พลิกสินทรัพย์รัฐ! หนุนสร้าง ‘ฮับฮาลาล’

(ธนารักษ์ต่อยอดราชพัสดุสู่ รง.แปรรูปโคฮาลาลต้นแบบ หนุนพลังงานสะอาด – ยกระดับศักยภาพส่งออกไทย)
จากอาคารราชพัสดุที่เคยถูกปล่อยทิ้งไว้ วันนี้ได้ถูกพลิกฟื้นเป็นโรงงานแปรรูปเนื้อโค–กระบือฮาลาละครบวงจร เบอร์ 1 ของไทยและในอาเซียน ด้วยความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน พร้อมต่อยอดสู่ต้นแบบการใช้พลังงานสะอาดและศูนย์กลางอุตสาหกรรมฮาลาลภาคใต้ สะท้อนแนวคิดการเพิ่ม “มูลค่าและคุณค่า” ให้ทรัพย์สินของแผ่นดินอย่างเป็นรูปธรรม
จากทรัพย์สินร้าง…สู่สินทรัพย์สร้างเศรษฐกิจ :
หลายปีที่ผ่านมา กรมธนารักษ์ได้ปรับบทบาทจากหน่วยงานที่ดูแลและจัดเก็บผลประโยชน์จากทรัพย์สินของรัฐ ไปสู่การเป็น องค์กรที่มุ่ง “เพิ่มมูลค่าและคุณค่า” ของที่ราชพัสดุ เพื่อสร้างผลตอบแทนกลับคืนทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม
หนึ่งในตัวอย่างที่เห็นภาพชัด คือ การนำอาคารโรงฆ่าสัตว์และโรงงานแปรรูปผลิตภัณฑ์โค–กระบือของรัฐ ซึ่งกรมปศุสัตว์ส่งมอบคืนเมื่อปี 2559 กลับมาพัฒนาใหม่ ผ่านการเปิดประมูลสิทธิการเช่าอย่างโปร่งใส ก่อนที่ บริษัท ดีแอนด์แซด คอนซัลแทนท์ จำกัด จะได้รับสิทธิพัฒนาเป็นโรงงานแปรรูปเนื้อโค–กระบือมาตรฐานฮาลาล บนพื้นที่ราชพัสดุในอำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร
การลงพื้นที่ของ นายอัครุตม์ สนธยานนท์ อธิบดีกรมธนารักษ์ พร้อม คณะผู้บริหารและสื่อมวลชนจากส่วนกลาง เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคมที่ผ่านมา จึงไม่ใช่เพียงการเยี่ยมชมโรงงาน หากแต่เป็นการติดตามผลลัพธ์ของการบริหารทรัพย์สินของรัฐที่สามารถต่อยอดสู่การลงทุน การจ้างงาน และการพัฒนาเศรษฐกิจในระดับพื้นที่ได้อย่างเป็นรูปธรรม
โมเดลรัฐ–เอกชน :
สำหรับ ดร.อดุลย์ กำไลทอง กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดีแอนด์แซด คอนซัลแทนท์ จำกัด แล้ว โครงการแห่งนี้ไม่ใช่เพียงโรงงานแปรรูปเนื้อ แต่เป็น “โมเดลความร่วมมือ” ระหว่างภาครัฐกับภาคเอกชน
เขาระบุว่า โรงงานแห่งนี้น่าจะเป็นหนึ่งในต้นแบบแรก ๆ ที่สะท้อนให้เห็นว่า การนำทรัพย์สินของรัฐที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์กลับมาพัฒนาใหม่ สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้จริง ทั้งต่อเศรษฐกิจของประเทศและต่อเกษตรกรผู้เลี้ยงโคของไทย
มุมมองดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบายของกรมธนารักษ์ ที่ต้องการให้การบริหารราชพัสดุไม่หยุดอยู่แค่การจัดเก็บค่าเช่า แต่ต้องเป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากผ่านความร่วมมือกับภาคเอกชน
โรงงานระดับอาเซียน :
อีกประเด็นที่น่าสนใจ นั่นก็คือ ศักยภาพของโรงงานแห่งนี้ ซึ่ง ดร.อดุลย์ เปิดเผยว่า โรงงานแปรรูปเนื้อโค–กระบือฮาลาล จังหวัดชุมพร เป็นโรงงานที่มีกำลังการผลิตสูงที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย และถือเป็นโรงงานขนาดใหญ่ระดับอาเซียน สามารถรองรับการแปรรูปโคได้ประมาณ 200 ตัวต่อวัน พร้อมมาตรฐานฮาลาลครบวงจร รองรับทั้งตลาดภายในประเทศและการส่งออกไปยังประเทศมุสลิม
การเลือกตั้งโรงงานในจังหวัดชุมพร ยังสะท้อนการมองเห็นศักยภาพของพื้นที่ ซึ่งเป็นศูนย์กลางด้านการเกษตร ปศุสัตว์ และมีความพร้อมด้านโลจิสติกส์ ทั้งท่าเรือ สนามบิน และโครงข่ายคมนาคมเชื่อมต่อภาคใต้กับภูมิภาคอื่นของประเทศ
15 ปีแห่งการรอคอย :
เบื้องหลังความสำเร็จของโครงการ ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงชั่วข้ามคืน โดย ดร.อดุลย์ เล่าว่า บริษัทใช้เวลากว่า 10 ปี ในการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ ก่อนเข้าสู่กระบวนการประมูลสิทธิการเช่า และหลังได้รับสิทธิแล้ว ยังต้องใช้เวลาอีกประมาณ 5 ปี ในการดำเนินการขอใบอนุญาตจากหน่วยงานต่าง ๆ จึงสามารถเปิดดำเนินกิจการได้
กับวลี “กว่าจะมีวันนี้” จึงเป็นบทสะท้อนให้เห็นถึง ความมุ่งมั่นของภาคเอกชนที่ต้องการลงทุนระยะยาว พร้อมทั้งชี้ให้เห็นว่า การลดขั้นตอนด้านกฎระเบียบและการอำนวยความสะดวกจากภาครัฐ จะเป็นปัจจัยสำคัญในการดึงดูดการลงทุนในอนาคต
Solar Rooftop ลดต้นทุน :
นอกจากการใช้เทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัย โรงงานแห่งนี้ยังได้รับการยกให้เป็นต้นแบบการใช้พลังงานสะอาดของกรมธนารักษ์
โดยบริษัทได้รับอนุญาตให้ติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Rooftop) บนอาคารราชพัสดุ เพื่อใช้ภายในโรงงาน ลดต้นทุนค่าไฟฟ้าที่เดิมสูงถึงประมาณ 500,000–600,000 บาทต่อเดือน โดยไม่มีการนำพลังงานไปใช้ในเชิงพาณิชย์ภายนอก
แนวทางดังกล่าวไม่เพียงช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการ แต่ยังสอดคล้องกับนโยบายของภาครัฐในการส่งเสริมพลังงานสะอาดและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
ปลายทางของเกษตรกรไทย :
สำหรับ ดร.อดุลย์ แล้ว โรงงานแห่งนี้มีเป้าหมายที่ใหญ่กว่าการสร้างผลกำไรทางธุรกิจ และตัวเขามองว่า โรงงานจะเป็น “ปลายทาง” ของเกษตรกรผู้เลี้ยงโคไทย ช่วยรองรับผลผลิต สร้างเสถียรภาพด้านราคา และเพิ่มโอกาสการส่งออกเนื้อโคฮาลาลไปยังตลาดตะวันออกกลางและประเทศมุสลิมทั่วโลก
พร้อมกันนั้น ยังเสนอให้ภาครัฐพิจารณาพัฒนาโครงการลักษณะเดียวกันในอนาคตแบบ “ครบวงจร” ทั้งสิทธิการใช้พื้นที่ การอนุญาต และการเข้าถึงแหล่งทุน เพื่อให้ภาคเอกชนสามารถเดินหน้าโครงการได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ต้นแบบการบริหารราชพัสดุยุคใหม่ :
กรณีโรงงานแปรรูปเนื้อโค–กระบือฮาลาล จังหวัดชุมพร จึงเป็นมากกว่าการให้เช่าทรัพย์สินของรัฐ หากแต่เป็นตัวอย่างของการเปลี่ยน “ทรัพย์สินที่หยุดนิ่ง” ให้กลายเป็นเครื่องมือขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
จากอาคารราชพัสดุที่เคยไร้การใช้ประโยชน์ วันนี้ได้กลายเป็นศูนย์กลางการผลิตอาหารมาตรฐานฮาลาล แหล่งจ้างงานของคนในพื้นที่ ต้นแบบการใช้พลังงานสะอาด และโอกาสใหม่ของเกษตรกรไทย
ทั้งหมดสะท้อน “วิสัยทัศน์” ของกรมธนารักษ์ ในการ “เพิ่มมูลค่าและคุณค่าทรัพย์สินของแผ่นดิน” ผ่านความร่วมมือระหว่าง ภาครัฐกับภาคเอกชน ที่ไม่ได้สร้างเพียงรายได้จากค่าเช่า แต่ยังสร้างผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน!!!.






