• อังคาร 22 กันยายน 2569 เวลา 06:25 น.

สนค.รับ! ดัชนีราคาผู้ผลิตของไทย ต.ค68 หดตัวจากราคาสินค้าเกษตร/ปิโตรเลียม

BREAKING NEWS ECONOMY

“ผอ.สนค.” ยอมรับ! ดัชนีราคาผู้ผลิตของไทย ช่วง ต.ค. 2568 หดตัวเล็กน้อยจากราคาสินค้าเกษตร และกลุ่มปิโตรเลียม แต่มั่นใจ มาตรการรัฐ “คนละครึ่งและอื่นๆ” ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจช่วงปลายปี ส่วนแนวโน้มปี 2569 คาดยังคงหดตัวต่อเนื่อง

นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (ผอ.สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้ผลิตของไทย เดือนตุลาคม 2568 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปี 2567 ภาพรวมหดตัวจากราคาสินค้าในหมวดผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร เนื่องจากอุปทานส่วนเกินในประเทศสูงตามปริมาณผลผลิตที่ออกมาก และหมวดผลิตภัณฑ์จากเหมือง ราคาปิโตรเลียมมีทิศทางเคลื่อนไหวตามอุปสงค์ของตลาดโลกที่ชะลอตัว ในขณะที่ ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ขยายตัวจากราคาทองคำที่สูงขึ้นตามตลาดโลก โดยมีรายละเอียด ดังนี้

ดัชนีราคาผู้ผลิต เดือนตุลาคม 2568 เท่ากับ 109.3 เมื่อเทียบกับเดือนตุลาคม 2567 ลดลงร้อยละ 1.4 (YoY) เป็นผลจากการลดลงของราคาสินค้า หมวดผลิตภัณฑ์เกษตรกรรมและการประมง ลดลงร้อยละ 13.9 จากสินค้าสำคัญ ผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร ประกอบด้วย ข้าวเปลือกเจ้า ข้าวเปลือกเหนียว จากราคาส่งออกในปีนี้หดตัวตามการแข่งขันในตลาดโลกที่สูง ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ จากราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ประเภทอื่นในปีนี้ปรับตัวลดลง หัวมันสำปะหลังสด จากการส่งออกไปยังประเทศคู่ค้าสำคัญซึ่งมีความต้องการที่ลดลงในอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่อง ยางพารา เนื่องจากความต้องการของตลาดปลายทางชะลอตัว สุกรมีชีวิต และโคมีชีวิต จากความต้องการบริโภคที่ลดลงตามภาวะเศรษฐกิจ ส่งผลให้ราคาหน้าฟาร์มลดลง

สำหรับ สินค้าที่ราคาปรับสูงขึ้น ประกอบด้วย สัตว์น้ำจากการประมง (ปลากะพง ปลาทู ปลาหมึกกล้วย) จากความต้องการบริโภคในปีนี้ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย หมวดผลิตภัณฑ์จากเหมือง ลดลงร้อยละ 7.0 จากการลดลงของราคาสินค้าสำคัญ ได้แก่ น้ำมันปิโตรเลียมดิบ และก๊าซธรรมชาติ ซึ่งราคาเคลื่อนไหวในทิศทางเดียวกับตลาดโลก ขณะที่มีการเพิ่มขึ้นของผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ที่ได้จากการทำเหมือง (หินก่อสร้าง) จากต้นทุนที่เพิ่มขึ้นของผู้ประกอบการ และ หมวดผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.5 จากการเพิ่มขึ้นของราคาสินค้าสำคัญ ประกอบด้วย กลุ่มผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมอื่น ๆ ได้แก่ ทองคำ และเครื่องประดับ (เครื่องประดับเงิน เครื่องประดับพลอย) จากอุปสงค์ของตลาดโลกที่ยังนิยมการถือครองทรัพย์สินปลอดภัย

กลุ่มยานยนต์์ชิ้นส่วนและอุปกรณ์ ได้แก่ รถยนต์ส่วนบุคคลและรถบรรทุกขนาดเล็ก จากต้นทุนที่เพิ่มขึ้นของผู้ประกอบการ กลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ทำจากแร่อโลหะ  ได้แก่ อิฐก่อสร้าง ปูนซีเมนต์ ผลิตภัณฑ์คอนกรีตที่ใช้ในงานก่อสร้าง จากอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้นในประเทศจากการซ่อมแซมสิ่งปลูกสร้าง รวมทั้งต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้น กลุ่มไม้และผลิตภัณฑ์จากไม้ ได้แก่ ไม้ปาร์ติเคิล ผลิตภัณฑ์ไม้ (บานหน้าต่าง วงกบหน้าต่าง) จากต้นทุนวัตถุดิบสูงขึ้นของไม้นำเข้าจากต่างประเทศ

ขณะที่มี การลดลงของราคาสินค้าสำคัญ ประกอบด้วย กลุ่มผลิตภัณฑ์อาหาร ได้แก่ เนื้อสุกร ข้าวสารเจ้า มันเส้น น้ำตาลทราย มีราคาลดลงตามอุปสงค์ที่ชะลอตัวประกอบกับการแข่งขันกันสูงในตลาดโลก กลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการกลั่นปิโตรเลียม ได้แก่ น้ำมันดีเซล น้ำมันเครื่องบิน น้ำมันเตา น้ำมันก๊าด ก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) ยางมะตอย น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 91 น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 และน้ำมันหล่อลื่น เนื่องจากเคลื่อนไหวตามทิศทางราคาตลาดโลก กลุ่มเคมีภัณฑ์และผลิตภัณฑ์เคมี ได้แก่ เม็ดพลาสติกและพลาสติกขั้นต้น จากต้นทุนวัตถุดิบปิโตรเคมีที่ลดลง กลุ่มผลิตภัณฑ์ยางและพลาสติก ได้แก่ ยางแผ่นรมควัน ยางแท่ง และน้ำยางข้น จากการลดลงของอุปสงค์ของตลาดในภาคอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่อง

แนวโน้มดัชนีราคาผู้ผลิตเดือนพฤศจิกายน ปี 2568 มีแนวโน้มหดตัวเล็กน้อย โดยมีปัจจัยสำคัญ จาก 1) สินค้าราคาถูกจากต่างประเทศที่เข้ามากดดันราคาสินค้าของผู้ผลิตในประเทศ 2) การชะลอตัวทางเศรษฐกิจของตลาดปลายทางสำคัญ กดดันราคาสินค้าผู้ผลิตในภาคการส่งออก

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยสนับสนุนที่อาจจะส่งผลให้ดัชนีราคาผู้ผลิตปรับตัวสูงขึ้น ได้แก่ การฟื้นตัวของอุปสงค์ทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ ประกอบกับมาตรการของภาครัฐ เช่น มาตรการคนละครึ่งพลัส หรือมาตรการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณช่วงปลายปี อาจช่วยหนุนราคาสินค้าผู้ผลิตให้ปรับตัวดีขึ้น ทั้งนี้ จะต้องมีการติดตามและประเมินสถานการณ์ภาคการผลิตอย่างใกล้ชิด

นายนันทพงษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การที่ดัชนีราคาผู้ผลิตเดือนตุลาคม 2568 ในภาพรวมปรับตัวลดลงเกิดจากปัจจัยสำคัญ ได้แก่ อุปทานของผลผลิตทางการเกษตรส่วนเกินที่สูงทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ ราคาพลังงานที่ปรับตัวลดลงตามราคาตลาดโลก และกำลังซื้อภายในประเทศที่อ่อนแอจากภาวะหนี้ครัวเรือนที่ยังคงอยู่ในระดับสูง ส่งผลให้ผู้ผลิตไม่สามารถปรับราคาสินค้าได้ ทั้งนี้ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐด้านต่าง ๆ จะเป็นการเพิ่มกำลังซื้อของภาคประชาชน ในช่วงเทศกาลท้ายปี.