เป็นมากกว่าแบงก์! ธอส. หลักประกัน ‘การมีบ้าน’ ของคนไทย

ธอส. กำลังขยับบทบาทจากธนาคารเฉพาะกิจ สู่การเป็น “มากกว่าแบงก์” และหลักประกันการมีบ้านของคนไทย ผ่านการยกระดับองค์กรด้วยเทคโนโลยี ดาต้า และดิจิทัล ภายใต้กรอบ 5 เสาหลักยุทธศาสตร์ เพื่อสร้างภาพจำใหม่ให้กับลูกค้าและสังคมไทยว่า ธอส. คือเพื่อนคู่คิดเรื่องบ้านที่อยู่เคียงข้างตั้งแต่วันแรกจนถึงความมั่นคงระยะยาว

ก้าวใหม่ของ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ภายใต้การนำของ “ดร.มหัทธนะ อัมพรพิสิฏฐ์” กรรมการผู้จัดการคนใหม่ ลำดับที่ 15 ไม่ได้เป็นเพียงการเปลี่ยนผ่านเชิงผู้บริหาร แต่คือ การปรับบทบาทองค์กรครั้งสำคัญ จากสถาบันการเงินเฉพาะกิจ สู่การเป็น “หลักประกันการมีบ้านอย่างยั่งยืนของคนไทย”

วิสัยทัศน์ดังกล่าวถูกถ่ายทอดผ่านแนวคิด “Beyond Housing Bank : มากกว่าการปล่อยกู้คือเพื่อนคู่คิดเรื่องบ้าน” สะท้อนความตั้งใจของ ธอส. ในการสร้าง “ภาพจำใหม่” ต่อทั้งลูกค้าและสังคมไทย ว่า บทบาทของธนาคารไม่ได้หยุดอยู่แค่วันอนุมัติสินเชื่อ แต่ต้องอยู่เคียงข้างตั้งแต่วันแรกของการวางแผนมีบ้าน ดูแลในวันที่ครัวเรือนยังเปราะบาง และเติบโตไปพร้อมกันอย่างมั่นคงในระยะยาว ภายใต้การเปลี่ยนผ่านสู่ G H BANK NEXT : Intelligent Sustainable Housing Companion

แนวคิด “ธอส.เป็นมากกว่าแบงก์!” จึงไม่ใช่เพียงถ้อยคำเชิงสื่อสาร แต่คือความพยายามในการ นิยามบทบาทใหม่ขององค์กร ให้ชัดเจนในความรับรู้ของสังคม นั่นคือ…การเป็น หลักประกันการมีบ้านของคนไทย ในความหมายที่ครอบคลุมทั้ง…การเข้าถึงแหล่งเงินทุนอย่างเป็นธรรม การลดต้นทุนชีวิตของครัวเรือน การดูแลลูกค้าในช่วงเวลาวิกฤต และการรักษาเสถียรภาพของระบบที่อยู่อาศัยและระบบการเงินควบคู่กันไป


“ภาพจำใหม่” นี้ ตั้งอยู่บนรากฐานที่แข็งแรงจากผลการดำเนินงานของ ธอส. ในปี 2568 ซึ่งสามารถ ปล่อยสินเชื่อใหม่ได้ 247,241 ล้านบาท จำนวน 232,058 ราย สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ 4.52% โดยกว่า 50% เป็นสินเชื่อเพื่อผู้มีรายได้น้อยและปานกลาง วงเงินไม่เกิน 3 ล้านบาท จำนวน 128,573 ราย สะท้อนบทบาทเชิงสังคมที่ชัดเจนและต่อเนื่องขณะเดียวกัน

ณ สิ้นไตรมาส 4/2568 ธอส. มีสินเชื่อคงค้างรวม 1.89 ล้านล้านบาท สินทรัพย์รวมกว่า 2.0 ล้านล้านบาท เงินฝากรวม 1.76 ล้านล้านบาท โดยมี หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) อยู่ที่ 4.98% พร้อมการตั้งสำรองถึง 155,163 ล้านบาท หรือคิดเป็น 164.92% ของ NPL และ มีอัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (BIS Ratio) ที่ 15.70% สูงกว่ามาตรฐานขั้นต่ำของธนาคารแห่งประเทศไทยอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนความมั่นคงขององค์กรในช่วงเปลี่ยนผ่าน

สำหรับ ปี 2569 ท่ามกลางบริบทเศรษฐกิจที่ยังเปราะบาง ทั้งภาระหนี้ครัวเรือนระดับสูง ทิศทางดอกเบี้ยขาลง และตลาดที่อยู่อาศัยที่ยังต้องการการประคับประคอง ธอส. ยังคงยืนหยัดทำหน้าที่เป็น กลไกหลักของภาครัฐ ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจผ่านภาคอสังหาริมทรัพย์ เพื่อให้พันธกิจ “ทำให้คนไทยมีบ้าน” เกิดขึ้นได้จริงอย่างยั่งยืน

หัวใจของการขับเคลื่อนองค์กรอยู่ที่ 5 เสาหลักยุทธศาสตร์ (5 Strategic Pillars) ซึ่งทำหน้าที่เป็นกรอบการทำงานและกรอบการ สร้างภาพจำใหม่ของ ธอส. ได้แก่…

Immediate-to-Home เร่งลดขั้นตอนและความซับซ้อนในการขอสินเชื่อให้ลูกค้าเข้าถึงบ้านได้เร็วและง่ายขึ้น

Smart Growth เติบโตอย่างมีคุณภาพภายใต้การบริหารสินทรัพย์และความเสี่ยงอย่างรอบคอบ

Customer Obsession เข้าใจลูกค้าเชิงลึกด้วย Big Data และ AI เพื่อพัฒนาบริการที่ตรงความต้องการ

Digital Transformation ยกระดับกระบวนการทำงานด้วย โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล Automation

และ AI และ People First เสริมความแข็งแรงจากภายในองค์กร เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้ลูกค้า

เมื่อทั้ง 5 เสาหลักถูกขับเคลื่อนร่วมกัน ธอส. จึงไม่ได้ทำหน้าที่เพียง “ปล่อยสินเชื่อบ้าน” แต่กำลัง “ยกระดับ” บทบาท สู่การเป็น...เพื่อนคู่คิดเรื่องบ้านของคนไทย และเป็น….หลักประกันความมั่นคงของระบบที่อยู่อาศัย อย่างแท้จริง!

ดร.มหัทธนะ ระบุว่า…เป้าหมายปี 2569 คือ การปล่อยสินเชื่อใหม่เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ 242,989 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนการมีบ้านของประชาชน ควบคู่กับการ ตอกย้ำบทบาทของ ธอส. ในฐานะ “ธนาคารที่ดีที่สุดสำหรับการมีบ้านอย่างยั่งยืน” ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม.

Login

Welcome! Login in to your account

Remember me Lost your password?

Lost Password