‘ระเบียบใหม่?’ ยุค AI Economy!

(รัฐไทย…หวังสร้างการแข่งขันใหม่ หรือแค่เอื้อการ “รวมศูนย์อำนาจเศรษฐกิจ” ครั้งใหญ่! กันแน่???)

เวที “ผู้ประกอบการพูด รัฐบาลฟัง” กำลังสะท้อน “การออกแบบประเทศไทย” ในยุค AI และกลุ่มทุนขนาดใหญ่…รอบใหม่ ท่ามกลางความหวังในการเร่งแข่งขันกับโลก ประเด็นที่น่าสนใจที่สุด นั่นคือ… ใครจะได้เติบโตไปพร้อมกับประเทศ? นั่นเพราะ…ทุกครั้งที่เศรษฐกิจเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ อำนาจทางเศรษฐกิจ…มักถูกจัดระเบียบใหม่เสมอ

เวที “ผู้ประกอบการพูด รัฐบาลฟัง” ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคมที่ผ่านมา อาจดูเป็นเพียงภาพการหารือระหว่าง…รัฐบาลกับกลุ่มทุนขนาดใหญ่ แต่หากพิจารณาให้ลึก? เวทีนี้กำลังสะท้อน “การเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ!” ของเศรษฐกิจไทย

ภายใต้โลกที่กำลังแข่งขันกันด้วย AI พลังงานสะอาด Data Center โลจิสติกส์อัจฉริยะ และระบบเกษตรสมัยใหม่

ข้อเสนอจากภาคเอกชน ไม่ว่าจะเป็น…การผลักดัน AI Nation การเปิดเสรีไฟฟ้าสะอาด การสร้าง Smart Grid การดึง Global Talent หรือ แนวคิด “นิคมอุตสาหกรรมเกษตร” ล้วนสะท้อนตรงกันว่า…

กลุ่มทุนขนาดใหญ่ของไทยกำลังมองเห็น “เศรษฐกิจโลกยุคใหม่” ที่กำลังเปลี่ยนฐานจากยุคโรงงานและแรงงานราคาถูก ไปสู่ยุคของข้อมูล เทคโนโลยี และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล

คำกล่าวของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ที่ระบุว่า…รัฐบาลพร้อมเปลี่ยนบทบาทจาก “Regulator” ไปเป็น “Facilitator”

สิ่งนี้…หาได้เป็นพียงวลีในเชิงนโยบาย แต่มันได้สะท้อน…การ “ปรับวิธีคิด” ของรัฐไทย ที่ต้องการลดข้อจำกัด เปิดทางการลงทุน และใช้ “ทุนขนาดใหญ่” เป็น “หัวรถจักร” ในการพาประเทศแข่งขันกับโลกยุคใหม่

ในอีกด้านหนึ่ง คำกล่าวของ “เจ้าสัวธนินท์ เจียรวนนท์” แห่งเครือเจริญโภคภัณฑ์ (เครือซีพี) ที่ชูแนวคิด “น้ำมันบนดิน” และเสนอให้ภาครัฐเร่งลงทุนระบบชลประทาน ยกระดับเกษตรไทยด้วย AI และโลจิสติกส์อัจฉริยะ

มันได้สะท้อนว่า…กลุ่มทุนขนาดใหญ่กำลังมอง “อาหาร” และ “เทคโนโลยี” เป็นยุทธศาสตร์เศรษฐกิจใหม่ของประเทศไทย

ทั้งหมดนี้ คือ…ภาพของ “ความหวัง” ที่ไทยกำลังพยายามเร่งปรับตัวเพื่อไม่ให้ตกขบวนเศรษฐกิจโลก

อย่างไรก็ตาม ความน่าสนของข้อเสนอข้างต้น อาจไม่ได้จำกัดเพียงแค่ว่า…ประเทศไทยจะเข้าสู่ AI Economy ได้เร็วเพียงใด? แต่จะเป็น “ใคร?” จะสามารถแข่งขันในเศรษฐกิจใหม่นี้ได้จริง!!!

เพราะ AI Economy ไม่ใช่สนามแข่งขันที่ทุกคน “เริ่มต้น” จากจุดเดียวกัน

การแข่งขันรอบใหม่…ต้องใช้ทั้งเงินลงทุนมหาศาล ข้อมูลจำนวนมหาศาล พลังงานมหาศาล Cloud Infrastructure บุคลากรขั้นสูง และเครือข่ายระดับโลก สิ่งเหล่านี้ ทำให้ผู้ได้เปรียบโดยธรรมชาติ ก็คือ “กลุ่มทุนขนาดใหญ่” ทั้งพลังงาน โทรคมนาคม นิคมอุตสาหกรรม ค้าปลีก และบริษัทเทคโนโลยีระดับโลก

ขณะที่ SME รายเล็ก แรงงาน และเกษตรกรจำนวนมาก อาจไม่มีแม้แต่โอกาสเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานของเศรษฐกิจยุคใหม่ได้เลย!!!

นี่จึงเป็นเหตุผลที่เสียงสะท้อนจาก…ผู้ประกอบการรายเล็กจำนวนไม่น้อย เริ่มตั้งคำถามว่า…การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้จะนำไปสู่ “การแข่งขันใหม่” หรือกำลังกลายเป็น “การรวมศูนย์อำนาจเศรษฐกิจรอบใหม่” กันแน่!!??

เพราะการ “ผูกขาด” ในยุค AI อาจไม่เหมือนอดีตอีกต่อไปแล้ว???

หากในอดีต! การผูกขาด” หมายถึง…การถือครองตลาดสินค้า หรืออุตสาหกรรมพลังงาน แต่กับ…โลกยุคใหม่ การ “รวมศูนย์อำนาจ” อาจลึกกว่านั้นมากนัก!!?? เพราะมันเกี่ยวข้องกับการถือครอง “ระบบ” ไม่ว่าจะเป็น…

Data Platform ระบบ AI Cloud Infrastructure โลจิสติกส์ หรือแม้แต่พลังงานสะอาด

ผู้ที่ถือ “ระบบ” เหล่านี้ จะกลายเป็น “ผู้กำหนดทิศทางเศรษฐกิจ” ในอนาคต อย่างไม่ต้องสงสัย???

นี่คือเหตุผลที่แม้แต่…รัฐบาลสหรัฐฯ ยุโรป และจีน ต่างเริ่มกังวลอำนาจของ Big Tech และเร่งออกกฎหมายควบคุม AI การแข่งขันทางการค้า และการถือครองข้อมูล

คำถามสำคัญตามมา นั่นก็คือ…ประเทศไทยกำลังเตรียมกติกาเหล่านี้ไว้มากน้อยแค่ไหน? เพียงใด?

เพราะแม้ประเทศไทยอาจจำเป็นต้องใช้ “กลุ่มทุนขนาดใหญ่” ในการเร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐานแห่งอนาคต แต่ทุกครั้งที่…เศรษฐกิจเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่!!! อำนาจทางเศรษฐกิจ…ก็มักถูกจัดระเบียบใหม่เช่นกัน

โจทย์สำคัญของ “รัฐบาลอนุทิน” จึงไม่ใช่เพียงการ “ดึงเม็ดเงินลงทุน” หรือ “เร่งสร้าง AI Nation” ให้เกิดขึ้นเร็วที่สุด! หากแต่อยู่ที่ว่า…จะออกแบบ “กติกาใหม่” อย่างไร? เพื่อให้…

SME ยังแข่งขันได้

เกษตรกรเข้าถึงเทคโนโลยี

แรงงานได้รับการ Reskill

และ เศรษฐกิจดิจิทัลไม่กลายเป็นทรัพย์สินของคนเพียงไม่กี่กลุ่ม

เพราะสุดท้ายแล้ว! คำถามที่สำคัญกว่า…“ประเทศไทยจะเติบโตหรือไม่?” นั่นก็คือ…“ใครจะได้เติบโตไปพร้อมกับประเทศไทย?”

และมันจะ “จำกัดวง” อยู่ในเฉพาะ…บรรดาตระกูลเจ้าสัวและเครือข่ายของพวกเขาหรือเปล่า!!??.

Login

Welcome! Login in to your account

Remember me Lost your password?

Lost Password