WEF 2026 : เขียนล่วงหน้า? กติกาโลก!!!

(‘ทีมไทยแลนด์’ กำลังวางบทบาทรัฐไทย? รักษาความชอบธรรมและเสถียรภาพของประเทศ!)

ในโลกที่กติกาเศรษฐกิจไม่ได้เกิดขึ้นพร้อมการบังคับใช้ แต่ถูกส่งสัญญาณล่วงหน้าผ่านเวทีของ “ผู้นำโลก!”…การประชุม World Economic Forum (WEF) จึงไม่ใช่เพียงพื้นที่แสดงจุดยืนเชิงนโยบาย หากคือสนามที่รัฐต่าง ๆ ใช้ “อ่านเกม” และ “วางตำแหน่งประเทศ” ก่อนที่กติกานั้นจะย้อนกลับมากำหนดชะตาทางเศรษฐกิจและการเมืองของตนเอง
โลกในปัจจุบัน! “กติกาเศรษฐกิจ”…อาจไม่ได้เกิดขึ้นพร้อมการบังคับใช้ทันที! แต่จะถูก “ส่งสัญญาณล่วงหน้า” ผ่านเวทีของผู้นำโลก
การประชุม World Economic Forum (WEF) ประจำปี 2026 ณ เมืองดาวอส สมาพันธรัฐสวิส 19–23 มกราคม 2569 จึงไม่ได้เป็นแค่เวที…แสดงนโยบายของแต่ละประเทศ หากเป็น พื้นที่ที่รัฐต่าง ๆ ใช้ “จับทิศทาง” ว่า…
โลกกำลังจะเดินไปทางไหน? ใครได้เปรียบหรือเสียเปรียบ? และตลาดโลกคาดหวังอะไรจากรัฐบาล?
ก่อนที่กติกาเหล่านั้น จะกลายเป็น “แรงกดดันจริง!” ต่อเศรษฐกิจ การเมือง และความน่าเชื่อถือของรัฐในแต่ละประเทศ!
การเข้าร่วมประชุม WEF ของ “ทีมไทยแลนด์” ภายใต้การนำของ ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง จึงไม่ได้เป็นเพียง “ภารกิจเชิงภาพลักษณ์” หากมันคือ…ความพยายามของรัฐไทยในการ “อ่านเกมล่วงหน้า” และ “วางตำแหน่งประเทศ”
ท่ามกลางโลกที่การแข่งขันไม่ได้วัดกันแค่…ต้นทุน หรือค่าแรงราคาถูก แต่ได้ขยับไปสู่การแข่งขันด้านกติกา เทคโนโลยี และความยั่งยืนเชิงโครงสร้าง
ตลอดช่วง 2 วันแรก (20-21 มกราคม) ของการประชุมฯ ฝ่ายไทย ได้เน้น เปิดบทสนทนากับ…องค์กรเศรษฐกิจโลก อย่าง IMF, World Bank และ OECD เพื่อสะท้อน…ความพร้อมด้านเสถียรภาพการคลัง การพัฒนาอย่างยั่งยืน
รวมถึง เชื่อมโยงบทบาทของไทย กับการเป็น “เจ้าภาพ” การประชุม IMF–World Bank Annual Meetings ในเดือนตุลาคม 2569
แต่ความคืบหน้าในวันที่ 22 มกราคม ได้สะท้อนการขยับจากการ “วางกรอบนโยบาย” ไปสู่การ “ลงรายละเอียดเชิงยุทธศาสตร์” อย่างชัดเจนมากขึ้น!!!
หนึ่งในพัฒนาการสำคัญ คือ การขยายความร่วมมือระดับ “ทวิภาคี” โดยเฉพาะ การหารืออย่างเป็นทางการกับ “รมว.คลัง” แห่งเขตบริหารพิเศษฮ่องกง ซึ่งไม่เพียงแลกเปลี่ยนมุมมอง ต่อ แนวโน้มเศรษฐกิจโลก และการชะลอตัวของการค้า
แต่ยัง “เจาะลึก!” ถึงการปรับตัวของภาคการเงิน ต่อเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) การกำกับดูแลระบบการเงินยุคใหม่ และบทบาทตลาดทุนในโลกดิจิทัล
ความเคลื่อนไหวนี้ สะท้อนว่า…ไทยกำลังมองการเงินไม่ใช่เพียงกลไกเสริมเศรษฐกิจ แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานของความสามารถในการแข่งขันระยะยาว
ในวันเดียวกัน การทำงานแบบ “ทีมไทยแลนด์” ยังปรากฏชัด! ผ่านการเคลื่อนไหวของ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ ซึ่งได้หารือ “ทวิภาคี” กับฝ่าย สมาพันธรัฐสวิส เพื่อ “เปิดทาง” เพิ่มปริมาณการค้าและการลงทุนระหว่างกัน
ภาพดังกล่าวตอกย้ำว่า…การเข้าร่วม WEF ครั้งนี้ ไม่ได้เป็นการทำงานแยกส่วนของแต่ละกระทรวง! หากเป็นการประสานบทบาทด้านการคลัง การค้า และการลงทุน เข้าด้วยกัน…ภายใต้ยุทธศาสตร์เดียว!!!
ขณะเดียวกัน ความสัมพันธ์กับภาคเอกชนโลก โดยเฉพาะ กลุ่มเทคโนโลยีขนาดใหญ่ ก็เริ่มมีความชัดเจนในเชิงผลลัพธ์มากขึ้น???
จากเดิมที่เป็น…การพบปะเชิงเชิญชวนทั่วไป แต่ในวันที่ 22 มกราคม ได้มีการ ตอกย้ำตัวเลขและรายละเอียดเชิงโครงสร้างที่สะท้อนความสนใจลงทุนระยะยาวในประเทศไทยอย่างเป็นรูปธรรม!
การแสดงความสนใจของ TikTok ในการขยายการลงทุนมูลค่าสูงถึง 2.7 แสนล้านบาท เพื่อสนับสนุน SMEs และเศรษฐกิจแพลตฟอร์ม
รวมถึง การหารือเชิงลึกกับ Amazon Web Services ในประเด็นการพัฒนากำลังคนด้าน Data Center และ Cloud Engineering
ล้วนสะท้อนว่า…การลงทุนยุคใหม่! ไม่ได้มองเพียงสิทธิประโยชน์ภาษี หรือค่าแรง หากให้ความสำคัญกับคุณภาพแรงงาน ระบบนิเวศ และเสถียรภาพนโยบายของรัฐ
อีกมิติหนึ่งที่มีนัยสำคัญ นั่นคือ…บทบาทของ ดร.เอกนิติ ในเวทีเสวนาอาเซียน ซึ่งได้เสนอ กรอบคิดว่าด้วย “3 การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่” ของโลก ได้แก่…ภูมิรัฐศาสตร์ เทคโนโลยี AI และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
พร้อมกันนั้น รองนายกฯฝ่ายเศรษฐกิจของไทย ยังได้ชูแนวคิดให้อาเซียน เป็น “เขตความเป็นกลางเชิงยุทธศาสตร์” หรือ Neutral Zone ที่ไม่ตกเป็น “สนามแข่งขัน” ของบรรดาชาติมหาอำนาจ
แต่กำหนดให้เป็น “พื้นที่ที่กติกาเศรษฐกิจใหม่” สามารถทำงานได้อย่างมีเสถียรภาพ!!??
ข้อเสนอนี้…ได้สะท้อนความพยายามของไทย ในการขยับบทบาทจาก “ผู้ตามกติกา” ไปสู่ “ประเทศที่มีส่วนร่วมกำหนดทิศทางเชิงภูมิภาค”
ภาพรวมของความคืบหน้าในวันที่ 22 มกราคม จึงทำให้การเข้าร่วม WEF 2569 ของไทย แตกต่างจากช่วงวันแรก ๆ อย่างชัดเจน
จากการ “เปิดตัว” และ “พบปะ” ผู้นำองค์กรโลก ไปสู่…การลงรายละเอียดดีลธุรกิจ การขยายความร่วมมือเชิงลึก และการแสดงจุดยืนเชิงยุทธศาสตร์บนเวทีสากล
ความเคลื่อนไหวเหล่านี้ ไม่ได้มีนัยเฉพาะด้านเศรษฐกิจ แต่หากยังเชื่อมโยงโดยตรง กับ…เสถียรภาพการคลังและความเชื่อมั่นของนักลงทุนในระยะยาว
ในบริบทการเมืองภายในประเทศ…ที่อยู่ในห้วงการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง ประเด็นจาก WEF จึงไม่ใช่เรื่องไกลตัว???
ความสามารถของรัฐไทย…ในการบริหารเศรษฐกิจ ภายใต้กติกาโลกใหม่ จะถูกประเมิน ทั้งจาก…ตลาดทุนโลกและจากประชาชนในประเทศเอง
รัฐที่ “ขาดทิศทาง!” ต่อ AI สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจดิจิทัล ย่อมเผชิญ แรงกดดัน! ต่อเสถียรภาพการคลังและความชอบธรรมทางการเมือง ในเวลาเดียวกัน
WEF อาจไม่ใช่เวทีที่เปลี่ยนประเทศไทยได้ในทันที! แต่จะเป็นเวทีที่ได้คำถามล่วงหน้าต่อรัฐไทย ในทำนอง…
จะสามารถรักษาความเชื่อถือในสายตาโลกได้หรือไม่?
จะบริหารกติกาโลกที่ซับซ้อนขึ้นอย่างไร?
และจะทำให้การเติบโตทางเศรษฐกิจเดินไปพร้อมกับความยุติธรรมและความยืดหยุ่นของสังคมได้เพียงใด?
คำถามเหล่านี้ ไม่ใช่เรื่องของต่างประเทศ??? หากแต่เป็น…โจทย์ของความชอบธรรมของรัฐไทยในระยะเวลาอันใกล้นี้ อย่างยากจะหลีกเลี่ยงได้…มากกว่า!!!.






