• อังคาร 18 สิงหาคม 2569 เวลา 23:52 น.

พาณิชย์บุกเกาะเต่า ลุยเช็ก ‘นอมินี’ ธุรกิจท่องเที่ยว พบผิด 2 ราย

BREAKING NEWS JUSTICE & CRIME

กรมพัฒนาธุรกิจการค้าผนึก 4 หน่วยงานลงพื้นที่เกาะเต่า สุราษฎร์ธานี ตรวจเข้ม 12 บริษัทนำเที่ยวต่างชาติร่วมถือหุ้น พบกระทำผิด 2 ราย ทั้งโครงสร้างกรรมการไม่เป็นไปตามกฎหมาย-ต่างชาติสอนดำน้ำไร้ใบอนุญาตทำงาน และเปิดกิจการโดยไม่มีใบอนุญาตสาขา สั่งเพิกถอนใบอนุญาตนำเที่ยว พร้อมขยายผลเชิงลึกสอบเส้นทาง “นอมินี” และบริษัทที่ปรึกษาจดทะเบียน ย้ำเดินหน้าคัดกรองธุรกิจเสี่ยงด้วยฐานข้อมูล-เทคโนโลยี ปราบตัวแทนอำพรางให้เห็นผลเป็นรูปธรรม

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า(DBD) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า “เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2569 ได้มอบหมายให้ทีมปราบนอมินี กองป้องกันและปราบปรามธุรกิจผิดกฎหมาย ลงพื้นที่ตรวจสอบธุรกิจนำเที่ยว ณ เกาะเต่า อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี ตามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ แก้ไขปัญหาการประกอบธุรกิจ ท่องเที่ยวโดยใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง (NOMINEE) ร่วมกับ กรมการท่องเที่ยว สำนักงานปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว และสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง มีเป้าหมายในการตรวจสอบบริษัทที่มีใบอนุญาตนำเที่ยว ซึ่งมีคนต่างชาติร่วมถือหุ้น

โดยการปฏิบัติการในครั้งนี้ มีเป้าหมายตรวจสอบ 12 บริษัท ผลการตรวจสอบปรากฏ ดังนี้

1. ตรวจพบการกระทำความผิด 2 ราย ได้แก่ 1.1) บริษัทนำเที่ยวพบกรรมการและผู้ถือหุ้นให้ข้อมูลการประกอบธุรกิจว่ามีบริการสอนดำน้ำ และอยู่ระหว่างขออนุญาตประกอบกิจการห้องพักแบบโฮสเทล จากการตรวจสอบบริษัทดังกล่าว มีกรรมการผู้มีอำนาจชาวต่างชาติ 1 ราย และชาวไทย 1 ราย ซึ่งขัดกับ พ.ร.บ.ธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ.2551 ที่กำหนดว่า กรรมการเกินกึ่งหนึ่งต้องมีสัญชาติไทย กรมการท่องเที่ยวจึงได้ดำเนินการเพิกถอนใบอนุญาตนำเที่ยว นอกจากนี้ ยังพบชาวต่างชาติสอนดำน้ำที่ไม่มีใบอนุญาตทำงาน ซึ่งตำรวจตรวจคนเข้าเมืองดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องแล้ว นอกจากนี้ ในส่วนของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้ดำเนินการตรวจสอบบริษัทว่ามีพฤติกรรมในลักษณะนอมินีหรือไม่ พร้อมตรวจสอบข้อมูลบริษัทที่ให้คำปรึกษาในการจดทะเบียนบริษัทแก่บริษัทรายดังกล่าวด้วย 1.2) ตรวจพบบริษัทนำเที่ยวประกอบกิจการโดยไม่มีใบอนุญาตสาขา ซึ่งกรมการท่องเที่ยวได้ดำเนินการตามกฎหมายในส่วนที่เกี่ยวข้อง

2. ตรวจสอบบริษัทเป้าหมายอีก 10 ราย พบว่า บริษัทปิดชั่วคราว 1 ราย และอีก 9 ราย พบกรรมการและผู้ถือหุ้นให้ข้อมูลเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจว่า ธุรกิจส่วนใหญ่เป็นธุรกิจเกี่ยวกับการดำน้ำ หรือสอนดำน้ำ ต่างชาติที่เข้ามาร่วมลงทุนมีหลากหลายสัญชาติ มีสัดส่วนการถือครองหุ้น และสัดส่วนกรรมการ ไม่ขัดกับกฎหมายของกรมการท่องเที่ยว และพบว่ากรรมการและพนักงานชาวต่างชาติมีใบอนุญาตการทำงานถูกต้อง โดยคนไทยมีส่วนร่วมในการบริหารกิจการ

อธิบดีพูนพงษ์ฯ กล่าวต่อว่า กรมพัฒนาธุรกิจการค้า จะดำเนินการตรวจสอบธุรกิจนอมินีอย่างต่อเนื่อง โดยใช้ระบบเชื่อมโยงฐานข้อมูลและเทคโนโลยีช่วยวิเคราะห์ความเสี่ยง เพื่อคัดกรองนิติบุคคลที่มีพฤติการณ์เข้าข่ายผิดกฎหมาย พร้อมแลกเปลี่ยนข้อมูลกับหน่วยงานพันธมิตรเพื่อบูรณาการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด และมีการบังคับใช้กฎหมายของแต่ละหน่วยงานอย่างเคร่งครัด เพื่อให้การปราบปรามธุรกิจนอมินีเห็นผลสัมฤทธิ์เป็นรูปธรรมชัดเจน สร้างความเป็นธรรมให้แก่ภาคธุรกิจและสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชน พร้อมกันนี้ ขอเตือนผู้ประกอบธุรกิจทั้งชาวไทยและต่างชาติ รวมถึงบริษัทให้คำปรึกษาด้านการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท และบริษัทให้คำปรึกษาด้านการลงทุน ให้ปฏิบัติตามกฎหมายการประกอบธุรกิจของประเทศอย่างเคร่งครัด เพื่อร่วมกันสร้างบรรทัดฐานการประกอบธุรกิจที่มีความโปร่งใส

หากประชาชนพบเห็นการกระทำความผิดหรือพบธุรกิจใดเข้าข่ายกระทำความผิดในลักษณะนอมินี แจ้งเบาะแสได้ที่ เว็บไซต์กรมพัฒนาธุรกิจการค้า www.dbd.go.th หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กองป้องกันและปราบปรามธุรกิจผิดกฎหมาย กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ โทรศัพท์ 0 2547 4419 หรือ Call Center 1570.