‘พาณิชย์’ ชวนสิงคโปร์เป็นพันธมิตรความมั่นคงอาหาร ดันข้าว-เกษตร-ดิจิทัลเทรด

รมว.พาณิชย์หารือเอกอัครราชทูตสิงคโปร์ เสนอความร่วมมือความมั่นคงทางอาหารเชิงยุทธศาสตร์ ใช้สิงคโปร์เป็น trading hub ขยายตลาดโลก พร้อมเร่งสรุป DEFA หนุนคาร์บอนเครดิต การค้าดิจิทัล และพลังงานทางเลือก เสริมหุ้นส่วนเศรษฐกิจไทย–สิงคโปร์

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ พบกับนางสาวแคเธอริน หว่อง เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐสิงคโปร์ประจำประเทศไทย เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2569 ณ กระทรวงพาณิชย์ หารือความร่วมมือด้านความมั่นคงทางอาหารแนวใหม่ เร่งสรุปเจรจาการค้าดิจิทัลอาเซียน และเสริมแกร่งความร่วมมือในสาขาศักยภาพ อาทิ ความมั่นคงด้านพลังงาน และการซื้อขายคาร์บอนเครดิต เพื่อขยายโอกาสทางการค้า การลงทุน และเสริมสร้างการเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ที่สำคัญระหว่างกัน
นางศุภจี เปิดเผยว่า ได้เสนอโมเดลความมั่นคงทางอาหารระหว่างไทยกับสิงคโปร์ โดยชวนสิงคโปร์เป็นพันธมิตรร่วมกันสร้างความเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานสินค้าเกษตร และอาจให้ภาคเอกชนเข้ามีส่วนร่วม โดยมีภาครัฐนำ รวมทั้งอาศัยบทบาท trading hub ของสิงคโปร์ขยายสู่ตลาดโลก ซึ่งจะเป็นการต่อยอดความร่วมมือด้านความมั่นคงทางอาหารระหว่างไทย–สิงคโปร์ ให้เกิดประโยชน์ร่วมกัน (joint benefit) ตามข้อตกลงระหว่างกระทรวงพาณิชย์ของไทยกับกระทรวงความยั่งยืนและสิ่งแวดล้อมของสิงคโปร์

นางศุภจี เพิ่มเติมด้วยว่า “ไทยและสิงคโปร์จะสนับสนุนกันและกันในด้านเศรษฐกิจดิจิทัล โดยจะร่วมกันผลักดันการเจรจาความตกลงเศรษฐกิจดิจิทัลอาเซียน (DEFA) ที่คืบหน้าไปกว่า 83% ให้สามารถสรุปผลได้ภายในเดือนเมษายนนี้” ซึ่งจะทำให้อาเซียนมีมาตรฐานการค้าดิจิทัล สร้างสภาพแวดล้อมและความเชื่อมั่นในการใช้พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ตลอดจนอำนวยความสะดวกให้ผู้ประกอบการ SMEs ในการทำธุรกรรมข้ามพรมแดนภายในอาเซียนให้มากขึ้น พร้อมกันนี้ ฝ่ายสิงคโปร์ยินดีสนับสนุนไทยเข้าร่วมเป็นสมาชิกความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA) เพื่อหนุนเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลของไทย และเพิ่มโอกาสการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีและนวัตกรรมในการส่งเสริมผู้ประกอบการ และการอำนวยความสะดวกด้านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ของไทยกับประเทศสมาชิก DEPA ได้แก่ สิงคโปร์ ชิลี นิวซีแลนด์ และเกาหลีใต้ และประเทศสมาชิกใหม่ในอนาคต

พร้อมกันนี้ สิงคโปร์ชื่นชมบทบาทเชิงรุกของไทยในการพัฒนาตลาดการซื้อขายคาร์บอนเครดิต โดยเฉพาะการลงนามข้อตกลงภาคสมัครใจว่าด้วยการถ่ายโอนผลการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกระหว่างกันภายใต้ความตกลงปารีส เมื่อเดือนสิงหาคม 2568 ซึ่งจะเป็นกรอบสำคัญในการจัดทำกระบวนการซื้อขายคาร์บอนเครดิตระหว่างไทยกับสิงคโปร์ รวมถึงการกำหนดประเภทกิจกรรมที่ได้รับการรับรอง ทั้งนี้ สิงคโปร์มีแผนจะนำคณะนักธุรกิจเข้ามาเจรจาจับคู่ทางธุรกิจ เพื่อเร่งรัดให้เกิดโครงการแรกโดยเร็ว โดยทั้งสองฝ่ายเชื่อมั่นว่าจะช่วยยกระดับความร่วมมือด้านการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้บรรลุเป้าหมาย Net Zero ของไทยและสิงคโปร์ภายในปี 2593 ตลอดจนจะร่วมมือกันด้านพลังงานทางเลือกและความมั่นคงทางพลังงานในอาเซียน (ASEAN Power Grid)
ทั้งนี้ สิงคโปร์เป็นคู่ค้าลำดับ 3 ของไทยในอาเซียนและอันดับ 9 ในโลก ภาพรวมการค้าสองฝ่ายในปี 2568 มีมูลค่ารวม 19,658.73 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 10.75% ไทยส่งออก 12,045.65 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 16.21% ขณะที่การนำเข้าจากสิงคโปร์ มูลค่า 7,613.08 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 3.08% สินค้าสำคัญที่ไทยส่งออก ได้แก่ อัญมณีและเครื่องประดับ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ น้ำมันสำเร็จรูป สินค้าอุตสาหกรรมอื่น ๆ และแผงวงจรไฟฟ้า ขณะที่สินค้านำเข้าจากสิงคโปร์ ได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องเพชรพลอย อัญมณี เงินแท่งและทองคำ เคมีภัณฑ์ พืชและผลิตภัณฑ์จากพืช และแผงวงจรไฟฟ้าเป็นต้น.






