ขับเคลื่อนประเทศ!!??

(‘60 ปี กรุงไทย’ จากแบงก์รัฐ สู่…แพลตฟอร์มดิจิทัล พร้อมกำหนดอนาคตประเทศไทย)

จากธนาคารพาณิชย์ของรัฐในอดีต “กรุงไทย” กำลังก้าวสู่บทบาทใหม่ ในฐานะ “โครงสร้างพื้นฐานทางการเงินดิจิทัลของประเทศ” เชื่อมโยงนโยบายรัฐเข้ากับชีวิตประชาชนแบบเรียลไทม์ และเป็น…แพลตฟอร์มเชื่อมรัฐ ประชาชน และเศรษฐกิจทั้งระบบ ที่อาจเปลี่ยนวิธีคิดเรื่อง “การบริหารประเทศ” ในยุคดิจิทัลอย่างมีนัยสำคัญ สิ่งนี้…เป็นมากกว่าโอกาสทางเศรษฐกิจ  เพราะมันคือทิศทางกำหนดอนาคตประเทศไทย

60 ปีของธนาคารกรุงไทย ภายใต้การนำของ นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดใหญ่ และมี นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะ “ประธานบอร์ดฯ” คอยคัดท้ายและนำพาสถาบันการเงินที่มีรัฐถือหุ้นใหญ่แห่งนี้ จนเติบใหญ่และกำลังพลิกโฉมตัวเอง เพื่อก้าวไปสู่ความเป็น…

แพลตฟอร์มดิจิทัล ที่อาจกำหนดอนาคตประเทศไทย

มองเพียงผิวเผิน วาระครบรอบ 60 ปี อาจเป็นเพียงอีก “หนึ่งหมุดหมาย” ขององค์กรการเงินขนาดใหญ่ที่เติบโตเคียงข้างประเทศมาอย่างยาวนาน แต่เมื่อพิจารณาให้ลึกลงไป บทบาทของธนาคารกรุงไทยในวันนี้…กำลังสะท้อนการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญของ “รัฐไทย” เอง

จาก…ระบบราชการแบบเดิม สู่การมี “แพลตฟอร์มดิจิทัล” เป็นโครงสร้างหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคม!

ตลอด 6 ทศวรรษที่ผ่านมา ธนาคารกรุงไทยไม่เคยเป็นเพียงธนาคารพาณิชย์ทั่วไป ด้วยสถานะที่รัฐถือหุ้นใหญ่ ธนาคารจึงทำหน้าที่เป็น “กลไกสำคัญ” ในการสนับสนุนนโยบายเศรษฐกิจมาโดยตลอด ตั้งแต่…

“วิกฤตต้มยำกุ้ง” ที่ ธนาคารกรุงไทย ทำหน้าที่เสมือน “อัศวินม้าขาว” ช่วยพยุงผู้ประกอบการและระบบการเงิน ไปจนถึงการเป็นช่องทางกระจายเม็ดเงินลงสู่ภูมิภาค สร้างสภาพคล่องให้เศรษฐกิจระดับฐานรากเดินหน้าต่อได้

บทบาทดังกล่าวยิ่งชัดเจนขึ้น! ในช่วง “วิกฤตโควิด-19” เมื่อโลกทั้งใบหยุดชะงัก! แต่ประเทศไทยยังสามารถขับเคลื่อนมาตรการช่วยเหลือประชาชนได้อย่างรวดเร็ว ผ่าน “เป๋าตัง” แอปพลิเคชัน ที่ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือทางการเงิน

หากแต่กลายเป็น “โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล” ที่รัฐใช้เชื่อมโยงประชาชนกับนโยบายโดยตรง ตั้งแต่โครงการคนละครึ่ง การแจกเงินเยียวยา ไปจนถึงการเข้าถึงวัคซีน

ปรากฏการณ์นี้ สะท้อนความเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างที่สำคัญอย่างยิ่ง! นั่นคือ…การที่ธนาคารของรัฐกำลังก้าวข้ามบทบาทเดิม และกลายเป็น “แพลตฟอร์ม” ที่หลอมรวมภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนเข้าไว้ด้วยกันในระบบเดียว

การโอนเงิน การรับสวัสดิการ การลงทุน หรือแม้แต่การเข้าถึงบริการด้านสุขภาพ ล้วนเริ่มไหลผ่านช่องทางเดียวกันมากขึ้นเรื่อย ๆ

ในอีกด้านหนึ่ง การพัฒนาเทคโนโลยีของ ธนาคารกรุงไทย ได้เปิดประตูสู่สิ่งที่เรียกว่า Financial Inclusion อย่างแท้จริง!!??

ประชาชนจำนวนมากที่เคยอยู่ “นอกระบบการเงิน” สามารถเข้าถึงบริการพื้นฐานได้ง่ายขึ้น

ผู้ค้ารายย่อยสามารถรับชำระเงินแบบดิจิทัล

เกษตรกรสามารถเข้าถึงสินเชื่อได้สะดวกขึ้น

ขณะที่ ประชาชนทั่วไป สามารถลงทุนในพันธบัตรหรือสินทรัพย์ทางการเงิน ได้โดยไม่ต้องผ่านขั้นตอนที่ซับซ้อนเช่นในอดีต

แต่ในขณะเดียวกัน การรวมศูนย์ของบริการทางการเงินและบริการภาครัฐไว้ในแพลตฟอร์มเดียว ก็ทำให้เกิดคำถามใหม่เกี่ยวกับ “อำนาจ” ในยุคดิจิทัล???

เมื่อข้อมูล…การทำธุรกรรม และการเข้าถึงสิทธิประโยชน์ ถูกเชื่อมโยงเข้าด้วยกันอย่างแนบแน่น โครงสร้างนี้ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมืออำนวยความสะดวกอีกต่อไป หากแต่กลายเป็น “โครงสร้างกำหนดความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ” ระหว่างรัฐกับประชาชน!!!

ภาพของ ธนาคารกรุงไทยกรุงไทย ในวันนี้ จึงไม่ใช่เพียง…องค์กรการเงิน แต่คือ “ระบบปฏิบัติการ” ที่กำลังขับเคลื่อนประเทศอย่างเงียบ ๆ

ตั้งแต่…ระดับนโยบาย ไปจนถึงชีวิตประจำวันของผู้คน

การสแกนจ่ายผ่าน QR Code ในตลาด การรับเงินช่วยเหลือผ่านมือถือ การเข้าถึงสินเชื่อผ่านข้อมูลทางเลือก หรือแม้แต่การเข้าร่วมกิจกรรมทางสังคมและศาสนาที่ธนาคารสนับสนุน ฯลฯ

ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของระบบเดียวกันที่กำลังขยายตัว!!!

กิจกรรมในวาระครบรอบ 60 ปี ไม่ว่าจะเป็น…การบรรพชาอุปสมบทหมู่ การสนับสนุนสถาบันมะเร็งแห่งชาติ หรือการจัดตลาดนัดชุมชน ฯลฯ

ล้วนสะท้อนความพยายามของ ธนาคารกรุงไทยกรุงไทย ในการเชื่อมโยง “ทุน เทคโนโลยี และสังคม” เข้าด้วยกันในมิติที่ลึกกว่า CSR ทั่วไป

หากมองในเชิงโครงสร้าง นี่คือ…การสร้าง “เศรษฐกิจทางเลือก” และ “โอกาสครั้งที่สอง” ให้กับผู้คนที่เคยถูกทิ้งไว้ข้างหลัง!!??

เมื่อมองไปข้างหน้า ทิศทางของ ธนาคารกรุงไทยกรุงไทย กำลังเคลื่อนไปสู่การเป็น “ศูนย์กลางของระบบนิเวศทางการเงินยุคใหม่” ไม่ว่าจะเป็น…

Virtual Banking การใช้ AI ในการวิเคราะห์ข้อมูล การพัฒนาบริการที่เชื่อมโยงหลายภาคส่วน หรือแม้แต่การรองรับการเปลี่ยนแปลงสู่เศรษฐกิจดิจิทัลเต็มรูปแบบ

สิ่งเหล่านี้ กำลังทำให้ “เส้นแบ่ง” ระหว่าง “ธนาคาร” กับ “รัฐ” แคบลงมากขึ้นเรื่อย ๆ

คำถามสำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่า…ธนาคารกรุงไทยกรุงไทย จะเติบโตอย่างไร? แต่น่าจะเป็น…ประเทศไทยกำลังจะก้าวไปสู่รูปแบบใหม่ของการจัดการเศรษฐกิจและสังคมหรือไม่? มากกว่า

รูปแบบใหม่ ที่ว่า ก็คือ…การมี “แพลตฟอร์มดิจิทัล” เป็น…ศูนย์กลาง และมีข้อมูลเป็นทรัพยากรหลักในการขับเคลื่อนประเทศไทยในทุกมิติ!!!

ในมุมของประชาชน สิ่งที่ได้เห็นชัดเจน คือ…ความสะดวก โอกาส และการเข้าถึงที่มากขึ้น

การทำธุรกรรมที่เคยซับซ้อนกลายเป็นเรื่องง่าย การเข้าถึงสวัสดิการรัฐเป็นไปอย่างทั่วถึง และการเริ่มต้นสร้างความมั่นคงทางการเงินไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป

ในมุมของธุรกิจ โดยเฉพาะ ผู้ประกอบการรายย่อย แพลตฟอร์มของ ธนาคารกรุงไทยกรุงไทย ช่วยลดต้นทุน เพิ่มช่องทางรายได้ และเชื่อมโยงเข้าสู่เศรษฐกิจดิจิทัลได้รวดเร็วขึ้น

ขณะที่ ภาคธุรกิจขนาดใหญ่ก็สามารถใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานนี้ในการพัฒนานวัตกรรมและขยายตลาด

ในระดับเศรษฐกิจประเทศ โครงสร้างดังกล่าว…ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการกระจายทรัพยากร ลดความสูญเสียในระบบ และสร้างความสามารถในการตอบสนองต่อวิกฤตได้รวดเร็วขึ้น

ขณะที่ ในระดับสังคม การลดความเหลื่อมล้ำและการสร้างโอกาสใหม่ให้กับคนทุกกลุ่ม กำลังกลายเป็นผลลัพธ์ที่จับต้องได้มากขึ้น

ท้ายที่สุดแล้ว 60 ปีของธนาคารกรุงไทย” จึงอาจไม่ได้เป็นเพียงเรื่องราวขององค์กรหนึ่ง หากแต่เป็น “ภาพสะท้อน” ของการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ! ของประเทศไทยเอง

จากเศรษฐกิจ…ที่ขับเคลื่อนด้วยทุนและนโยบายแบบดั้งเดิม สู่เศรษฐกิจ…ที่ขับเคลื่อนด้วยแพลตฟอร์ม ข้อมูล และการเชื่อมโยงแบบไร้รอยต่อ

และหากทิศทางนี้…ยังคงดำเนินต่อไป คำว่า “ทุกก้าว เพื่อล้านอนาคต” อาจไม่ได้เป็นเพียงสโลแกนของธนาคาร แต่จะกลายเป็น…คำอธิบายของประเทศทั้งประเทศ

ประเทศที่กำลังก้าวเข้าสู่ “อนาคตใหม่” ไปพร้อมกันอย่างเงียบ ๆ แต่ทรงพลังที่สุด! ครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ไทยเลยทีเดียว!!??.

Login

Welcome! Login in to your account

Remember me Lost your password?

Lost Password