• ศุกร์ 14 สิงหาคม 2569 เวลา 20:14 น.

ปิดทางเถื่อน! ก่อนกัดกร่อนชาติ?

BREAKING NEWS HEADLINE NEWS JUSTICE & CRIME

(สรรพสามิตสกัดบุหรี่ 2.29 ล.มวน – น้ำมันดีเซล 6 หมื่นลิตร สะท้อนเครือข่ายนรก! รุกชายแดน/น่านน้ำไทย)

การเปิด “2 ปฏิบัติการ” ในวันและเวลาไล่เลี่ยกันของกรมสรรพสามิตและหน่วยงานความมั่นคง เผยภาพใหญ่ของ “เศรษฐกิจนอกระบบ” ที่ไม่ได้ทำให้รัฐสูญเสียเพียงรายได้ แต่ยังกัดกร่อนการแข่งขัน ความปลอดภัย และความเชื่อมั่นต่อกฎหมาย ถึงเวลา “ยกระดับ” จากการจับของกลาง ไปสู่การ “ตัดวงจร” ทั้งขบวนการ

2 คดี – 1 ปัญหาใหญ่ :

นายพรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยถึง ผลการปราบปรามสินค้าผิดกฎหมาย 2 คดีสำคัญ ซึ่งเกิดขึ้นต่างพื้นที่ ต่างสินค้า และต่างเส้นทางลำเลียง แต่สะท้อนปัญหาเดียวกัน คือการนำสินค้าที่ไม่ได้เสียภาษีเข้าสู่ระบบการค้าของประเทศ

คดีแรกเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ปัตตานี ภายใต้การกำกับดูแลของ นายภาณุพงศ์ ศรีเกตุ รองอธิบดีกรมสรรพสามิต และ นายจีระนันทร์ ใจห้าว ผู้อำนวยการสำนักงานสรรพสามิตภาคที่ 9 โดย นายกวีศักดิ์ คูณค้ำ สรรพสามิตพื้นที่ปัตตานี พร้อมเจ้าหน้าที่ในสังกัด บูรณาการร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง เข้าตรวจค้นบ้านแห่งหนึ่งในตำบลกระโด อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี

ผลการปฏิบัติการสามารถจับกุมผู้ต้องหา พร้อมตรวจยึดบุหรี่ซิกาแรตต่างประเทศที่มิได้เสียภาษีจำนวน 117,820 ซอง หรือ 2,289,000 มวน คิดเป็นภาษีสรรพสามิต 7,095,966 บาท และประมาณการค่าปรับ 106,439,490 บาท ก่อนนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.ยะรัง ดำเนินคดีตามกฎหมาย

ส่วนคดีที่ 2  กรมสรรพสามิต บูรณาการร่วมกับกองทัพเรือ โดยทัพเรือภาคที่ 1 ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ภาคที่ 1 กรมเจ้าท่า และกองบังคับการตำรวจน้ำ ตรวจสอบเรือประมง “ริสกีนำโชค 89” และพบน้ำมันดีเซลจำนวน 60,000 ลิตร ซึ่งไม่สามารถแสดงหลักฐานการเสียภาษีและแหล่งที่มาของน้ำมันได้

นายพรชัย ระบุว่า กรมสรรพสามิตได้ดำเนินคดีกับผู้ต้องหา 1 ราย ในข้อหามีไว้เพื่อขายซึ่งสินค้าที่มิได้เสียภาษี ตามมาตรา 204 แห่งพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 มีค่าปรับ 3,124,800 บาท ภาษีสรรพสามิต 446,400 บาท และภาษีมหาดไทย 44,640 บาท รวมเป็นเงิน 3,615,840 บาท

จับของกลาง – ต้องสาวถึงต้นตอ :

อธิบดีกรมสรรพสามิต อธิบายว่า การดำเนินงานทั้งสองคดีเกิดจากการบูรณาการด้านข้อมูล การข่าว และการปฏิบัติการระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสกัดกั้นการลักลอบนำเข้า ขนส่ง และจำหน่ายสินค้าผิดกฎหมายตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง

ความร่วมมือดังกล่าวมีความสำคัญอย่างยิ่ง! โดยเฉพาะ ในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ ซึ่งเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานอาจได้รับผลกระทบจากเหตุความไม่สงบ ขณะที่การลักลอบน้ำมันทางทะเลเป็นปัญหาที่เชื่อมโยงทั้งด้านภาษี ความมั่นคงทางพลังงาน ความปลอดภัยในการเดินเรือ และการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล

อย่างไรก็ตาม การจับกุมผู้ครอบครองสินค้าและการตรวจยึดของกลาง แม้จะเป็นความสำเร็จที่จำเป็น แต่ยังไม่ควรเป็นจุดสิ้นสุดของภารกิจ เพราะสินค้าปริมาณมากย่อมต้องอาศัยเครือข่าย ตั้งแต่ผู้จัดหา นายทุน ผู้ประสานเส้นทาง ผู้ขนส่ง จุดพักสินค้า ผู้กระจายสินค้า ไปจนถึงช่องทางรับชำระเงิน

“ทีมข่าวยุทธศาสตร์” เชื่อว่า…โจทย์สำคัญไม่ควรหยุดอยู่เพียงคำถามที่ว่า “จับได้เท่าไร?” แต่ต้องตอบให้ได้ว่า…สินค้ามาจากไหน? ใครเป็นเจ้าของเงิน? ใครจัดเส้นทาง? ใครรับช่วงกระจาย? และตลาดปลายทางอยู่ที่ใด?

ภาษีหาย – คนสุจริตจ่ายแทน :

นายพรชัย ย้ำว่า การลักลอบขนส่งและจำหน่ายสินค้าที่หลีกเลี่ยงภาษี ไม่เพียงกระทบต่อรายได้และผลประโยชน์ของรัฐ แต่ยังสร้างความไม่เป็นธรรมแก่ผู้ประกอบการที่ปฏิบัติตามกฎหมาย

เมื่อสินค้าผิดกฎหมายขายได้ในราคาที่ต่ำกว่า ผู้ประกอบการสุจริตย่อมเสียเปรียบ บางรายอาจสูญเสียยอดขาย ลดการจ้างงาน หรือถูกผลักให้หลุดออกจากตลาด หากปล่อยให้ปัญหาขยายตัว ผู้ที่ปฏิบัติตามกฎหมายย่อมตั้งคำถามว่า เหตุใดตนต้องแบกรับต้นทุน ขณะที่ผู้หลีกเลี่ยงกฎหมายกลับได้รับประโยชน์

ท้ายที่สุด ภาษีที่รัฐจัดเก็บไม่ได้ย่อมกระทบต่อทรัพยากรสำหรับบริการสาธารณะ ซึ่งประชาชนทั้งประเทศเป็น ผู้รับภาระทางอ้อม ขณะที่ กำไรจากการค้าเถื่อนกลับไหลไปสู่คนเพียงบางกลุ่ม

ของถูก – ต้นทุนสังคมแพง :

บุหรี่เถื่อนไม่ผ่านระบบภาษีและการควบคุมตามกฎหมาย ผู้บริโภคจึงอาจไม่สามารถตรวจสอบมาตรฐาน แหล่งผลิต หรือส่วนประกอบได้อย่างน่าเชื่อถือ อีกทั้งราคาที่ต่ำยังอาจเพิ่มโอกาสการเข้าถึง โดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชนและผู้มีรายได้น้อย ซึ่งจะกลายเป็นภาระด้านสุขภาพในระยะยาว

ส่วน น้ำมันที่ไม่สามารถแสดงแหล่งที่มาได้ ย่อมสร้างคำถามเรื่องคุณภาพ ความปลอดภัยในการจัดเก็บและขนส่ง ตลอดจนความเสี่ยงต่อเครื่องยนต์ ชุมชนชายฝั่ง และสิ่งแวดล้อมทางทะเล หากเกิดอุบัติเหตุหรือการรั่วไหล

“ของถูก” จากตลาดผิดกฎหมายจึงไม่เคยมีต้นทุนต่ำจริง เพียงแต่ต้นทุนบางส่วนถูกผลักไปให้ผู้บริโภค ผู้ประกอบการสุจริต ระบบสาธารณสุข สิ่งแวดล้อม และรัฐเป็นผู้รับผิดชอบแทน

จากด่านตรวจ – สู่ด่านข้อมูล :

นายพรชัย ยังได้แสดงความเห็นว่า…กรมสรรพสามิตจำเป็นต้องเดินหน้าปราบปรามเชิงรุกอย่างจริงจังและต่อเนื่อง โดยบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อไม่ให้ขบวนการลักลอบนำเข้าสินค้าผิดกฎหมายใช้พื้นที่เสี่ยงตามแนวชายแดนและเส้นทางทะเลเป็นทางลำเลียงหรือจุดพักรอกระจายสินค้าเข้าสู่ประเทศ

ในเชิงยุทธศาสตร์ แนวทางระยะต่อไปควรยกระดับจากการตรวจค้นเป็นครั้งคราว ไปสู่ระบบข่าวกรองที่เชื่อมโยงกันตลอดห่วงโซ่ โดย “จัดทำ” ฐานข้อมูลร่วมระหว่างหน่วยงาน เพื่อวิเคราะห์เส้นทาง เรือ ยานพาหนะ จุดพักสินค้า ผู้กระทำผิดซ้ำ และความเชื่อมโยงทางการเงิน

ข้อมูลจากทุกคดีควรถูกนำมาสร้างแผนที่ความเสี่ยง เพื่อระบุพื้นที่ เวลา และรูปแบบการลักลอบที่เกิดซ้ำ พร้อมกับ ใช้เทคโนโลยีช่วยคัดกรองความผิดปกติ ทั้งข้อมูลการเดินเรือ ปริมาณการขนส่ง เส้นทางรถ และรูปแบบการซื้อขายที่ไม่สอดคล้องกับกิจการตามปกติ

ขณะเดียวกัน การสืบสวนเส้นทางการเงินต้องดำเนินควบคู่ไปกับการตรวจยึดสินค้า เพราะการตัดเงินทุน ยึดทรัพย์ และดำเนินคดีกับผู้บงการ ย่อมส่งผลต่อความอยู่รอดของเครือข่ายมากกว่าการจับผู้ขนส่งรายย่อยเพียงอย่างเดียว

ปราบให้แม่น – เปิดเผยให้เห็นผล :

การวัดผลงานไม่ควรพิจารณาเฉพาะจำนวนครั้งที่จับกุมหรือปริมาณของกลาง แต่ควรรวมถึงจำนวนเครือข่ายที่ถูกทลาย ผู้บงการที่ถูกดำเนินคดี ทรัพย์สินที่ติดตามคืนได้ การกระทำผิดซ้ำที่ลดลง และสัดส่วนสินค้าผิดกฎหมายในตลาดที่หดตัว

กรมสรรพสามิตและหน่วยงานร่วมปฏิบัติควรรายงานความคืบหน้าของคดีสำคัญต่อสาธารณะเป็นระยะ ตั้งแต่…การขยายผลไปยังต้นทางและปลายทาง ผลการดำเนินคดี ตลอดจน การจัดการของกลาง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่าการจับกุมไม่ได้สิ้นสุดลงเพียงวันแถลงข่าว

พร้อมกันนั้น ยังจะต้องเปิดช่องทางแจ้งเบาะแสที่ปลอดภัย รักษาความลับ และสามารถติดตามผลได้ เพื่อดึงประชาชน ผู้ประกอบการขนส่ง ชุมชนชายแดน ชาวประมง และร้านค้า เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของระบบเฝ้าระวัง โดยไม่ผลักภาระหรือความเสี่ยงกลับไปยังผู้ให้ข้อมูล

อย่าซื้อเถื่อน – อย่าเลี้ยงเครือข่าย :

อย่างไรก็ตาม นายพรชัย ยั้งได้ย้ำว่า…กรมสรรพสามิตยังคงมุ่งมั่นยกระดับการปราบปราม เพื่อสกัดกั้นการลักลอบนำเข้าและจำหน่ายสินค้าผิดกฎหมายตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง สร้างความเป็นธรรมในระบบภาษี คุ้มครองประชาชน และรักษาผลประโยชน์ของรัฐอย่างเต็มที่

ทั้งนี้ ภาครัฐเพียงฝ่ายเดียวไม่อาจปิดตลาดผิดกฎหมายได้ หากยังมีความต้องการซื้อจากผู้บริโภค ดังนั้น สังคมไทยจึงต้องตระหนัก ว่า…การซื้อบุหรี่หรือน้ำมันราคาถูกที่ไม่มีหลักฐานแหล่งที่มา ไม่ได้เป็นเพียงการประหยัดเงินส่วนบุคคล แต่อาจเท่ากับการสนับสนุนระบบที่หลีกเลี่ยงภาษี ทำลายผู้ประกอบการสุจริต และเพิ่มความเสี่ยงต่อส่วนรวม

ขณะที่ ร้านค้า ผู้ประกอบการขนส่ง และผู้ประกอบการทางทะเลเอง ก็ควรตรวจสอบเอกสารกำกับสินค้าและแหล่งที่มาอย่างเคร่งครัด เช่นกัน ประชาชนเองก็ควรปฏิเสธสินค้าที่มีราคาผิดปกติ ไม่มีฉลาก หรือไม่มีหลักฐานตามกฎหมาย พร้อมแจ้งเบาะแสต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเมื่อพบความผิดปกติ

ยึดของกลาง – ต้องยึดพื้นที่กฎหมายคืน :

2 ปฏิบัติการของกรมสรรพสามิต ร่วมกับฝ่ายทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง กองทัพเรือ ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล กรมเจ้าท่า และตำรวจน้ำ แสดงให้เห็นถึง…พลังของการทำงานแบบบูรณาการ ขณะเดียวกันก็เป็น สัญญาณเตือน ว่า…เครือข่ายสินค้าเถื่อนสามารถปรับเปลี่ยนเส้นทางและใช้ประโยชน์จากพื้นที่เสี่ยงได้ตลอดเวลา

“ทีมข่าวยุทธศาสตร์” เชื่อว่า…ชัยชนะที่แท้จริงจึงไม่ใช่เพียงการยึดบุหรี่ได้กี่ล้านมวน? หรือน้ำมันได้กี่หมื่นลิตร?

หากแต่เป็น…การทำให้เส้นทางลักลอบใช้การไม่ได้ นายทุนและผู้บงการถูกดำเนินคดี ผู้ประกอบการสุจริตแข่งขันได้อย่างเป็นธรรม และประชาชนไม่ตกเป็นทั้งลูกค้าและผู้รับภาระจากเศรษฐกิจผิดกฎหมาย

เพราะหากรัฐจับได้เพียงสินค้า แต่ยังจับไม่ถึงระบบ สุดท้าย! ของเถื่อนล็อตใหม่ก็พร้อมกลับมาได้เสมอ!!!.