ล้ม! หรือ…ไปต่อ?

(เกมการเมือง…เดินทางมาถึงจุดที่ว่า ‘โมฆะ’ หรือ ‘เดินหน้าต่อ” กับบทบาท กกต. บนเส้นบางๆ ที่ผูกติดความเชื่อมั่นประเทศ!!!)
ปม “บาร์โค้ด – คลิปซื้อเสียง – แรงกดดันทางกฎหมาย” กำลังบีบให้ กกต. จำต้องเดินหน้าตัดสินใจ บนเส้นบางๆ ระหว่าง “โมฆะทั้งประเทศ” กับ “เดินหน้ารับรองผล” และเดิมพันรอบนี้…ไม่ใช่แค่จัดตั้ง “รัฐบาลใหม่” ได้หรือไม่? แต่มันคือ…ความเชื่อมั่นต่อกติกาและเศรษฐกิจไทยทั้งระบบ!!??
องศาความร้อนการเมืองรอบนี้ ไม่ได้พุ่งไปที่พรรคใดพรรคหนึ่ง? หากแต่ไหลมา “รวมศูนย์” อยู่กับ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ซึ่งกำลังเผชิญ แรงกดดัน 3 ทิศ พร้อมกัน…
ข้อถกเถียงทางรัฐธรรมนูญเรื่อง “ความลับของบัตรเลือกตั้ง” จากกรณีบาร์โค้ด
ภาพคลิปและพยานคดีซื้อเสียงในพื้นที่
รวมถึง การจับตาของสังคมต่อไทม์ไลน์รับรองผลภายในกรอบกฎหมาย
คำเตือน! ของ นายวิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกฯด้านกฎหมาย ของหลายๆ รัฐบาล ทำให้ประเด็น “บาร์โค้ด” ไม่ใช่เรื่อง…เทคนิคการพิมพ์ แต่กลายเป็น…คำถามหลักของรัฐธรรมนูญ มาตรา 85 ว่าการเลือกตั้งต้อง “โดยตรงและลับ” แปลว่าอะไร???
หากสามารถพิสูจน์ได้ว่า…“บาร์โค้ด” ย้อนกลับไปถึง “ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง” ได้จริง! “ความลับ” จะยังคงมีอยู่หรือไม่???
นายวิษณุ สะท้อนความเห็นส่วนตัวว่า…“หากมีโอกาสรู้ได้ ก็ไม่ใช่ความลับ” และเตือนถึง บทเรียนในปี 2549 ที่…การจัดคูหา ถูกวินิจฉัยกระทบ “ความลับ” จนต้องเลือกตั้งใหม่ทั้งประเทศ
พร้อมกับ…ความรับผิดของ กกต. ที่มีตามมา
อีกด้านหนึ่ง มีแนวตีความว่า…ความลับพิจารณา ณ ขณะกากบาทในคูหา ไม่ใช่การตรวจสอบภายหลัง
หาก ศาลรัฐธรรมนูญ ยึดแนวนี้ ความเสี่ยง “โมฆะทั้งประเทศ” จะลดลงทันที! แม้มนจะลบอยร้าวของความเชื่อมั่นที่ได้เกิดขึ้นแล้วไม่ได้ก็ตาม
ขอเพียงแค่ สังคมไทย…จะต้องได้รับคำอธิบายที่ชัดเจน โปร่งใส และตรวจสอบได้ หาไม่แล้ว…ข้อกังขาดังกล่าว อาจส่งผลกระทบต่อการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่
ย้อนกลับไปดูท่าทีของ รอ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ผู้นำจิตวิญญาณของ พรรคกล้าธรรม ที่ได้สะท้อน “เกมจิตวิทยาการเมือง” ที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น! โดยเขาระบุว่า…กังวลใจกับการรับรองผลมากกว่าการร่วมจัดตั้งรัฐบาล
พร้อมตั้งสมมุติฐานที่ว่า…หากเลือกตั้งรอบนี้ เป็น “โมฆะ” ขึ้นมา สังคมไทยจะเกิดความโกลาหลอย่างแน่นอน
ก่อนสำทับอีกว่า…พรรคกล้าธรรม “พร้อม!…หากต้องเลือกตั้งใหม่” แล้วทิ้งท้ายด้วยประโยคเด็ด! คือ…
นับคะแนนใหม่…เป็นการเสียเวลา!!??
สัญญาณนี้…กดดัน กกต.ทางอ้อม? ให้ต้องเร่ง “ชั่งน้ำหนัก!” ระหว่าง…ความเคร่งครัดทางกฎหมาย กับ เสถียรภาพการเมือง
สร้างแต้มต่อ…ห่วงกติกามากกว่าตำแหน่งในรัฐบาลชุดใหม่!!!
ส่วนปม…คลิปซื้อเสียง และกรณีชาวบ้านนำเงิน 500 บาทมาคืน กกต. เพื่อ…ขอกันตัวเป็นพยานนั้น ก็นับเป็นอีกหนึ่ง แรงเหวี่ยง! ที่สะท้อนว่า…กลไกบังคับใช้กฎหมายของ กกต. ทำได้ดีแค่ไหน?
หากการสืบสวนขยายวงกว้าง…ความเข้มงวดของ กกต. ต่อการควบคุมการซื้อสิทธิ์…ขายเสียง! ก็จะต้องมีเพิ่มมากยิ่งขึ้น และจะยิ่ง “ซ้อนทับ!” กับข้อถกเถียง…เรื่องบาร์โค้ด กระทั่ง อาจกลายเป็น “แรงกดดัน ชั้น”
เข้ม! เกินไป…ก็เสี่ยงโมฆะ แต่หากปล่อยให้หลวม! ก็จะเสียความชอบธรรม!!???
มุมมองจากสายตาของ คนนอกประเทศ ถือเป็นสิ่งที่…คนในจะมองข้ามไม่ได้ กับความเคลื่อนไหวของ นายฮุน มาเนต บนเวทีระหว่างประเทศ และการเตรียมชี้แจงของฝ่ายไทยในเวทีสิทธิมนุษยชน สะท้อนว่า…ภาพลักษณ์รัฐไทยกำลังถูกจับตามอง???
หากไทยเข้าสู่…ภาวะสุญญากาศทางการเมือง ที่ยืดเยื้อออกไป ไม่ว่าจากการรับรองผลล่าช้า หรือคำสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่
อำนาจต่อรองเชิงการทูตและเศรษฐกิจ…ย่อมอ่อนแรงลงโดยปริยาย!!!
ในเชิงเศรษฐกิจ ความไม่แน่นอนของประเทศ คือ…ศัตรูตัวสำคัญที่สุด! หาก กกต.สามารถจะประกาศรับรองผลการเลือกตั้งได้ตามกรอบเวลาที่กำหนดไว้ ประเทศ…ก็จะได้ “โมเมนตัม” หมายถึง…เดินหน้าต่อไปได้อย่างต่อเนื่อง
ไม่ว่าจะเป็น…การจัดตั้งรัฐบาลใหม่ การออกนโยบาย การจัดทำงบประมาณ แน่นอนว่า…หากจะมีความผันผวนในตลาด ความผันผวน ที่ว่านี้…ก็จะ “จำกัด” ในระยะเวลาอันสั้น
แต่ถ้าบางเขต…ต้องจัดการเลือกตั้งกันใหม่ “ไทม์ไลน์” การจัดตั้งรัฐบาล ก็อาจจะต้องเลื่อนออกไปสัก 1–2 เดือน
สิ่งนี้…ย่อมกระทบการตัดสินใจลงทุนบางส่วนอย่างไม่ต้องสงสัย? และหากรุนแรงถึงขั้นศาลมีคำสั่งให้การเลือกตั้งที่ผ่านมาเป็น “โมฆะ” ทั้งประเทศ ล่ะก็…
สูญญากาศที่จะเกิดขึ้นไม่น้อยกว่า 3 – 6 เดือนนั้น ก็อาจทำลายความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั้งในและนอกประเทศ รวมถึงส่งผลกระทบการลงทุนตรง (FDI) และการบริโภคภายในไปเต็มๆ!!!
เดิมพันในรอบนี้ จึงไม่ได้อยู่ที่…ใครจะได้เป็นรัฐบาล? แต่หากอยู่ที่ “ความเร็วและความชัด” ของการตัดสินใจบนฐานกฎหมายที่อธิบายได้ต่อสาธารณะ
กกต.จำเป็นต้องสื่อสารเชิงรุก! ควบคู่ไปกับ เร่งชี้แจงเทคนิคบัตรเลือกตั้ง กระบวนการคุ้มครองความลับ และขั้นตอนตรวจสอบข้อร้องเรียนอย่างโปร่งใส
ทั้งหมดก็เพื่อ “ปิดช่อง” ความคลุมเครือและเคลือบแคลงใจ…ที่คอยบั่นทอนความเชื่อมั่นของสังคมไทย!!!
บทเรียนจากอดีต มันสอนว่า…ความวุ่นวายไม่ได้เกิดจากคำวินิจฉัยเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากช่วง “รอยต่อ” ที่ปล่อยให้ความไม่แน่นอนยืดเยื้อ
เช่นกัน! “เส้นบางๆ ของความเชื่อมั่น” ต่อการคุมเกมการเลือกตั้งของ กกต. ในครั้งนี้ จึงหมายถึงการชั่งน้ำหนักระหว่าง…ความถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ กับ เสถียรภาพของระบบ
หากตัดสินชัด เร็ว และสื่อสารดี ประเทศชาติ…จะเดินหน้าต่อได้ แม้มีเสียงคัดค้านบ้าง ก็คงไม่กระทบมากนัก
ในทางกลับกัน แต่หากปล่อยให้คำถามค้างคา ความเสียหายทางเศรษฐกิจและการเมือง จะเกิดก่อนคำตอบสุดท้าย? ซึ่งนั่นก็คือ…ผลคำตัดสินของศาล! เสมอ
ถึงตรงนี้ ไม่ว่า…เส้นทางการเมืองในวันข้างหน้า จะออกมาเป็น “โมฆะ” หรือ “เดินหน้าต่อ” กระนั้น สิ่งที่สังคมไทยต้องการจะเห็นมากที่สุด ก็คือ…
ความเชื่อมั่น ที่ว่า “กติกาถูกออกแบบและบังคับใช้อย่างเที่ยงธรรม”
เพราะสิ่งนี้ คือ…ทุนทางการเมือง! ที่มีค่ากว่า…เสียง สส.ข้างมากใดๆ และเป็นเงื่อนไขที่จำเป็นของเศรษฐกิจไทย ในปีที่ “ความเสี่ยง” ยังคงมีเข้ามารอบด้าน…ถาโถมใส่แบบไม่มีเหนื่อย!!!.






