สว.สำรอง ไล่บี้ ดีเอสไอ เร่งคดีฮั้ว สว. หลักฐานชัดผิดอั้งยี่-ฟอกเงิน

แกนนำกลุ่ม สว. สำรอง พร้อมคณะ เข้ายื่นหนังสือ ดีเอสไอ เร่งรัดเอาผิดผู้เกี่ยวข้องคดีพิเศษฮั้ว สว. “อั้งยี่-ฟอกเงิน” พร้อมยืนยันออกมาเคลื่อนไหวโดยไม่หวังตำแหน่ง
วันนี้ (28 ม.ค.) เวลา 10.00 น. ณ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กลุ่มสมาชิกวุฒิสภาสำรอง นำโดย พล.ต.ท.คำรบ ปัญญาแก้ว พร้อมคณะ เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อ พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีดีเอสไอ เพื่อเรียกร้องให้เร่งรัดการดำเนินคดีอาญา กรณีการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภาโดยมิชอบ ซึ่งเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่ส่งผลกระทบต่อระบบการเมืองและหลักนิติรัฐของประเทศไทย โดยมี นายนทีธร มีชัย รองผู้อำนวยการกองบริหารคดีพิเศษ และ นายสมเกียรติ เพชรประดับ ผู้อำนวยการส่วนพิจารณาสำนวนร้องทุกข์ เป็นผู้รับเรื่องแทน
พล.ต.ท.คำรบ กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 21 ม.ค.ที่ผ่านมา ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยกรณี 92 สว. ยื่นฟ้อง นายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม และ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อดีต รมว.ยุติธรรม ว่ามีการแทรกแซงคดีพิเศษที่ 24/2568 (คดีอั้งยี่-ฟอกเงินฮั้ว สว.) ซึ่งผลการวินิจฉัยชี้ชัดว่าทั้งสองท่านมิได้กระทำผิดจริยธรรมและไม่ได้แทรกแซงกระบวนการยุติธรรม อีกทั้ง ศาลยังยืนยันว่าการดำเนินการของดีเอสไอและคณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) เป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมายทุกประการ
พล.ต.ท.คำรบ กล่าวอีกว่า เมื่อศาลให้ความเป็นธรรมและยืนยันว่ากระบวนการสอบสวนเป็นไปตามหลักนิติรัฐแล้ว ดีเอสไอจึงไม่มีเหตุให้ต้องลังเลใจอีกต่อไป ต้องเร่งดำเนินการกับขบวนการนี้อย่างถึงที่สุด โดยปัจจุบันพบสภาพปัญหาการประสานงานระหว่าง ดีเอสไอ และ กกต. ในลักษณะต่างฝ่ายต่างรอข้อมูลกัน จนทำให้คดีล่าช้า ทั้งที่ 2 เรื่องมีความเกี่ยวพันกันอย่างแยกไม่ออก โดยล่าสุดทราบว่าทางพนักงานอัยการได้ตีคืนสำนวนคดีฟอกเงินที่มีผู้ต้องหา 8 รายก่อนหน้านี้ เพื่อให้ดีเอสไอสอบสวนเพิ่มเติม โดยเฉพาะการแจ้งข้อหา “อั้งยี่” ซึ่งเป็นข้อหาหลัก และให้รวบรวมพยานหลักฐานเส้นทางการเงินที่คาดว่าจะมีผู้เกี่ยวข้องมากกว่า 8 คน
ทั้งนี้ กลุ่ม สว.สำรอง ได้ออกแถลงการณ์ 4 ข้อสำคัญ ประกอบด้วย
1) ให้ กกต. เร่งวินิจฉัยคดีคัดค้านการเลือก สว. ที่ไม่สุจริตอย่างโปร่งใส ไม่ล่าช้า
2) ให้ดีเอสไอเร่งรัดคดีอาญาที่ 24/2568 โดยเฉพาะฐานความผิดอั้งยี่และฟอกเงิน
3) ขอเรียกร้องให้ สว. ที่มีชื่อเกี่ยวข้อง 138 คน ลาออก เพื่อแสดงความรับผิดชอบทางการเมืองและจริยธรรม หลังข้อเท็จจริงปรากฏต่อสาธารณะว่ามีส่วนได้เสียจากกระบวนการที่ไม่ชอบธรรม
และ 4) จากคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ มีเหตุอันควรสงสัยว่าการกระทำของสมาชิกวุฒิสภา 92 คนที่เป็นผู้ร้อง อาจอยู่บนพื้นฐานของความไม่ซื่อสัตย์สุจริต และเป็นการใช้กลไกรัฐธรรมนูญเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ อันอาจเข้าข่ายการแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ของฝ่ายบริหาร
พล.ต.ท.คำรบ เผยต่อว่า ได้ตั้งข้อสังเกตถึงความล่าช้าของ กกต. โดยเฉพาะสำนวนชุดที่ 26 ที่ส่งไปตั้งแต่ 17 ก.ย. 2568 ซึ่งล่วงเลยกรอบเวลา 90 วันมานานแล้วแต่ยังไม่มีความคืบหน้า ล่าสุดทางกลุ่มฯ ได้ยื่นฟ้อง กกต. ชุดเก่า 8 ราย ต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ในความผิดตาม ม.157 แล้ว ซึ่งศาลอยู่ระหว่างสั่งให้ กกต. ชี้แจงข้อเท็จจริงเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม กลุ่ม สว. สำรองไม่ได้เคลื่อนไหวเพื่อหวังตำแหน่ง แต่เพื่อแก้ไขความบิดเบี้ยวของบ้านเมือง คดีนี้จะจบลงเงียบๆ ไม่ได้ ต้องมีการตรวจสอบให้ถึงที่สุด เพื่อกู้คืนความเชื่อมั่นของประชาชน.






