนไข้เป็นหนึ่งคณะ :

หน่วยวิเคราะห์ที่เหมาะสม ไม่ควรหยุดอยู่ที่ ผู้ป่วยหนึ่งคน แต่ควรขยายเป็น “คณะเดินทางเพื่อการรักษา” หรือMedical Travel Party

คณะดังกล่าวอาจประกอบด้วย…ผู้ป่วย คู่สมรส บุตร ญาติ ผู้ดูแล ล่าม และในบางกรณีมี ผู้ประสานงานจากรัฐบาลต่างประเทศ บริษัทประกัน หรือนายจ้าง ร่วมเดินทางมาด้วย

สิ่งที่ระบบต้องการทราบ ไม่ใช่ชื่อของบุคคลเหล่านี้ แต่เป็นจำนวนผู้ติดตาม ความสัมพันธ์กับผู้ป่วย ระยะเวลาพำนัก ประเภทที่พัก และรูปแบบการใช้จ่าย

ตัวอย่างเช่นผู้ป่วยตะวันออกกลางที่เข้ารับการรักษาโรคซับซ้อนอาจมีค่ารักษาสูง มีผู้ติดตามหลายคน และพำนักเป็นเวลานาน ขณะที่ ผู้เข้ารับบริการตรวจสุขภาพหรือทำฟันอาจเดินทางเพียงลำพังและใช้เวลาสั้นกว่า

การใช้ค่าเฉลี่ยเดียว แทน ผู้ป่วยทุกตลาดจึงไม่เพียงพอ ระบบจะต้องจำแนกตามประเทศต้นทาง วัตถุประสงค์การรักษา ผู้รับผิดชอบค่ารักษา และระยะเวลาพำนักด้วย

ต้องเก็บข้อมูล 6 หมวด :

Medical Tourism Satellite Account ควรเก็บข้อมูลอย่างน้อย 6 หมวด โดยเริ่มจากข้อมูลที่มีอยู่แล้ว ก่อนสำรวจเฉพาะส่วนที่ยังขาด

หมวดแรก คือ…ข้อมูลผู้เดินทาง ประกอบด้วย…จำนวนผู้ป่วยที่ไม่ซ้ำ สัญชาติ ประเทศต้นทาง จุดเข้าเมือง จำนวนผู้ติดตาม และวัตถุประสงค์หลักของการเดินทาง

หมวดที่สอง คือ…ข้อมูลการรักษา ได้แก่…ประเภทโรค รูปแบบบริการ ผู้ป่วยนอกหรือผู้ป่วยใน จำนวนวันนอน ค่ารักษา ผู้จ่ายเงิน และความถี่ในการกลับมาติดตามผล

หมวดที่สาม คือ…ที่พักและอาหาร ต้องเก็บ…ประเภทที่พัก จำนวนคืน ค่าใช้จ่ายต่อคืน ค่าอาหาร และความต้องการเฉพาะ เช่น อาหารฮาลาล อาหารเฉพาะโรค ห้องเชื่อมสำหรับครอบครัว หรือห้องที่รองรับรถเข็น

หมวดที่สี่ คือ…การเดินทางและค้าปลีก ครอบคลุม…ค่าตั๋วเครื่องบิน รถรับส่ง การเดินทางภายในเมือง ล่าม การซื้อยา สินค้าอุปโภคบริโภค และการใช้จ่ายในศูนย์การค้า

หมวดที่ห้า คือ…การพักฟื้นและท่องเที่ยว ประกอบด้วย…กายภาพบำบัด ศูนย์ฟื้นฟู Wellness สปาที่ได้รับมาตรฐาน การเดินทางไปต่างจังหวัด และกิจกรรมของผู้ติดตามระหว่างรอผู้ป่วย

หมวดสุดท้าย คือ…ผลต่อเศรษฐกิจ ได้แก่ การจ้างงาน ภาษี เงินตราต่างประเทศ การใช้วัตถุดิบและบริการภายในประเทศ ตลอดจนการนำเข้ายา เครื่องมือแพทย์ และเทคโนโลยี

ข้อมูลทั้ง 6 หมวดจะทำให้รัฐเห็นทั้งรายได้รวมและมูลค่าเพิ่มสุทธิ ไม่ใช่เห็นเพียงเงินที่ผู้ป่วยจ่ายออกไป

ใครควรเป็นเจ้าภาพ? :

การจัดทำบัญชีดังกล่าว ไม่ควรผลักภาระ ให้กับ…กระทรวงสาธารณสุข หรือ การท่องเที่ยวแห่งประเทศทย เพียงหน่วยงานเดียว เพราะ…ไม่มีหน่วยงานใดถือข้อมูลครบทั้งห่วงโซ่

สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ควรเป็น…แกนกลางด้านกรอบบัญชีเศรษฐกิจ เพื่อกำหนดนิยาม วิธีคำนวณ และการเชื่อมผลลัพธ์เข้ากับบัญชีประชาชาติ

สำนักงานสถิติแห่งชาติ ควรรับผิดชอบ…การออกแบบแบบสำรวจผู้ป่วย ผู้ติดตาม โรงแรม และผู้ประกอบการ โดยเก็บข้อมูลเป็นตัวอย่างที่สะท้อนตลาด ไม่จำเป็นต้องสำรวจผู้ป่วยทุกคน

กระทรวงสาธารณสุขและโรงพยาบาล ควรรวบรวม…ข้อมูลประเภทบริการ ค่ารักษา ระยะเวลารักษา และประเทศต้นทางในรูปแบบที่ไม่ระบุตัวบุคคล

สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและกระทรวงการต่างประเทศ สามารถสนับสนุน…ข้อมูลช่องทางเข้าเมือง ประเภทวีซ่า ระยะเวลาพำนัก และการต่ออายุการอยู่ในราชอาณาจักร โดยไม่เปิดเผยข้อมูลรายบุคคลเกินความจำเป็น

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และ ผู้ให้บริการชำระเงิน สามารถช่วยประเมิน…การรับเงินจากต่างประเทศ รูปแบบการชำระค่ารักษา และการใช้จ่ายผ่านบัตรหรือช่องทางดิจิทัลในภาพรวม

ส่วน ททท. กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา สมาคมโรงแรม สายการบิน ร้านอาหาร และผู้ประกอบการท่องเที่ยว ต้องช่วยเติม…ข้อมูลจำนวนคืนพัก ค่าใช้จ่ายนอกโรงพยาบาล และการเดินทางของผู้ติดตาม

รัฐบาลไม่จำเป็นต้องสร้างฐานข้อมูลขนาดใหญ่ที่รวมข้อมูลส่วนบุคคลทุกประเภทไว้ในจุดเดียว แต่ควรสร้างมาตรฐานข้อมูลร่วม เพื่อให้แต่ละหน่วยงานส่งเฉพาะสถิติที่จำเป็นมาประกอบเป็นบัญชีระดับประเทศ

ระวังนับรายได้ซ้ำ! :

ความเสี่ยงสำคัญของการจัดทำบัญชี นั่นก็คือ…การนับรายได้ซ้ำ!!!

หากบริษัทประกันต่างประเทศจ่ายค่ารักษาให้โรงพยาบาล เงินจำนวนเดียวกันอาจปรากฏเป็นยอดจ่ายของบริษัทประกันและรายได้ของโรงพยาบาล หากนำมารวมกันโดยไม่ปรับรายการ จะทำให้มูลค่าตลาดสูงกว่าความเป็นจริง

กรณี โรงพยาบาลขายแพ็กเกจที่รวมค่าห้องพัก รถรับส่ง และล่ามไว้แล้ว ก็ต้องแยกให้ได้ว่า… โรงพยาบาลรับรู้รายได้ทั้งหมด หรือโอนเงินบางส่วนให้โรงแรมและผู้ให้บริการ หากนำยอดแพ็กเกจและรายได้ของผู้รับช่วงมารวมกันอีกครั้ง จะเกิดการนับซ้ำเช่นกัน

หลักการที่ควรใช้ คือ…แยก “รายจ่ายของคณะเดินทาง” ออกจาก “รายได้ของธุรกิจแต่ละราย” และคำนวณมูลค่าเพิ่มหลังหักการซื้อสินค้าหรือบริการระหว่างกัน

วิธีนี้ จะทำให้รู้ว่า เงิน 100 บาทที่ผู้ป่วยและครอบครัวใช้จ่าย สร้างมูลค่าเพิ่มในประเทศไทยจริงเท่าใด และส่วนใดไหลออกไปเป็นค่าตั๋วของสายการบินต่างชาติ ค่ายานำเข้า ค่าเครื่องมือแพทย์ หรือค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มต่างประเทศ

ข้อมูลสุขภาพต้องปลอดภัย :

ข้อมูลการรักษาพยาบาลเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหวสูง การจัดทำบัญชีจึงต้องอยู่ภายใต้กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและหลักจริยธรรมทางการแพทย์อย่างเคร่งครัด

ระบบไม่จำเป็นต้องรู้ชื่อ หมายเลขหนังสือเดินทาง หรือรายละเอียดโรคของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง แต่ต้องการข้อมูลในระดับกลุ่ม เช่น จำนวนผู้ป่วยจากประเทศหนึ่ง ช่วงระยะเวลาพำนัก ประเภทการรักษา และค่าใช้จ่ายเฉลี่ย

โรงพยาบาลและหน่วยงานรัฐ ควรส่งเฉพาะข้อมูลที่ผ่านการทำให้ไม่สามารถระบุตัวบุคคล มีการกำหนดสิทธิการเข้าถึง และห้ามนำข้อมูลไปใช้เพื่อโฆษณา ขายบริการ หรือเลือกปฏิบัติต่อผู้ป่วย

การสร้างความเชื่อมั่นด้านข้อมูล เป็น…ส่วนหนึ่งของความสามารถในการแข่งขัน เพราะ ผู้ป่วยระดับบน บริษัทประกัน และรัฐบาลต่างประเทศ จะให้ความสำคัญกับ ความปลอดภัยของข้อมูลไม่ต่างจากมาตรฐานการรักษา

เริ่มจากพื้นที่นำร่อง :

ประเทศไทยไม่จำเป็นต้องรอให้ทุกหน่วยงานมีข้อมูลสมบูรณ์ก่อน จึงเริ่มดำเนินการ แต่สามารถทดลองจัดทำบัญชีในพื้นที่ที่มีโครงสร้างตลาดแตกต่างกัน

กรุงเทพฯ เหมาะกับการศึกษาผู้ป่วยโรคซับซ้อน โรงพยาบาลพรีเมียม โรงแรมระยะยาว และผู้ป่วยตะวันออกกลาง เอเชียใต้ และเมียนมา

ภูเก็ตเหมาะกับการศึกษาการเชื่อม Medical Tourism กับ Wellness โรงแรม รีสอร์ต และการพักฟื้น ขณะที่ ชลบุรีและพื้นที่ EEC สามารถสะท้อนทั้งผู้ป่วยต่างชาติ นักท่องเที่ยว และชาวต่างชาติที่ทำงานในภาคอุตสาหกรรม

เชียงใหม่เหมาะกับการศึกษาตลาดผู้สูงอายุ การพักระยะยาว โรงพยาบาลมหาวิทยาลัย และ Wellness ส่วน สงขลาและหาดใหญ่สามารถสะท้อนการเดินทางข้ามพรมแดนจากมาเลเซียและตลาดภาคใต้

โครงการนำร่อง ควรใช้ระยะเวลาประมาณหนึ่งปี เพื่อให้ครอบคลุมฤดูกาลท่องเที่ยว ช่วงรอมฎอน ฤดูโรคระบาด และความผันผวนของเที่ยวบิน ก่อนนำผลไปปรับวิธีคำนวณและขยายเป็นระดับประเทศ

ได้มากกว่าตัวเลขตลาด :

ประโยชน์ของ Medical Tourism Satellite Account ไม่ได้อยู่ที่การประกาศว่า…ตลาดมีมูลค่ากี่แสนล้านบาท เท่านั้น แต่คือ…การทำให้รัฐบาลรู้ว่าควรส่งเสริมตลาดใดและลงทุนตรงไหน?

หากข้อมูลแสดงว่า…ผู้ติดตามมีระยะพักยาว แต่ใช้จ่ายอยู่เฉพาะบริเวณรอบโรงพยาบาล ภาครัฐและเอกชนสามารถพัฒนาเส้นทางเดินทางระยะสั้นที่ยืดหยุ่นและเหมาะกับครอบครัวผู้ป่วย

หากพบว่า…ปัญหาหลักคือที่พักไม่รองรับรถเข็น อาหารไม่ตรงความต้องการ หรือขาดล่ามทางการแพทย์ ก็สามารถกำหนดมาตรฐานและให้สิทธิประโยชน์แก่ผู้ประกอบการที่ลงทุนแก้ปัญหาเหล่านี้

หากพบว่า…รายได้ส่วนใหญ่กระจุกอยู่ในโรงพยาบาลและโรงแรมขนาดใหญ่ รัฐสามารถออกแบบมาตรการเชื่อมร้านอาหาร รถรับส่ง ชุมชน และผู้ประกอบการรายย่อยเข้าสู่ห่วงโซ่

ในทางกลับกัน หากพบว่า…การเพิ่มผู้ป่วยต่างชาติทำให้แพทย์และพยาบาลไหลออกจากโรงพยาบาลรัฐ หรือทำให้ประชาชนไทยรอคิวนานขึ้น รัฐก็ต้องนำข้อมูลไปกำหนดมาตรการเพิ่มบุคลากรและป้องกันผลกระทบต่อระบบบริการภายในประเทศ

จากข้อมูลสู่นโยบาย :

ประเทศไทยมีนโยบาย Medical Hub มีโรงพยาบาลที่ได้รับการยอมรับ มีอุตสาหกรรมท่องเที่ยวขนาดใหญ่ และมีบริการ Hospitality ที่แข่งขันได้

แต่ยังขาดระบบวัดผลที่เชื่อมทุกองค์ประกอบเข้าด้วยกัน!!??

เมื่อไม่มีบัญชีกลาง แต่ละหน่วยงานจึง…รายงานความสำเร็จด้วยตัวชี้วัดของตนเอง โรงพยาบาลรายงานรายได้และจำนวนผู้ป่วย ททท. รายงานจำนวนนักท่องเที่ยว โรงแรมรายงานอัตราเข้าพัก และ BOI รายงานมูลค่าการลงทุน

ตัวเลขเหล่านี้มีประโยชน์ แต่ยังไม่สามารถตอบว่า…Medical Tourism สร้างมูลค่าเพิ่มสุทธิให้ประเทศเท่าใด? กระจายรายได้ไปที่ใด? และใช้ทรัพยากรทางการแพทย์ของไทยมากน้อยเพียงใด?

Medical Tourism Satellite Account จึงควรเป็นมากกว่าโครงการวิจัยหรือรายงานเฉพาะกิจ แต่ต้องเป็น ระบบข้อมูลที่จัดทำสม่ำเสมอ มีนิยามเดียวกัน และ เปิดเผยผลในระดับที่ภาคธุรกิจ นักวิชาการและประชาชนสามารถตรวจสอบได้

เมื่อประเทศไทยรู้มูลค่าที่แท้จริง จึงจะสามารถเปลี่ยน Medical Tourism จากกิจกรรมของโรงพยาบาลเอกชนบางแห่ง ให้กลายเป็นยุทธศาสตร์เศรษฐกิจสุขภาพที่เชื่อมการแพทย์ การท่องเที่ยว การลงทุน การจ้างงาน และการพัฒนาพื้นที่เข้าด้วยกัน

แต่ข้อมูลเพียงอย่างเดียว! ยังไม่ทำให้…ยุทธศาสตร์ประสบความสำเร็จ หากรัฐบาลไม่มีนโยบายต่อเนื่อง ไม่มีเจ้าภาพที่มีอำนาจ และไม่สามารถรักษาสมดุลระหว่างรายได้จากต่างชาติกับสิทธิการรักษาของประชาชนไทย

โปรดติดตามตอนจบ Medical Hub ต้องไปไกลกว่าคำขวัญ” ตรวจนโยบายรัฐบาล มาตรการสนับสนุน ช่องว่างการดำเนินงาน และอนาคตการแข่งขันของไทยในเศรษฐกิจสุขภาพโลก!!!.