ประเทศไทยบนเดิมพัน ‘เงินกู้ 4 แสนล้าน’ II

(ตอนที่ 2/3 – ‘ไทยช่วยไทย พลัส’ ความหวังของคนไทย หรือเป็นแค่…พยุงเศรษฐกิจชั่วคราว?)

ท่ามกลางค่าครองชีพที่ยังสูง หนี้ครัวเรือนที่ยังพุ่ง และความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ รัฐบาลเดินหน้าโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” หวังลดภาระประชาชน พร้อมกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากผ่านเม็ดเงินหลายแสนล้านบาท แต่ในอีกด้าน…เสียงคำถามก็เริ่มดังขึ้นเรื่อย ๆ มาตรการนี้จะช่วย “ฟื้นเศรษฐกิจจริง” หรือเป็นเพียง “เครื่องพยุงชั่วคราว” ก่อนแรงกระแทกครั้งใหม่จะมาถึง?
หลังศาลรัฐธรรมนูญรับวินิจฉัยคำร้องเกี่ยวกับ พ.ร.ก. กู้เงิน 400,000 ล้านบาท สถานการณ์ทางการเมืองและเศรษฐกิจไทยก็เริ่มเข้าสู่ภาวะเปราะบางมากขึ้น
แต่ในขณะที่ การต่อสู้ทางกฎหมายกำลังดำเนินไป ประชาชนจำนวนมากกลับกำลังเผชิญ “สงครามอีกแบบ” ในชีวิตจริง นั่นก็คือ…
สงครามค่าครองชีพ
ราคาสินค้าที่สูงขึ้น
กำลังซื้อที่ลดลง
และ รายได้ที่ไม่เติบโตตามภาระชีวิต
นี่คือเหตุผลที่ “รัฐบาล” ภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย จึงได้เร่งเดินหน้า โครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” ผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” พร้อม มาตรการช่วยเหลือผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และการกระตุ้นการใช้จ่ายในระดับชุมชน
นั่นเพราะพวกเขาเชื่อว่า…หากประชาชนยัง “จับจ่ายได้” เศรษฐกิจไทยก็ยัง “เดินต่อได้”
แต่คำถามสำคัญคือ…ประเทศไทยกำลัง “ฟื้นเศรษฐกิจ” หรือใครกำลัง “ซื้อเวลา” กันแน่???
เมื่อเศรษฐกิจไทย กำลังถูกขับเคลื่อนด้วย “กำลังซื้อจากรัฐ”
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เศรษฐกิจไทยเริ่มพึ่งพามาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายจากภาครัฐมากขึ้นเรื่อย ๆ
จาก “คนละครึ่ง” สู่ “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” และล่าสุด “ไทยช่วยไทย พลัส”
ภาพที่เกิดขึ้นสะท้อนชัดว่า…รัฐกำลังพยายามอัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบ เพื่อรักษากำลังซื้อของประชาชนไม่ให้ทรุดตัวลงไปมากกว่านี้
เพราะในความเป็นจริง! เศรษฐกิจฐานรากของไทยยังเปราะบางกว่าที่ตัวเลข GDP สะท้อนได้จาก…
ร้านค้าชุมชนจำนวนมากยังขายของได้ไม่เต็มที่
ผู้ประกอบการรายเล็กยังเผชิญต้นทุนสูง
และ ประชาชนจำนวนมากยังใช้จ่ายอย่างระมัดระวัง
นี่จึงเป็นเหตุผลที่รัฐบาลพยายามทำให้ “เงินหมุน” ในระดับชุมชนให้ได้เร็วที่สุด!!!
รถพุ่มพวง…ภาพสะท้อนเศรษฐกิจชีวิตจริง
หนึ่งในภาพที่สะท้อนสถานการณ์เศรษฐกิจไทยได้ชัดที่สุด! อาจไม่ใช่กราฟ GDP หรือดัชนีตลาดหุ้น แต่มันคือ “รถพุ่มพวง” ที่กำลังถูกใช้เป็นกลไกสำคัญของโครงการไทยช่วยไทย
เพราะมันสะท้อนว่า…ประชาชนจำนวนมากกำลังต้องการ “สินค้าราคาถูก” ที่เข้าถึงได้จริงในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็น… มันพืช ไข่ไก่ ข้าวสาร ของใช้ในบ้าน
สินค้าขายดีเหล่านี้ ไม่ใช่สินค้าแห่งความมั่งคั่ง แต่คือ “สินค้าเพื่อการอยู่รอด”
และนี่ คือภาพสะท้อนว่า…ปัญหาเศรษฐกิจวันนี้ไม่ได้อยู่ไกลตัวประชาชนอีกต่อไป!!??
ความหวังของประชาชน…กับความกังวลของประเทศ
แม้มาตรการของรัฐบาลจะช่วยลดภาระประชาชนได้จริงในระยะสั้น แต่ในอีกด้าน ความกังวลเรื่องภาระหนี้ของประเทศก็เริ่มเพิ่มขึ้นพร้อมกัน
ผลสำรวจหลายสำนักเริ่มสะท้อนตรงกันว่า…ประชาชนจำนวนมาก “อยากให้รัฐช่วย” แต่ในเวลาเดียวกัน ก็ “กังวลว่าประเทศกำลังแบกหนี้มากเกินไป”
นี่คือ…ภาวะย้อนแย้งที่สำคัญที่สุดของเศรษฐกิจไทยในเวลานี้
ประชาชนจำเป็นต้องพึ่งรัฐ แต่ก็เริ่มไม่มั่นใจว่า รัฐจะพาประเทศเดินต่อไปได้อย่างมั่นคงหรือไม่???
เป็นภาพที่ใช่ว่า…จะได้เห็นกันง่ายๆ!!!
มาตรการช่วยเศรษฐกิจ…หรือกำลังสร้างเศรษฐกิจพึ่งพิง?
นักเศรษฐศาสตร์ จำนวนไม่น้อยเริ่มตั้งคำถามว่า…หากเศรษฐกิจไทยยังต้องอาศัยมาตรการกระตุ้นจากรัฐอย่างต่อเนื่อง สุดท้ายแล้ว ประเทศจะกำลังเข้าสู่ “เศรษฐกิจพึ่งพิง” หรือไม่???
เพราะแม้ มาตรการลักษณะนี้จะช่วยประคองกำลังซื้อได้ในระยะสั้น แต่หากประชาชนยังไม่มีรายได้เพิ่ม หนี้ครัวเรือนยังสูง และเศรษฐกิจจริงยังไม่ฟื้นตัวอย่างยั่งยืน
เมื่อมาตรการสิ้นสุดลง แรงกดดันทางเศรษฐกิจอาจย้อนกลับมาอีกครั้งอย่างรวดเร็ว!!!
นี่คือสิ่งที่หลายฝ่ายเริ่มเรียกว่า…“เศรษฐกิจที่ถูกพยุงไว้ด้วยเม็ดเงินรัฐ”
สิ่งที่ประเทศไทยกำลังเผชิญ อาจไม่ใช่แค่วิกฤตเศรษฐกิจ
สิ่งที่น่ากังวลที่สุดในเวลานี้ อาจไม่ใช่แค่เรื่องเงินเฟ้อ หนี้ หรือกำลังซื้อ แต่คือ “ความเชื่อมั่น” ไม่ว่าจะเป็น…
ความเชื่อมั่นของประชาชน
ความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการ
และ ความเชื่อมั่นว่าระบบเศรษฐกิจไทยยังมีทางออกระยะยาว
เพราะต่อให้…มาตรการเหล่านั้น อาจจะช่วยทำให้เศรษฐกิจไทย “ยังไม่ล้ม!” แต่หากประชาชนคนไทยเริ่มรู้สึกว่า…ประเทศกำลังเดินแบบไร้ทิศทาง
ผลกระทบที่ตามมา อาจรุนแรงกว่าตัวเลขทางเศรษฐกิจเสียอีก!!!
ถึงบรรทัดนี้ ในขณะที่ “รัฐบาลอนุทิน” กำลังพยายามพยุงเศรษฐกิจฐานราก ด้วยเม็ดเงินจำนวนมหาศาล แต่ในอีกด้านหนึ่งของประเทศ เสียงความกังวลเรื่อง “หนี้สาธารณะ” และ “เสถียรภาพการคลัง” ก็กำลังดังขึ้นเรื่อย ๆ ไปด้วยเช่นกัน
ยิ่งรัฐบาลเดินหน้าอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบมากเท่าไร? คำถามเรื่อง “อนาคตของประเทศ” ก็ยิ่งชัดขึ้นมากเท่านั้น!!??
ประเทศไทยกำลังลงทุนเพื่อสร้างอนาคต หรือกำลังผลักภาระไปสู่วันข้างหน้า?
ต้องติดตามต่อในตอนที่ 3…“เมื่อหนี้สาธารณะปะทะความเชื่อมั่น : อนาคตประเทศไทยหลังเงินกู้ 4 แสนล้าน”.






