• อาทิตย์ 23 สิงหาคม 2569 เวลา 10:45 น.

ไทย–นิวซีแลนด์ ‘ทูตนำทุน’

BREAKING NEWS POLITICAL

(ยกระดับหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ ปักไทยประตูสู่อาเซียน เดิมพันใหม่อยู่ที่เปลี่ยนคำเจรจาให้เป็น “การค้า–ลงทุน–งาน”)

 
ปิดฉากภารกิจ “อนุทิน” เยือนนิวซีแลนด์ ไทยเดินเกมการทูตเศรษฐกิจเต็มรูปแบบ ดันการค้า 3 เท่า แตะ 7.5 พันล้านดอลลาร์ในปี 2045 ดึงทุน–เทคโนโลยีเกษตร–พลังงานสะอาด พร้อมวางไทยเป็นศูนย์กระจายสินค้าเชื่อมอาเซียน–อินเดีย ทว่าโจทย์หลังกลับจากโอ๊คแลนด์คือ จะเปลี่ยน “ความสนใจลงทุน” ให้กลายเป็นเม็ดเงินจริงได้มากเพียงใด

จาก “สัมพันธ์ที่ดี” สู่ “ผลประโยชน์ที่จับต้องได้” :

การเยือนนิวซีแลนด์อย่างเป็นทางการ ของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในช่วงท้ายของภารกิจออสเตรเลีย–นิวซีแลนด์ ระหว่างวันที่ 17–22 สิงหาคม 2569 สะท้อนทิศทางนโยบายต่างประเทศของรัฐบาลค่อนข้างชัดว่า กรุงเทพฯ กำลังพยายามเปลี่ยน “ทุนทางการทูต” ให้เป็น “ทุนทางเศรษฐกิจ”

รัฐบาลสรุปผลการเยือนครั้งนี้ ผ่าน…ยุทธศาสตร์ “การทูตนำเศรษฐกิจ” ตั้งแต่…เปิดตลาดสินค้า ดึงดูดการลงทุน เทคโนโลยีและทักษะใหม่ ไปจนถึงความร่วมมือด้านความมั่นคง โดยเฉพาะ เป้าหมายไทย–นิวซีแลนด์ที่จะเพิ่มมูลค่าการค้าระหว่างกัน 3 เท่า สู่ 7.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2045

นัยสำคัญ จึงไม่ใช่เพียงการกระชับความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศ แต่คือ…ความพยายามยกระดับนิวซีแลนด์จาก “คู่ค้า” ให้กลายเป็นหนึ่งในหุ้นส่วนที่ช่วยเติมเทคโนโลยี เงินลงทุน ตลาด และองค์ความรู้ให้เศรษฐกิจไทย

ปักไทย “ประตูอาเซียน” :

หนึ่งในยุทธศาสตร์ที่เห็นภาพชัดที่สุด คือการเสนอประเทศไทยให้เป็น ฐานกระจายสินค้าเข้าสู่อาเซียนและอินเดีย

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง ระบุว่า…รัฐบาลได้หารือกับ T&G Global กลุ่มธุรกิจผลไม้รายใหญ่ของนิวซีแลนด์ ถึงโอกาสตั้งศูนย์กระจายสินค้าในประเทศไทย โดยเฉพาะสินค้าอย่าง แอปเปิล พร้อม เชื่อมโยงกับเครือข่ายผู้นำเข้าของไทย

หากเกิดขึ้นจริง! ความหมายทางเศรษฐกิจจะมากกว่าการเพิ่มปริมาณสินค้านำเข้า เพราะไทยกำลังเสนอ “ภูมิศาสตร์เศรษฐกิจ” ของตัวเองเป็นจุดขาย — ที่ตั้งกลางเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ฐานโลจิสติกส์ ตลาดภายในประเทศ และการเชื่อมต่อไปยังประเทศเพื่อนบ้าน รวมถึงตลาดอินเดีย

นี่คือ…การแข่งขันในบทบาท Regional Hub ที่ไทยต้องการรักษาไว้ ท่ามกลางการแข่งขันดึงดูดเงินลงทุนของประเทศในอาเซียนที่เข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ

เกษตรไทยต้องได้มากกว่า “ซื้อ – ขาย” :

อีกมิติที่มีความสำคัญเชิงโครงสร้าง คือ “เทคโนโลยีการเกษตร”

นิวซีแลนด์มีจุดแข็งทั้งด้านเกษตรสมัยใหม่ วิทยาศาสตร์อาหาร เทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยว และการสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าเกษตร ขณะที่ รัฐบาลไทย ระบุว่า…จะนำความร่วมมือเหล่านี้มาใช้เพิ่มมูลค่าผลผลิตและรายได้เกษตรกร พร้อมต่อยอดความร่วมมือด้านพลังงานสะอาดและเทคโนโลยีสมัยใหม่

ดังนั้น หากมองลึกกว่าตัวเลขการค้า ผลตอบแทนที่ไทยควรได้จากความสัมพันธ์ครั้งนี้จึงไม่ควรหยุดอยู่ที่ “ขายสินค้าไทยมากขึ้น – ซื้อสินค้านิวซีแลนด์มากขึ้น” แต่ต้องวัดจากความสามารถในการถ่ายทอดเทคโนโลยี ยกระดับผลิตภาพ และทำให้สินค้าเกษตรไทยขยับขึ้นไปอยู่ในห่วงโซ่มูลค่าที่สูงกว่าเดิม

เพราะหาก เป้าหมายการค้า 3 เท่าเกิดขึ้นโดยไม่มีการยกระดับโครงสร้างการผลิต ผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจย่อมแตกต่างอย่างมากจากการเติบโตที่มาพร้อมเทคโนโลยีและมูลค่าเพิ่มในประเทศ

ฟื้นบินตรง เชื่อม “คน–ทุน–ท่องเที่ยว” :

อีกตัวแปรที่อาจสร้างผลกระทบได้เร็ว นั่นคือ…การผลักดันให้ การบินไทยกลับมาเปิดเส้นทางบินตรงกรุงเทพฯ–โอ๊คแลนด์

รัฐบาลมองว่า…เที่ยวบินตรงไม่เพียงอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน แต่จะช่วยเชื่อมการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว โดยมีการประสานทั้งฝ่ายการบินไทยและท่าอากาศยานโอ๊คแลนด์เพื่อพิจารณาความเหมาะสมของเส้นทางและสล็อตการบิน

ในทางยุทธศาสตร์ “เที่ยวบินตรง” จึงเปรียบเสมือน…โครงสร้างพื้นฐานทางการทูตเศรษฐกิจ เพราะความสัมพันธ์ระหว่างประเทศจะเติบโตได้ยาก หากการเดินทางของนักธุรกิจ นักท่องเที่ยว นักเรียน และแรงงานยังมีต้นทุนสูงหรือไม่สะดวก

ขณะเดียวกัน ชุมชนไทยในนิวซีแลนด์ก็เป็นอีกเครือข่ายหนึ่งที่รัฐบาลพยายามเชื่อมเข้าสู่ยุทธศาสตร์นี้ โดยนายกรัฐมนตรีรับฟังข้อเสนอเรื่องแรงงาน การประกอบอาชีพ สิทธิและสวัสดิการของคนไทยในนิวซีแลนด์

การเมืองในประเทศ บนเวทีต่างประเทศ :

น่าสังเกตว่า…ระหว่างพบชุมชนไทย นายกรัฐมนตรีไม่ได้กล่าวเฉพาะเรื่องต่างประเทศ แต่ยังใช้โอกาสนี้ส่งสัญญาณกลับมายังการเมืองภายใน โดยย้ำถึง เสถียรภาพของรัฐบาลผสม และกล่าวถึง ตัวเลขเศรษฐกิจ ทั้งการขอรับการส่งเสริมการลงทุน การส่งออก ค่าเงินบาท ตลาดหุ้น และความน่าเชื่อถือของประเทศ

จึงมองได้ว่า…ภารกิจต่างประเทศครั้งนี้มี “สองเวที” ซ้อนกันอยู่

เวทีแรก คือ…การสร้างความเชื่อมั่นต่อนิวซีแลนด์และนักลงทุนต่างชาติว่าไทยมีเสถียรภาพและพร้อมรับการลงทุน

ส่วนอีกเวที คือ…การสื่อสารกลับมายังประชาชนในประเทศว่า รัฐบาลสามารถใช้ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศสร้างผลงานทางเศรษฐกิจได้

นี่เป็นเหตุผลที่คำว่า…“การทูตนำเศรษฐกิจ” ถูกวางเป็นแกนกลางของการสรุปผลงานรัฐบาลอย่างชัดเจน

หุ้นส่วนยุทธศาสตร์ มากกว่าเรื่องการค้า :

ความสัมพันธ์ไทย–นิวซีแลนด์ยังถูกขยายจากมิติเศรษฐกิจไปสู่ความมั่นคง โดยรัฐบาลระบุถึง ความร่วมมือในการรับมืออาชญากรรมข้ามชาติ ทั้งแก๊งสแกมเมอร์ ยาเสพติด การค้ามนุษย์ และอาชญากรรมออนไลน์ รวมถึงการขยายความร่วมมือด้านตำรวจ

ภาพดังกล่าว สะท้อนธรรมชาติของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศยุคใหม่ที่ “เศรษฐกิจ” แยกออกจาก “ความมั่นคง” ได้ยากขึ้น เพราะ…ความเชื่อมั่นของนักลงทุน การเคลื่อนย้ายเงินทุน และเศรษฐกิจดิจิทัล ล้วนเชื่อมโยงกับความปลอดภัยและการบังคับใช้กฎหมายข้ามพรมแดน

การยกระดับความสัมพันธ์สู่ “หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์” จึงมีความหมายกว้างกว่าการเพิ่มยอดส่งออก แต่เป็น การวางโครงสร้างความร่วมมือระยะยาวทั้งเศรษฐกิจ เทคโนโลยี การศึกษา บุคลากร และความมั่นคง

บทพิสูจน์อยู่ “หลังเครื่องลง” :

อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของการเยือนต่างประเทศไม่ควรวัดจากจำนวนเวทีหารือ ภาพจับมือ หรือ MOU เพียงอย่างเดียว

สิ่งที่ต้องติดตามต่อจากนี้ ก็คือT&G Global จะลงทุนศูนย์กระจายสินค้าในไทยจริงหรือไม่ การลงทุนจากนิวซีแลนด์จะเพิ่มขึ้นเท่าใด

เทคโนโลยีเกษตรและพลังงานสะอาดจะถูกถ่ายทอดสู่ภาคการผลิตไทยอย่างไร?

เที่ยวบินตรงกรุงเทพฯ–โอ๊คแลนด์จะเกิดขึ้นเมื่อใด?

และ เป้าหมายการค้า 7.5 พันล้านดอลลาร์จะมีแผนปฏิบัติที่ชัดเจนเพียงใด?.