กบง. มีมติ ปรับลดราคาขายปลีกเบนซิน-ดีเซล กว่า 2.50 บาท มีผล 8 ก.ค.นี้

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ประธานคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) เปิดเผยว่า ที่ประชุม กบง. ใช้อำนาจตามมาตรา 3 แห่งพระราชกำหนดแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2516 และอำนาจตามข้อ 3 แห่งคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 15/2562 เรื่อง กำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง จึงได้มีมติเห็นชอบ กำหนดกรอบราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับน้ำมันแก๊สโซฮอลและน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว ให้อยู่ในระดับไม่เกิน 35.00 บาทต่อลิตร พร้อมมอบหมายให้คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) พิจารณากำหนดอัตราเงินส่งเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง หรืออัตราเงินชดเชยจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงในระดับที่เหมาะสม เพื่อให้ราคาขายปลีกเป็นไปตามกรอบราคาที่กำหนด และสอดคล้องกับข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี
นายเอกนัฏ เปิดเผยว่า จากการดำเนินการดังกล่าว จะส่งผลให้ราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงปรับลดลง โดยน้ำมันกลุ่มเบนซินและแก๊สโซฮอลปรับลดลงประมาณ 2.51 บาทต่อลิตร และน้ำมันดีเซลหมุนเร็วปรับลดลงประมาณ 2.56 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลหมุนเร็วอยู่ที่ 34.94 บาทต่อลิตร ซึ่งเป็นไปตามกรอบราคาที่ กบง. เห็นชอบ

กบน.เคาะปรับลดราคาน้ำมันทุกชนิด 2.51 – 2.56 บาทต่อลิตร
ล่าสุดที่ประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) มีมติเห็นชอบให้ปรับลดราคาขายปลีกน้ำมันทุกชนิด โดยปรับลดราคาน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว B7 และ B20 ลง 2.56 บาทต่อลิตร น้ำมันเบนซินและแก๊สโซฮอลลดลง 2.51 บาทต่อลิตร ซึ่งเป็นผลมาจากมติคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) วันที่ 7 ก.ค.69 โดยเป็นไปตามผลการประชุมของคณะรัฐมนตรีให้เร่งดำเนินการมาตราการปรับลดราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศ
การปรับลดราคาครั้งนี้ เป็นผลมาจากทิศทางราคาน้ำมันในตลาดโลกที่คาดว่าจะอ่อนตัวลง หลังจากนักลงทุนคลายความกังวลต่อสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยเฉพาะความคืบหน้าเชิงบวกเกี่ยวกับการเจรจาและการเปิดเส้นทางเดินเรือขนส่งพลังงานผ่านช่องแคบฮอร์มุช ส่งผลให้ภาพรวมราคาน้ำมันในตลาดโลก วันที่ 7 กรกฎาคม 2569 โดยน้ำมันดีเซลปิดอยู่ที่ประมาณ 118 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันเบนซินปิดที่ประมาณ 97 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล
ทั้งนี้ในกลุ่มน้ำมันดีเซล เพิ่มการชดเชยน้ำมันดีเซลหมุนเร็วธรรมดา 2.71 บาทต่อลิตร เป็นชดเชย 2.90 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ราคาขายปลีกเป็น 34.94 บาทต่อลิตร น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว บี20 เพิ่มการชดเชย 2.67 บาทต่อลิตร เป็นชดเชย 8.46 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ราคาขายปลีกเป็น 29.94 บาทต่อลิตร ส่วนน้ำมันดีเซลพรีเมี่ยม จัดเก็บ 1.50 บาทต่อลิตร
สำหรับกลุ่มน้ำมันเบนซินและแก๊สโซฮอล น้ำมันเบนซินลดการจัดเก็บ 2.05 บาทต่อลิตร เป็นจัดเก็บ 7.99 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ราคาขายปลีกเป็น 43.93 บาทต่อลิตร น้ำมันแก๊สโซฮอล 95 ลดการจัดเก็บ 2.07 บาทต่อลิตร เป็นจัดเก็บ 0.42 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ราคาขายปลีกเป็น 34.94 บาทต่อลิตร น้ำมันแก๊สโซฮอล 91 ปรับลดการจัดเก็บ 2.07 บาทต่อลิตร เป็นจัดเก็บ 0.42 บาทต่อลิตร ส่งผลราคาขายปลีกเป็น 34.57 บาทต่อลิตร น้ำมันแก๊สโซฮอล E20 เพิ่มการชดเชย 2.10 บาทต่อลิตร เป็นชดเชย 3.71 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ราคาขายปลีกเป็น 29.94 บาทต่อลิตร และน้ำมันแก๊สโซฮอล E85 เพิ่มการชดเชย 2.27 บาทต่อลิตร เป็นชดเชย 4.65 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ราคาขายปลีกเป็น 25.88 บาทต่อลิตร โดยอัตราเงินกองทุนน้ำมันใหม่นี้จะมีผลตั้งแต่วันที่ 8 กรกฎาคม 2569
การปรับเปลี่ยนอัตราเงินส่งเข้ากองทุนในครั้งนี้ นอกจากจะช่วยลดภาระค่าครองชีพให้แก่ประชาชนในทันทีแล้ว ยังช่วยให้เศรษฐกิจในภาคอุตสาหกรรมสามารถขับเคลือนได้ดีขึ้น โดยที่กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงจะมีรายจ่ายสุทธิประมาณวันละ 213.91 ล้านบาท

ปตท.-บางจาก ประกาศลดราคาน้ำมันมีผล 8 ก.ค. 2569 เวลา 05.00 น. เป็นต้นไป
PTT Station ปรับราคาขายปลีกน้ำมัน กลุ่มเบนซินและแก๊สโซฮอล์ทุกชนิด ลดลง 2.51 บาทต่อลิตร เว้นพรีเมียม GSH95 และพรีเมียม GSH99 คงเดิม ส่วนกลุ่มดีเซลทุกชนิด ลดลง 2.56 บาทต่อลิตร เว้นพรีเมียมดีเซล คงเดิม มีผล 8 ก.ค. 2569 เวลา 05.00 น. เป็นต้นไป โดยราคาขายปลีกจะเป็นดังนี้ ULG = 43.93 บาท, GSH95 = 34.94 บาท, E20 = 29.94 บาท, E85 = 25.88 บาท, GSH91 = 34.57 บาท, พรีเมียม GSH95 = 47.79 บาท, พรีเมียม GSH99 = 49.79 บาท, HSD B7 = 34.94 บาท, HSD B20 = 29.94 บาท, พรีเมียมดีเซล = 50.05 บาท โดยราคาขายปลีกข้างต้นยังไม่รวมภาษีบำรุงกรุงเทพมหานคร






