Land Bridge และสงครามโครงสร้างพื้นฐานของโลกยุคใหม่ – IV 

(ตอนที่ 4/5 : ไทยอยู่ตรงไหนในเกมโลก? เมื่อ Indo-Pacific กำลังเปลี่ยนสมดุลเศรษฐกิจและอำนาจ)

หากย้อนกลับไปเมื่อไม่กี่ทศวรรษก่อน คำว่า “Indo-Pacific” แทบไม่เคยถูกพูดถึงในเวทีการเมืองระหว่างประเทศ

แต่วันนี้…คำดังกล่าวกลับกลายเป็นหนึ่งในคำที่ทรงอิทธิพลที่สุดของโลกยุคใหม่

เพราะ Indo-Pacific ไม่ได้เป็นเพียงชื่อของภูมิภาค แต่มันคือ “สนามแข่งขันแห่งศตวรรษที่ 21”

พื้นที่ซึ่ง เชื่อมมหาสมุทรอินเดียกับมหาสมุทรแปซิฟิก เชื่อมเส้นทางพลังงานของตะวันออกกลาง เชื่อมฐานการผลิตของเอเชีย เชื่อมตลาดผู้บริโภคขนาดมหาศาล และเชื่อมผลประโยชน์ของมหาอำนาจโลกเข้าด้วยกัน

นี่คือ…เหตุผลที่ทั้งสหรัฐฯ จีน อินเดีย ญี่ปุ่น อาเซียน รวมถึงมหาอำนาจทางเศรษฐกิจอีกหลายประเทศ ต่างพยายามวางตำแหน่งของตัวเองในภูมิภาคนี้

เพราะใครก็ตามที่สามารถควบคุมเส้นทางการค้า พลังงาน และ logistics สำคัญของ Indo-Pacific ได้ ย่อมมีอิทธิพลต่อเศรษฐกิจโลกอย่างมหาศาล!!!

ในโลกยุคปัจจุบัน อำนาจไม่ได้ถูกวัดกันด้วย “จำนวนรถถัง” เพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่มันถูกวัดด้วย…ท่าเรือ เส้นทางเดินเรือ โครงสร้างพื้นฐาน สายเคเบิลข้อมูล พลังงาน และ supply chain

และเมื่อ โลกเริ่มเผชิญความไม่แน่นอนมากขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่…สงครามรัสเซีย-ยูเครน วิกฤต Red Sea ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ไปจนถึง…การแข่งขันทางเศรษฐกิจระหว่างจีนกับสหรัฐฯ

คำว่า “choke point” จึงกลายเป็นประเด็นสำคัญของโลก!!!

ช่องแคบ Hormuz ช่องแคบ Bab el-Mandeb คลองสุเอซ และโดยเฉพาะ “ช่องแคบมะละกา”

ทั้งหมดนี้ คือ…เส้นเลือดหลักของเศรษฐกิจโลก!!??

เพียงการหยุดชะงักของ “เส้นเลือดหลักฯ” เหล่านี้ เพียงไม่กี่วัน ก็สามารถกระทบทั้งระบบ supply chain ของโลกได้ทันที!!!

นี่คือ…เหตุผลที่หลายประเทศเริ่มมองหา “ทางเลือกสำรอง”

ไม่ใช่เพราะ…เส้นทางเดิมใช้ไม่ได้ แต่เพราะโลกเริ่มตระหนักว่า…การพึ่งพาเส้นทางเดียว อาจกลายเป็นความเสี่ยงทางยุทธศาสตร์ในอนาคต!!!

และนี่เอง คือ…บริบทสำคัญ ที่ทำให้โครงการ Land Bridge ของไทย กลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง!

ฝ่ายสนับสนุนอมองว่า…ไทยกำลังมีโอกาสสำคัญในการก้าวขึ้นเป็น “จุดเชื่อมยุทธศาสตร์” ระหว่างมหาสมุทรอินเดียกับมหาสมุทรแปซิฟิก

หากโครงการเกิดขึ้นจริง! ไทยอาจกลายเป็นอีกหนึ่ง hub สำคัญของระบบ logistics โลก

ม่เพียงในเชิงเศรษฐกิจ แต่รวมถึงในเชิงภูมิรัฐศาสตร์ด้วย

อย่างไรก็ตาม คำถามสำคัญคือ…การอยู่ในจุดยุทธศาสตร์ของโลก หมายถึง “โอกาส” เสมอไปหรือไม่?

นั่นเพราะ ประวัติศาสตร์โลก สะท้อนให้เห็นว่า…พื้นที่ซึ่งอยู่บนเส้นทางยุทธศาสตร์สำคัญ มักกลายเป็นพื้นที่แห่งการแข่งขันของมหาอำนาจไปพร้อมกัน

ตั้งแต่…ตะวันออกกลาง ทะเลจีนใต้ คลองสุเอซ ไปจนถึง ช่องแคบมะละกา

ทุกแห่งล้วนเป็นตัวอย่างของพื้นที่ ที่เศรษฐกิจ การเมือง และความมั่นคง แยกออกจากกันแทบไม่ได้

นี่คือ…สิ่งที่ประเทศไทยอาจต้องคิดอย่างรอบคอบ!!??

เพราะหาก Land Bridge เกิดขึ้นจริง มันจะไม่ได้เป็นเพียง “โครงการของไทย” อีกต่อไป แต่มันจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของสมการ Indo-Pacific โดยอัตโนมัติ!!!

และเมื่อ มหาอำนาจโลก เริ่มมองเห็น “ผลประโยชน์ร่วม” อยู่ในพื้นที่เดียวกัน ไทยจึงอาจต้องเผชิญแรงกดดันที่ซับซ้อนมากขึ้นในอนาคต!!!

จีนอาจมองเห็นโอกาสในการเชื่อมโยง supply chain ของตน

สหรัฐฯ อาจมองเรื่องเสรีภาพทางการค้าและเส้นทางยุทธศาสตร์

อินเดียอาจมองสมดุลอำนาจในมหาสมุทรอินเดีย

ขณะที่ อาเซียนเอง ก็อาจต้องปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของภูมิภาค

นี่คือ…เหตุผลที่ debate เรื่อง Land Bridge ไม่ได้มีเพียงคำถามว่า “คุ้มทุนหรือไม่?” เหมือนที่หลายฝ่ายตั้งข้อสงสัยก่อนหน้านี้

แต่เริ่มกลายเป็นคำถามว่า…ประเทศไทยจะวางตัวเองอย่างไร ในเกมอำนาจของโลกยุคใหม่?

เราจะใช้โครงการนี้เพื่อเพิ่มอำนาจต่อรองของประเทศ? หรือเราจะกลายเป็นเพียงพื้นที่แข่งขันของมหาอำนาจ?

และที่สำคัญที่สุด นั่นก็คือ…

ประเทศไทยมี “ยุทธศาสตร์ระยะยาว” มากพอหรือยัง สำหรับการรับมือกับโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว?

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา หลายประเทศเริ่มพูดถึงคำว่า “strategic autonomy” หรือ การรักษาความสามารถในการตัดสินใจของตัวเอง ท่ามกลางแรงกดดันของมหาอำนาจ

คำถามคือ…ไทยจะรักษาสมดุลนี้ได้อย่างไร???

เพราะในโลกที่เศรษฐกิจ ภูมิรัฐศาสตร์ และเทคโนโลยี เริ่มเชื่อมโยงกันอย่างลึกซึ้งนั้น ทุกการตัดสินใจด้านโครงสร้างพื้นฐาน อาจส่งผลไกลเกินกว่าที่คิด!!??

และบางที… Land Bridge อาจไม่ใช่เพียงเรื่องของท่าเรือ หรือเส้นทาง logistics

แต่มันอาจเป็น บททดสอบสำคัญ ที่ว่า…ไทยพร้อมหรือยัง? สำหรับการก้าวเข้าสู่โลกที่การแข่งขันไม่ได้อยู่เพียงในสนามเศรษฐกิจ

แต่มันคือ…การแข่งขันเพื่อกำหนด “สมดุลอำนาจแห่งอนาคต” ของภูมิภาค Indo-Pacific

ถึงบรรทัดนี้ “ทีมข่าวยุทธศาสตร์” ชวนคุยกันต่อ ถึงคำถามสำคัญที่สุด! เกี่ยวกับ Land Bridge ซึ่งมันอาจไม่ได้อยู่ในประเด็นที่ว่า…

โครงการนี้ ควรจะสร้างต่อไปหรือไม่ควรสร้าง?

แต่มันควรอยู่ที่ว่า…ประเทศไทยกำลังจะเลือก “อนาคตแบบใด?” ท่ามกลางโลกที่กำลังเปลี่ยนสมดุลอำนาจอย่างรวดเร็ว!!!

เมื่อโครงสร้างพื้นฐานไม่ได้เป็นเพียงเรื่องเศรษฐกิจ
เมื่อเส้นทางการค้าเริ่มกลายเป็นเครื่องมือทางภูมิรัฐศาสตร์

และ เมื่อมหาอำนาจต่างพยายามวางตำแหน่งของตัวเองในภูมิภาค Indo-Pacific

คำถามสำคัญจึ งอาจไม่ใช่เพียงว่า…ไทยจะได้อะไรจาก Land Bridge???

แต่คือ…ประเทศไทยจะรักษาผลประโยชน์ อธิปไตยทางเศรษฐกิจ และความสามารถในการกำหนดอนาคตของตัวเอง ได้อย่างไร? ในโลกที่การแข่งขันกำลังเข้มข้นขึ้นทุกวัน เช่นที่ปรากฏให้เห็นอยู่ ณ ปัจจุบันนี้

และนี่…คือ สิ่งที่ “ทีมข่าวยุทธศาสตร์” จะพาไปสรุปทั้งหมด ในตอนสุดท้าย (5/จบ) ของซีรีส์

“อนาคตประเทศไทย : เราควรเดินอย่างไร ในโลกที่ทุกโครงการล้วนมีราคา?”.

Login

Welcome! Login in to your account

Remember me Lost your password?

Lost Password