• พุธ 19 สิงหาคม 2569 เวลา 18:25 น.

จีนเปลี่ยนเกม ไทยต้องเปลี่ยน?

BREAKING NEWS STRATEGIES

(EXIM BANK ผนึกพันธมิตรอ่านแผน 5 ปีแดนมังกร ชี้ช่อง ‘ผู้ส่งออกไทย’ วางหมากชิงตลาดจีน)

แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 15 ของจีน กำลังเปิดการแข่งขันรอบใหม่ ทั้งด้านเทคโนโลยี AI การลงทุน และห่วงโซ่การค้าโลก ธุรกิจไทยจึงต้องเร่งเปลี่ยนข้อมูลเชิงนโยบายให้เป็นยุทธศาสตร์สินค้า ตลาด และการบริหารความเสี่ยง ก่อนโอกาสจะกลายเป็นพื้นที่ของคู่แข่ง

อ่านจีนให้ขาด ก่อนวางหมาก :

แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 15 ของจีน ซึ่งครอบคลุม ช่วงปี 2569–2573 กำลังจะเป็น ตัวกำหนดทิศทางสำคัญของเศรษฐกิจ การลงทุน เทคโนโลยี และบทบาทของจีนในห่วงโซ่การค้าโลก

การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ จึงไม่ใช่เพียงเรื่องภายในประเทศจีน แต่เป็น “สัญญาณยุทธศาสตร์” ที่ผู้ส่งออกไทยต้องอ่านให้ออก เพื่อปรับสินค้า ตลาด และรูปแบบธุรกิจให้ทันก่อนการแข่งขันรอบใหม่จะเริ่มขึ้นเต็มรูปแบบ

ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) ร่วมกับ หอการค้าไทยในจีน สมาคมส่งเสริมการลงทุนและการค้าไทย-จีน และศูนย์จีนศึกษา สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดหลักสูตร “China Wealth สถาบันผู้นำตลาดจีน รุ่นที่ 3” เพื่อยกระดับความรู้ของผู้ประกอบการไทยให้เข้าใจจีนในระดับที่ลึกกว่าการมองเพียงขนาดตลาดหรือจำนวนประชากร แต่ต้องสามารถเชื่อมโยงนโยบายเศรษฐกิจ เทคโนโลยี พฤติกรรมผู้บริโภค และการแข่งขันเข้ากับการตัดสินใจทางธุรกิจ

นายรชตพงศ สุขสงวน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ EXIM BANK ให้การต้อนรับผู้เข้าอบรม พร้อมระบุถึง เป้าหมายของหลักสูตรที่ต้องการบ่มเพาะทักษะและแนวคิดที่จำเป็นต่อการทำธุรกิจกับจีน ตลอดจน ช่วยให้ผู้ประกอบการนำองค์ความรู้ไปใช้กำหนดกลยุทธ์ เลือกตลาดและกลุ่มผู้บริโภค พัฒนาสินค้า วางแผนการค้าและการลงทุน รวมถึงเชื่อมโยงกับบริการทางการเงินและเครื่องมือบริหารความเสี่ยงของ EXIM BANK

ตลาดใหญ่ ไม่ได้แปลว่าง่าย :

ในเชิงยุทธศาสตร์ จีนยังเป็นตลาดที่ผู้ประกอบการไทยไม่อาจมองข้าม ด้วยขนาดเศรษฐกิจใหญ่อันดับ 2 ของโลก ประชากรกว่า 1.4 พันล้านคน และสถานะคู่ค้าอันดับ 1 ของไทย แต่ขนาดตลาดที่ใหญ่ไม่ได้หมายความว่าธุรกิจไทยจะเข้าถึงผู้บริโภคได้ง่าย เพราะตลาดจีนกำลังเปลี่ยนจากการแข่งขันด้านราคาและปริมาณ ไปสู่การแข่งขันด้วยเทคโนโลยี คุณภาพ นวัตกรรม ความรวดเร็วของช่องทางจำหน่าย และความสามารถในการตอบสนองผู้บริโภคเฉพาะกลุ่ม

ทั้งนี้ โจทย์ของ ผู้ส่งออกไทยในช่วง 5 ปีข้างหน้า จึงไม่ใช่เพียง “จะขายสินค้าอะไรให้จีน” แต่ต้องตอบให้ได้ว่า…จะขายให้ผู้บริโภคกลุ่มใด? สินค้ามีคุณค่าแตกต่างจากคู่แข่งอย่างไร? จะเข้าถึงตลาดผ่านช่องทางใด? และธุรกิจสามารถบริหารต้นทุน เงินทุนหมุนเวียน อัตราแลกเปลี่ยน ตลอดจนความเสี่ยงจากกฎระเบียบและภูมิรัฐศาสตร์ได้มากน้อยเพียงใด?

ขายคุณค่า ไม่ใช่แค่สินค้า :

สินค้าเกษตร อาหาร และสินค้าไลฟ์สไตล์ของไทยยังมีโอกาสในตลาดจีน แต่ความได้เปรียบจากภาพลักษณ์สินค้าไทยเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพออีกต่อไป ผู้ประกอบการจำเป็นต้องยกระดับจากการส่งออกสินค้ามาตรฐานไปสู่การพัฒนาสินค้าที่ตอบโจทย์สุขภาพ คุณภาพชีวิต ความสะดวก และรสนิยมของผู้บริโภคในแต่ละเมือง

ธุรกิจไทยต้องใช้ข้อมูลตลาดเป็นเครื่องมือกำหนดราคา ออกแบบบรรจุภัณฑ์ สร้างเรื่องราวของแบรนด์ และเลือกช่องทางจำหน่ายอย่างแม่นยำ แทนการนำสินค้าที่ประสบความสำเร็จในประเทศไทยเข้าไปวางจำหน่ายโดยไม่ปรับให้สอดคล้องกับตลาดจีน

ยุทธศาสตร์ที่เหมาะสมจึงควรเริ่มจากการแบ่งตลาดตามเมือง รายได้ อายุ และพฤติกรรมของผู้บริโภค ไม่ใช่มองประชากรกว่า 1.4 พันล้านคนเป็นลูกค้ากลุ่มเดียว เพราะความต้องการของผู้บริโภคจีนมีความแตกต่างกันอย่างมากทั้งระหว่างเมืองหลัก เมืองรอง และพื้นที่เศรษฐกิจใหม่

AI เร่งเกมการแข่งขัน :

ทิศทางการพัฒนาเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ภายใต้แผนพัฒนา 5 ปีฉบับใหม่ของจีน จะเร่งให้เกิดทั้งตลาดใหม่และคู่แข่งรูปแบบใหม่ ธุรกิจไทยจึงต้องมอง AI มากกว่าการเป็นเครื่องมือช่วยลดต้นทุน แต่ควรนำมาใช้วิเคราะห์ผู้บริโภค พยากรณ์ความต้องการ บริหารสต๊อก พัฒนาสินค้า และสื่อสารการตลาดให้เหมาะกับพฤติกรรมของลูกค้าจีนที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

นายอิริค ลี ประธานกรรมการ Chengwei Capital ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการ Guancha ซึ่งตัวเขาเองเป็นทั้ง นักลงทุน นักวิชาการ และนักวิเคราะห์ด้านการเมืองและเศรษฐกิจจีน ได้บรรยายพิเศษในหัวข้อ “แผนพัฒนา 5 ปีฉบับใหม่ของจีน: โอกาสสำหรับธุรกิจไทย” ณ EXIM BANK สำนักงานใหญ่ เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2569

การบรรยายดังกล่าวเปิดมุมมองเกี่ยวกับทิศทางเศรษฐกิจจีน การพัฒนาเทคโนโลยีและ AI การลงทุน และบทบาทของจีนในห่วงโซ่การค้าโลก ตลอดจนผลกระทบ โอกาส และความท้าทายที่ภาคธุรกิจไทยต้องเตรียมรับมือในช่วง 5 ปีข้างหน้า

ทั้งนี้ ดร.ไพจิตร วิบูลย์ธนสาร รองประธานและเลขาธิการหอการค้าไทยในจีน และอุปนายกและเลขาธิการสมาคมส่งเสริมการลงทุนและการค้าไทย-จีน และ ผศ.ดร.อาร์ม ตั้งนิรันดร อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ และผู้อำนวยการศูนย์จีนศึกษา สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมบริหารหลักสูตร China Wealth สถาบันผู้นำตลาดจีน” โดยนำองค์ความรู้ด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน กฎหมาย และพฤติกรรมผู้บริโภคจีนมาเชื่อมโยงกับโจทย์ทางธุรกิจของผู้ประกอบการไทย

รู้ตลาด ต้องมีทุนและเกราะป้องกัน  :

“ทีมข่าวยุทธศาสตร์” เชื่อว่า…ความสำคัญของหลักสูตร China Wealth ไม่ได้อยู่ที่การให้ข้อมูลเกี่ยวกับจีนเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การสร้าง “ระบบสนับสนุนการเข้าสู่ตลาด” ตั้งแต่…การวิเคราะห์โอกาส การสร้างเครือข่าย การจับคู่ธุรกิจ ไปจนถึงการเข้าถึงแหล่งเงินทุนและเครื่องมือบริหารความเสี่ยง ซึ่งเป็นปัจจัยที่ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะ SMEs มักเผชิญข้อจำกัดเมื่อต้องขยายธุรกิจไปต่างประเทศ

การเข้าสู่ตลาดจีนโดยมีเพียงสินค้า แต่ไม่มีเงินทุนสำรอง ไม่มีพันธมิตรในพื้นที่ และไม่มีเครื่องมือป้องกันความเสี่ยง ย่อมทำให้ผู้ประกอบการเปราะบางต่อความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน การชำระเงิน การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบ และความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์

ถึงตรงนี้ EXIM BANK จึงมีบทบาทมากกว่าการเป็นผู้ให้สินเชื่อ แต่ยังได้เชื่อมโยงความรู้ตลาด เครือข่ายธุรกิจ เงินทุน และเครื่องมือบริหารความเสี่ยงเข้าด้วยกัน เพื่อเปลี่ยนความสนใจในตลาดจีนให้เป็นแผนธุรกิจที่มีความเป็นไปได้และเติบโตได้อย่างยั่งยืน

เลือกสนาม ก่อนเลือกสินค้า :

สำหรับ ผู้ส่งออกไทย ยุทธศาสตร์ในช่วง 5 ปีข้างหน้าควรเริ่มจากการเลือกพื้นที่และกลุ่มลูกค้าเป้าหมายให้ชัดเจน แทนการมองจีนเป็นตลาดเดียวทั้งประเทศ จากนั้นจึงพัฒนาสินค้าให้มีความแตกต่าง สร้างพันธมิตรในพื้นที่ และกระจายช่องทางจำหน่ายเพื่อลดการพึ่งพาแพลตฟอร์มหรือคู่ค้ารายใดรายหนึ่ง

ขณะเดียวกัน ธุรกิจต้องวางโครงสร้างทางการเงินให้รองรับระยะเวลาการค้า ความผันผวนของต้นทุน และความเสี่ยงจากการชำระเงิน เพราะการมียอดขายเพิ่มขึ้นไม่ได้หมายความว่าธุรกิจจะมีกำไรหรือกระแสเงินสดเพียงพอเสมอไป

การสร้างโอกาสในตลาดจีนจึงไม่ควรเริ่มจากคำถามว่าตลาดมีขนาดใหญ่เพียงใด แต่ต้องเริ่มจากการประเมินว่าธุรกิจไทยมีความพร้อมเข้าแข่งขันในตลาดที่เคลื่อนตัวเร็วที่สุดแห่งหนึ่งของโลกหรือไม่?

เปลี่ยนแผนจีน เป็นแผนธุรกิจไทย :

ผู้ประกอบการที่อ่านทิศทางแผนพัฒนา 5 ปีของจีนได้เร็ว และสามารถเปลี่ยนข้อมูลเชิงนโยบายให้เป็นแผนธุรกิจที่ปฏิบัติได้จริง จะมีโอกาสสร้างฐานตลาดก่อนคู่แข่ง พร้อมต่อยอดเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานและอุตสาหกรรมใหม่ที่จีนกำลังผลักดัน

หลักสูตร China Wealth รุ่นที่ 3 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างเดือนสิงหาคม–กันยายน 2569 จึงสะท้อนบทบาทของ EXIM BANK ที่ขยับจากการเป็นแหล่งเงินทุนไปสู่การเป็นพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ของผู้ส่งออกไทย โดยเชื่อมองค์ความรู้ เครือข่ายธุรกิจ เงินทุน และการบริหารความเสี่ยงเข้าด้วยกัน

เป้าหมายสำคัญไม่ใช่เพียงช่วยให้ผู้ประกอบการไทยเข้าสู่ตลาดจีน แต่ต้องทำให้ธุรกิจสามารถยืนระยะ แข่งขัน และเติบโตได้อย่างมั่นคงท่ามกลางกติกาเศรษฐกิจโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลง เพราะในเกมการค้ารอบใหม่ ผู้ที่มองเห็นทิศทางก่อน ย่อมมีโอกาสเป็นผู้กำหนดเกม มากกว่าตกเป็นฝ่ายวิ่งตามการเปลี่ยนแปลง!!!.