น้ำลด…การเมืองผุด!!!

(เกมยุบสภาฯ หลังน้ำลด : ศึกชิงความได้เปรียบระหว่าง รัฐบาลภูมิใจไทย–เพื่อไทย–ประชาชน)
การเมืองก็ขยับแรง หลังน้ำลดไม่ทันสุด! นับเป็นเกมชี้ชะตาของ “รัฐบาลอนุทิน” จะชืงยุบสภาฯ หรือเผชิญศึกซักฟอก ฝ่ายค้าน “แดง – ส้ม” เอง กำลังชั่งน้ำหนักโอกาสและความเสี่ยง! การตัดสินใจของนายกฯอนุทิน กลายเป็น “เดิมพัน” ทางอำนาจ ที่จะชี้ว่า…พรรคใด? จะก้าวขึ้นเป็นผู้ได้เปรียบในศึกใหญ่หลังเหตุอุทกภัยรอบนี้
ภายหลังสถานการณ์ “น้ำท่วมภาคใต้” เริ่มคลี่คลาย? แผนฟื้นฟูเร่งด่วน! ของ “รัฐบาลอนุทิน” ต่างถูกจับตามองในทางการเมือง….อย่างขมึงเกลียว!!!
ไม่เพียงเพราะ…ประชาชนต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน? หากแต่เพราะกรอบเวลา 2 สัปดาห์ที่ “รัฐบาลอนุทิน” ได้ประกาศเอาไว้ในเรื่อง…“แผนฟื้นฟู – บิ๊กคลีนนิ่ง” หลังวิกฤตน้ำท่วมภาคใต้ในครั้งนี้…
ดันไป “ทับซ้อน” กับกำหนดเปิดสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎร และ “เส้นตาย!” สำคัญ…ที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ระบุว่า…
“12 ธันวาคม” คือ วันที่ทุกฝ่ายต้องรอฟังท่าทีทางการเมืองของรัฐบาลฯว่าจะ “ยุบสภาฯ” หรือไม่???
วิกฤตน้ำท่วมครั้งนี้ จึงกลายเป็นบริบทที่ผลักให้ประเด็น “ยุบสภา–ซักฟอก” ขึ้นมาอยู่กลางเวทีทางการเมืองในทันที!!!
รัฐบาลต้อง “เร่งฟื้นฟู” พื้นที่เพื่อประคองภาพลักษณ์ ขณะเดียวกัน ก็ต้อง ประเมินผลกระทบ? หากต้อง “เผชิญศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ” ซึ่งพรรครัฐบาลเอง ยอมรับว่า…มีเสียงไม่พอจะรับมือ หากฝ่ายค้านเดินหน้าตามแผนเดิม
นั่นทำให้…การยุบสภาฯ! กลายเป็นทางเลือกที่ถูกพูดถึงต่อเนื่อง ตั้งแต่ช่วงที่น้ำยังไม่ลดด้วยซ้ำไป…
อย่างไรก็ดี การตัดสินใจยุบสภาฯ ทันทีหลังน้ำท่วม ยังเป็นประเด็นเสี่ยง??? เพราะอาจถูก “ตีความ” ว่า…เป็นการตัดตอนการตรวจสอบ ท่ามกลางภาวะที่ประชาชนกำลังเดือดร้อน
จึงเกิดกระแสวิจารณ์ว่า…รัฐบาลควรรอให้การฟื้นฟูเป็นรูปธรรมก่อน เพราะไม่เช่นนั้น จะยิ่ง “บั่นทอน!” ความเชื่อมั่นของประชาชน โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้
ฝ่ายค้าน…อย่าง พรรคเพื่อไทย ถือโอกาสนี้ เตรียมญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจในประเด็นน้ำท่วม พ่วงด้วยประเด็นอื่นๆ นั่นคือ…การบริหารราชการ และการโยกย้ายข้าราชการ
แต่ก็ต้องเผชิญภาวะ “ซับซ้อน” นั่นเพราะ…พรรคประชาชน ซึ่งร่วมเป็นฝ่ายค้านเหมือนกัน เคยเจรจาและขอให้พรรคเพื่อไทย…ชะลอการยื่นญัตติออกไปก่อน เพื่อรอการลงมติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระ 3 ในช่วงปลายเดือนธันวาคม
การตัดสินใจดังกล่าว ทำให้ พรรคเพื่อไทย ต้องชั่งน้ำหนัก ระหว่าง…ผลทางการเมือง กับภาพลักษณ์ของพรรคฯ???
เนื่องจาก การเดินหน้า…ยื่นขอ “ซักฟอก” ทันที! ในช่วงที่ประชาชนชาวใต้…ยังคงเดือดร้อน! ก็อาจจะ “ถูกตีความ” ใน “ทางลบ!” ได้เช่นกัน
ขณะเดียวกัน พรรคเพื่อไทย เอง ก็มีประเด็นที่ “คู่แข่งการเมือง” สามารถหยิบยกเอาไปโจมตีได้ โดยเฉพาะ “นโยบายเก่าๆ” อาทิ โครงการแจกเงิน 10,000 บาท ดิจิทัล และโครงการเอ็นเตอร์เทนเม้นท์คอมเพล็กซ์ รวมถึง อีกหลายๆ โครงการ/มาตรการ ที่ไม่ประสบความสำเร็จตามที่คาดหวัง
ปมเหล่านี้…อาจถูกตั้งคำถามแรงๆ ได้ นี่ยังไม่นับรวมถึง กรณี “คลิปเสียงหลุด” ของ อดีตนายกฯแพทองธาร ชินวัตร ที่ทุกฝ่ายเชื่อว่า…จะเป็น “จุดอ่อน” ให้ฝ่ายตรงข้าม ได้ใช้เป็นประเด็นโจมตีในช่วงการรณรงค์หาเสียงฯ อย่างไม่ต้องสงสัย???
ในขณะที่ 2 พรรคใหญ่ “น้ำเงิน – แดง” กำลังประเมินความเสี่ยง แก๊งสีส้ม! พรรคประชาชน…กลับอยู่ในตำแหน่งที่ ได้เปรียบเชิงยุทธศาสตร์! โดยที่ไม่ต้อง รับภาระจากการบริหารประเทศ และไม่ถูกผูกพันกับ “ข้อครหา” นโยบายเดิม เหมือนพรรคการเมืองคู่แข่ง
ทำให้พรรคสีส้ม…สามารถตั้งคำถามต่อรัฐบาลได้อย่างเต็มที่!!!
พร้อมทั้ง “รักษา” ภาพลักษณ์ฝ่ายค้าน แบบ “มือสะอาด” ที่ไม่มีประวัติทุจริต! หรือมีผลงานให้ต้องถูกวิจารณ์หนักในอดีต
การ “ส่งไม้ต่อ” ของ ส.ส.เขตสำคัญๆ รวมถึงการ “ปรับตัว” ของผู้สมัครใหม่ ยิ่งทำให้พรรคประชาชน ได้รับความสนใจจาก “ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง” กลุ่มกลาง และคนรุ่นใหม่ ซึ่งกำลังมองหา “ทางเลือกใหม่” ทางการเมือง มากขึ้น!!??
ด้วยองค์ประกอบทั้งหมดนี้ เกมยุบสภา! หลัง “น้ำลด” จึงไม่ใช่เพียงข้อถกเถียงเชิงกติกา หากแต่เป็น “จุดชี้ชะตา” ของทั้ง 3 พรรคการเมืองใหญ่…ในสนามเดียวกัน
รัฐบาลอนุทิน และพรรคภูมิใจไทย อาจเสี่ยง! ต่อการเสียพื้นที่ทางภาคใต้ หากฟื้นฟูได้ไม่ทัน! กับปัญหาเดือดร้อนของชาวบ้าน ความผิดพลาดนี้…จะกลายเป็นประเด็นโจมตี ระหว่างการหาเสียงทันที
ฝ่าย พรรคเพื่อไทย แม้ได้โอกาสกลับมาสวมบท “ตรวจสอบ” การทำงานของรัฐบาล แต่ต้องระวังไม่ให้ประเด็นเชิงลบ! ในอดีต…ย้อนกลับมาทำร้ายตัวเอง
ส่วน พรรคประชาชน กลับมีพื้นที่ให้เติบโตจากความพลาด! ที่เกิดขึ้นกับพรรคแกนนำรัฐบาล และพรรคเพื่อไทย กระทั่ง สามารถขยับขึ้นเป็น “ผู้เล่นสำคัญ” ในสมรภูมิเลือกตั้งรอบใหม่…
ท้ายที่สุด! ไม่ว่า…รัฐบาล โดย นายกฯอนุทิน จะเลือกยุบสภาฯ! หรือรอเผชิญหน้ากับ “ศึกซักฟอก” ผลลัพธ์…ก็จะนำไปสู่การจัดวาง “สมการการเมืองใหม่” ที่ต่างออกไปจากเดิมอย่างแน่นอน!!!
และในบริบทที่ “น้ำลด! แต่ “ตอการเมือง!” กลับเริ่มผุดขึ้นมาให้เห็น” นั้น เชื่อว่า…อุณหภูมิการเมืองของไทย จะยังเข้มข้นและทวีองศาเดือด! เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
การแข่งขันของ 3 พรรคใหญ่นี้…จะเป็นตัวกำหนดทิศทางการเมืองไทย หลังปีใหม่ 2569 นี้อย่างมีนัยสำคัญเช่นกัน!!!.






