• เสาร์ 15 สิงหาคม 2569 เวลา 13:13 น.

กราบตัก? พักศึก!

BREAKING NEWS POLITICAL

(‘อนุทิน’ พบ ‘ทักษิณ’ ประคองแดง–น้ำเงิน ก่อนมรสุมการเมือง!)

 
ภาพ “อนุทิน” ก้มกราบตัก “ทักษิณ” อาจเริ่มจากความกตัญญูส่วนบุคคล แต่ในโมงยามที่ “ข่าวซักฟอก – ปรับขั้วการเมือง” กำลังถาโถม ภาพนี้…จึงทำหน้าที่เสมือนคำประกาศว่า “แดง–น้ำเงิน” ยังไม่คิดแตกหัก! และยังต้องประคอง ร่วมฝ่ามรสุมการเมืองด้วยกัน?

ภาพเดียว หลายความหมาย :

ภาพ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย “ก้มกราบตัก” นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ระหว่าง…ร่วมพิธีสวดพระอภิธรรม นายเกรียง กัลป์ตินันท์ ที่จังหวัดอุบลราชธานี เมื่อช่วงค่ำวานนี้ (14 สิงหาคม 2569) กลายเป็น…

ภาพการเมืองที่ถูกจับตามองมากที่สุดภาพหนึ่ง!!! ในห้วงเวลานี้

นายอนุทิน อธิบายว่า…เมื่อพบนายทักษิณก็ต้องกราบ เพราะเป็นผู้ใหญ่ที่เคยให้ความเมตตาและเปิดโอกาสให้เข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรี พร้อมยืนยันว่า…ไม่ได้พูดคุยเรื่องการเมืองเป็นพิเศษ มีเพียงการถามไถ่สารทุกข์สุขดิบตามประสาคนคุ้นเคย

คำอธิบายดังกล่าวรับฟังได้ในมิติส่วนบุคคล เพราะสายสัมพันธ์ระหว่าง…คนทั้ง 2 มีมายาวนาน ตั้งแต่ครั้งอนุทินดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยในรัฐบาลไทยรักไทย

แต่เมื่อ “ผู้ที่ก้มกราบ” คือ…นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน และ “ผู้ที่รับการกราบ” คือ…อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งยังมีบทบาทและอิทธิพลต่อทิศทางของพรรคเพื่อไทย

ภาพที่เกิดขึ้น! จึงไม่อาจถูกอ่านเป็นเพียงแค่…เรื่องมารยาทหรือความกตัญญู!!!

ในทางการเมือง บางครั้ง “ภาพ” ทำหน้าที่ส่งสารได้ดังกว่า “คำพูด???”

กราบนายเก่า แต่ถืออำนาจใหม่ :

หากมองย้อนกลับไป อดีตนายกฯทักษิณ อาจเป็น “นายเก่า” ที่เคย…เปิดประตู ให้ นายอนุทิน ได้เข้าสู่วงอำนาจ

แต่การเมืองวันนี้…กลับเปลี่ยนสถานะของทั้ง 2 ฝ่ายอย่างมีนัยสำคัญ!!??

นายอนุทิน ไม่ได้อยู่ในฐานะ “รัฐมนตรีรุ่นน้อง” อีกต่อไป แต่เป็น…นายกรัฐมนตรี เป็น…หัวหน้าพรรคที่มีจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมากที่สุด! และเป็น…แกนนำจัดตั้งรัฐบาล

ขณะที่ พรรคเพื่อไทย ซึ่งเคยเป็น “ศูนย์กลางอำนาจ” กลับต้องเข้าร่วมรัฐบาลภายใต้การนำของพรรคภูมิใจไทย

การก้มกราบ! จึงไม่ได้หมายความว่า…นายอนุทิน ยอม “สละอำนาจ” นำให้กับ นายทักษิณ

ตรงกันข้าม! ภาพนี้ อาจสะท้อนความสามารถในการ แยก “ลำดับอาวุโสส่วนบุคคล” ออกจาก “ลำดับอำนาจทางการเมือง”

นายอนุทิน สามารถแสดงความอ่อนน้อมต่อ “นายเก่า” ได้ โดยไม่จำเป็นต้อง “ลดสถานะ” ความเป็น…ผู้นำรัฐบาลของตนเอง และยัง “ได้ผล” ทางการเมือง จากภาพ…ความสัมพันธ์ที่ราบรื่นกับศูนย์กลางอำนาจของพรรคเพื่อไทย อีกด้วย

นี่จึงเป็นทั้งการแสดงความเคารพและการบริหารความสัมพันธ์ในเวลาเดียวกัน!!!

พบกันถูกเวลา การเมืองยิ่งตีความ :

หากเหตุการณ์นี้ เกิดขึ้นในช่วงที่…รัฐบาลไม่มีแรงกดดัน ภาพดังกล่าวอาจถูกมองเป็นเพียง…การพบปะของคนการเมืองที่รู้จักกันมานาน

แต่เวลานี้ “รัฐบาลอนุทิน” กำลังเผชิญแรงเสียดทานหลายด้าน ทั้ง…การเตรียมอภิปรายไม่ไว้วางใจ ประเด็นฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา การตรวจสอบทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น ปัญหาค่าครองชีพ ผลงานของรัฐมนตรี

รวมถึง ข่าวการปรับขั้วภายใต้สมการ “เขียว–แดง–ส้ม” เพื่อลดทอนอำนาจของค่ายสีน้ำเงิน!!!

ในบรรยากาศเช่นนี้ ภาพ นายอนุทิน นั่งใกล้ นายทักษิณ พูดคุยอย่างเป็นกันเอง และก้มกราบก่อนส่งขึ้นรถ จึงทำหน้าที่คล้ายภาพ “พักรบ” ระหว่าง 2 ขั้วอำนาจ???

อย่างน้อยที่สุด! ภาพนี้กำลังบอกว่า…ช่องทางสื่อสารระหว่าง นายอนุทิน กับ นายทักษิณ ยังเปิดอยู่? และทั้ง 2 ฝ่ายยังไม่ต้องการให้ข่าวความขัดแย้ง…ขยายตัวจนควบคุมไม่ได้!!??

แดง – น้ำเงิน ยังต้องพึ่งกัน :

แม้ พรรคภูมิใจไทย จะเป็นแกนนำรัฐบาล และถือไพ่เหนือกว่า ในด้านจำนวน ส.ส. แต่การ…รักษาเสถียรภาพให้กับรัฐบาล ยังจำเป็นต้องอาศัย…พรรคเพื่อไทย

ในอีกด้านหนึ่ง พรรคเพื่อไทย แม้จะเป็นเพียงพรรคร่วม แต่ยังมีเสียงมากพอที่จะ “เปลี่ยน” สถานการณ์ทางการเมืองได้ หากตัดสินใจ…ถอนตัวหรือปล่อยให้ ส.ส.จำนวนมากลงมติ “สวน” รัฐบาล

จึงกล่าวได้ว่า…พรรคภูมิใจไทยถืออำนาจนำรัฐบาล แต่พรรคเพื่อไทยถือ “สวิตช์” ที่สามารถเพิ่มหรือลดเสถียรภาพของรัฐบาลได้

อย่างไรก็ตาม การกดสวิตช์ ไม่ได้หมายความว่า…พรรคเพื่อไทยจะได้เป็นรัฐบาลต่อโดยอัตโนมัติ! เพราะหาก “ถอนตัว” ออกจากรัฐบาลไปจริง พรรคจะต้องตอบคำถามสำคัญที่ว่า…

จะร่วมมือกับใคร? ใครจะเป็นนายกรัฐมนตรี? และจะจัดสรรอำนาจระหว่างพรรคประชาชน พรรคกล้าธรรม และพรรคการเมืองอื่นอย่างไร?

การอยู่ร่วมกับ พรรคภูมิใจไทย ในเวลานี้ จึงอาจไม่ใช่ความสัมพันธ์ที่ราบรื่น ไร้เงื่อนไข แต่ยังเป็นทางเลือกที่มีต้นทุน “ต่ำกว่า” การเสี่ยง! “เปิดเกม” จัดตั้งรัฐบาลใหม่ อย่างแน่นอน!!??

ภาพ “กราบตัก” จึงเหมือนการยืนยันว่า…แม้แดงกับน้ำเงินจะมีการแข่งขันและต่อรองกันอยู่ภายใน แต่ยังไม่ถึงเวลาที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งต้องการที่จะ “ล้มโต๊ะ!”

ซักฟอก เป็นเพียงฉากหลัง :

ศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ ยังคงเป็น…แรงกดดันสำคัญ แต่สาระของภาพที่ นายอนุทิน พบกับ นายทักษิณ ไม่ได้อยู่ที่การนับว่า…ฝ่ายค้านจะมีเสียงเพียงพอคว่ำรัฐบาลหรือไม่?

สิ่งที่สำคัญกว่า ก็คือ…การซักฟอกจะกระทบความสัมพันธ์ภายในรัฐบาลอย่างไร???

พรรคประชาชน ต้องใช้เวทีอภิปรายแสดงบทบาทฝ่ายค้านหลัก เปิดข้อมูลตรวจสอบรัฐบาล และ สะสมความน่าเชื่อถือสำหรับการเลือกตั้งครั้งต่อไป

พรรคกล้าธรรม ต้องการใช้ข้อมูลและจำนวน ส.ส.เพิ่มอำนาจต่อรอง พร้อม “เปิดทางเลือก” ทางการเมืองให้ตัวเองในอนาคต

พรรคเพื่อไทย สามารถอาศัยแรงกดดันจากฝ่ายค้าน ต่อรองเรื่องผลงาน นโยบาย งบประมาณ และพื้นที่ภายในคณะรัฐมนตรี

ส่วน พรรคภูมิใจไทย ต้องรักษาเอกภาพของพรรคร่วม ป้องกันไม่ให้ข้อกล่าวหาลุกลามถึงตัวนายกรัฐมนตรี และไม่ปล่อยให้การอภิปรายกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการแตกขั้ว

ดังนั้น ศึกซักฟอก ครั้งนี้ อาจเป็น “การจัดระเบียบอำนาจภายในรัฐบาล” มากกว่าการโค่นรัฐบาลในทันที!

พักข่าวร้าว แต่ไม่ปิดความขัดแย้ง :

ในมุมที่ “ทีมข่าวยุทธศาสตร์” มองมายังภาพ “กราบตัก” แม้มันจะช่วย “ลดอุณหภูมิ” ข่าวความขัดแย้ง แต่ยังไม่ใช่ “หลักประกัน” ที่ว่า…แดงกับน้ำเงินจะไม่มีวันแตกกัน!!!

ความสัมพันธ์ของพรรคร่วมรัฐบาล ไม่ได้วัดจากภาพความสนิทสนมเพียงภาพเดียว แต่ต้องดูการตัดสินใจในเรื่องสำคัญ ทั้งมติของเพื่อไทยในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ การลงคะแนนของ ส.ส.รัฐบาล การปรับคณะรัฐมนตรี การจัดสรรงบประมาณ และท่าทีต่อคดีหรือข้อกล่าวหาที่อาจกระทบแกนนำของแต่ละพรรค

หาก พรรคเพื่อไทย ประกาศมติสนับสนุนรัฐบาลอย่างชัดเจน และไม่มี ส.ส.ขาดประชุม งดออกเสียง หรือโหวตสวนจำนวนมาก ภาพที่ นายอนุทิน พบกับ นายทักษิณ จะยิ่งมีความหมายว่า…เป็นการส่งสัญญาณประคองรัฐบาล

แต่หากหลังจากนี้ เกิดการต่อรองรุนแรง มีรัฐมนตรีถูกปรับออก หรือมี ส.ส.รัฐบาลแสดงอาการแตกแถว ภาพ “กราบตัก” ก็อาจถูก ตีความใหม่ ว่าเป็นเพียง…การรักษามารยาท ก่อนเข้าสู่การต่อสู้ทางอำนาจรอบใหญ่

กราบตัก เพื่อเดินต่อ :

สิ่งที่เกิดขึ้นในงานสวดพระอภิธรรม อาจไม่มี “ดีลลับ” ตามที่ นายอนุทินยืนยัน แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า…ภาพดังกล่าวได้สร้างผลทางการเมืองขึ้นแล้ว

นายอนุทิน ได้แสดง ความกตัญญู ต่อ “นายเก่า” พร้อมส่งสัญญาณว่า…ตนยังพูดคุยกับนายทักษิณได้

ขณะที่ นายทักษิณ และพรรคเพื่อไทย ก็ได้รับภาพยืนยันว่า…แม้ไม่ได้เป็น แกนนำรัฐบาล แต่ยังได้รับการให้เกียรติและยังมีความสำคัญต่อเสถียรภาพของรัฐบาล

ผู้ที่ได้ประโยชน์จากภาพนี้ จึงมีทั้ง 2 ฝ่าย เพราะช่วยลดแรงกระเพื่อมภายในพรรคร่วม และทำให้สูตร “เขียว–แดง–ส้ม ล้มน้ำเงิน” ยังอยู่ในสถานะข่าวลือมากกว่าข้อตกลงที่พร้อมปฏิบัติ

บทสรุป! ของ “นายอนุทินพบนายทักษิณ” จึงไม่ใช่ว่า…ใครกราบใคร? หรือ ใครคือ “ผู้มีอำนาจตัวจริง?” เพียงอย่างเดียว

แต่มันเสมือนเป็น การส่งสัญญาณ ที่ว่า…ในวันที่มรสุมการเมืองกำลังก่อตัว อยู่นั้น ในกลุ่ม “แดง – น้ำเงิน” ยังคงเห็นว่า…การประคองกันไว้ให้รัฐบาลเดินหน้าต่อ มีประโยชน์มากกว่าการแตกหัก!!!

นี่อาจไม่ใช่ภาพ “ปิดดีล” แต่เป็นภาพ “พักศึก” เพื่อเตรียมรับศึกที่ใหญ่กว่า???.

///////////////////////////