กรมพัฒนาธุรกิจฯกระชับความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ PERNAS – ขับเคลื่อนธุรกิจแฟรนไชส์ ‘ไทย–มาเลย์’ สู่หุ้นการค้า ‘Win-Win’

กรมพัฒนาธุรกิจการค้าใช้กรอบความร่วมมือ JTC ไทย-มาเลเซีย หารือ PERNAS “รัฐวิสาหกิจมาเลเซีย” สร้างความเข้มแข็งธุรกิจแฟรนไชส์ทั้ง 2 ชาติ ชู! มาตรการเชิงยุทธศาสตร์ 3 ด้าน “พัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ – แลกเปลี่ยนข้อมูลตลาด – เชื่อมโยงผู้ประกอบการและนักลงทุน” ขับเคลื่อนธุรกิจแฟรนไชส์ สู่ “หุ้นส่วนทางการค้า” ทวิภาคี มุ่งสร้างความสำเร็จร่วมกัน

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ตนได้เข้าพบและหารือกับ Datuk Mohamed Rozhan Bin Mohd Ghazalli, Independent Non-Executive Chairman และ Mr. Datuk Nor Azam Bin M. Taib ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) Perbadanan Nasional Berhad (PERNAS) ซึ่งเป็นหน่วยงานเฉพาะด้านการสนับสนุนและส่งเสริมธุรกิจแฟรนไชส์เต็มรูปแบบ ณ สำนักงานใหญ่ PERNAS กรุงกัวลาลัมเปอร์ สหพันธรัฐมาเลเซีย เพื่อกระชับความร่วมมือด้านธุรกิจแฟรนไชส์ระหว่างไทยและมาเลเซีย ภายใต้กรอบความร่วมมือคณะกรรมการร่วมด้านการค้าไทย – มาเลเซีย (JTC)

เบื้องต้นทั้ง 2 ฝ่ายเห็นพ้องร่วมกันในการผลักดันและขับเคลื่อนธุรกิจแฟรนไชส์ไทย-มาเลเซีย สู่การเป็นหุ้นส่วนทางการค้าแบบทวิภาคีที่สร้างความสำเร็จไปพร้อมๆ กันแบบ win-win โดยร่วมกัน กำหนดแนวทางความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Partnership) 3 ด้าน ในการพัฒนาผู้ประกอบการและธุรกิจแฟรนไชส์ทั้ง 2 ประเทศ ได้แก่ 1) Capacity Building – พัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการและบุคลากรด้านแฟรนไชส์ 2) Data Sharing – แลกเปลี่ยนข้อมูลด้านการตลาดและแนวโน้มธุรกิจแฟรนไชส์ 3) Business Matching – เชื่อมโยงผู้ประกอบการและนักลงทุนของ 2 ประเทศ เพื่อให้เกิดการค้าการลงทุนระหว่างกัน

โดย กรมพัฒนาธุรกิจการค้า และ PERNAS จะร่วมกันตั้งคณะทำงานเพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ 3 ด้านให้เห็นผลเป็นรูปธรรมอย่างชัดเจน ซึ่งจะช่วยสร้างโอกาสด้านอาชีพ การจ้างงาน และการลงทุนทางธุรกิจของประชากร/นักลงทุนทั้งไทยและมาเลเซียในระยะยาว

ทั้งนี้ PERNAS ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 2512 เป็น องค์กรหลักในการพัฒนาธุรกิจแฟรนไชส์มาเลเซีย มีบทบาทสนับสนุนทั้งด้านเงินทุน การฝึกอบรม และการส่งเสริมการตลาด เพื่อยกระดับมาตรฐานธุรกิจแฟรนไชส์มาเลเซียให้เติบโตอย่างยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องกับพันธกิจของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าในการส่งเสริมแฟรนไชส์ไทยสู่มาตรฐานสากล

อธิบดีฯอรมน กล่าวอีกว่า นอกจากภารกิจเข้าร่วมหารือกับ PERNAS แล้ว ระหว่างวันที่ 21 – 23 ส.ค.ที่ผ่านมา ได้นำผู้ประกอบการแฟรนไชส์ 10 แบรนด์ ที่อยู่ในการส่งเสริมสนับสนุนของกรมฯ เข้าร่วมแสดงและจำหน่ายไลเซนท์แฟรนไชส์ ภายใต้ Thai Pavilion ในงาน Franchise Expo Malaysia 2025 (FEM 2025) ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประกอบด้วย ธุรกิจอาหาร 6 แบรนด์ ได้แก่ 1.1) ZENFRY (เฟรนซ์ฟรายถั่วเขียว) 1.2) de Tummour (อาหารไทย) 1.3) MOOMGAPAO (ข้าวผัดกระเพรา) 1.4) ชิกกี้ ชิก  (ไก่ป๊อป ไก่ทอด ทานเล่น) 1.5) เฮง ปัง ปั๊ว หวานเย็นสูตรเยาวราช (ขนมหวานเย็น) 1.6) ไผ่ทองไอศครีม (ไอศครีมกะทิ) ธุรกิจเครื่องดื่ม 2 แบรนด์ ได้แก่ 2.1) Colla Tea Thailand (ชานมไข่มุกผสมคอลลาเจน) และ 2.2) Fresh Me (ชานม ชาผลไม้) ธุรกิจการศึกษา 1 แบรนด์ ได้แก่ Math Talent By Dr. Ying (สถาบันสอนคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ โคดดิ้ง) และ ธุรกิจบริการ 1 แบรนด์ ได้แก่ Otteri wash & dry (ร้านสะดวกซัก)

หลังเสร็จสิ้นการจัดงานฯ กรมฯ ได้สรุปผลการจัดงานอย่างเป็นทางการ ดังนี้ 1) มีการเจรจาธุรกิจ 98 คู่ 2) ตลอดการจัดงานทั้ง 3 วัน คาดว่าจะสามารถปิดดีลการเจรจาธุรกิจได้ในระยะเวลาอันใกล้นี้ประมาณ 130 ล้านบาท และคาดว่าภายใน1 ปี จะไม่ต่ำกว่า 200 ล้านบาท 3) ประเภทธุรกิจที่ได้รับความสนใจสูงสุด ได้แก่ ร้านสะดวกซัก อาหาร และการศึกษา ตามลำดับ

นอกจากนี้ สิ่งสำคัญอีกประการหนึ่งที่ผู้ประกอบการแฟรนไชส์ไทยได้รับ คือ ประสบการณ์ในการร่วมออกงานแสดงสินค้าในต่างประเทศ ได้แสดงศักยภาพต่อสายตานักลงทุนต่างชาติ ได้เรียนรู้เทคนิคการเจรจาธุรกิจระดับสากล เห็นเทคนิคการนำเสนอธุรกิจของผู้ประกอบการแฟรนไชส์จากชาติต่างๆ และนำมาปรับปรุงเทคนิคการนำเสนอธุรกิจของผู้ประกอบการไทยให้มีความน่าสนใจมากขึ้น นำมาซึ่งความได้เปรียบคู่แข่งจากประเทศอื่นๆ ส่งผลต่อการยอมรับและพร้อมร่วมเป็นพันธมิตรทางการค้าในอนาคต ซึ่งเป็นความท้าทายที่ผู้ประกอบการไทยได้รับจากหน้างานโดยตรง และเป็นก้าวสำคัญในการขยายตลาดสู่ภูมิภาคอาเซียน ซึ่งเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูงและมีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจทั้งในระดับประเทศและภูมิภาค

ทั้งนี้ กรมพัฒนาธุรกิจการค้าพร้อมเดินหน้าสนับสนุนผู้ประกอบการแฟรนไชส์ไทยให้มีความเข้มแข็ง มีศักยภาพขยายธุรกิจสู่ตลาดต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยกรมฯ จะนำผู้ประกอบการแฟรนไชส์ไทยที่อยู่ภายใต้การส่งเสริมสนับสนุนร่วมงานแสดงสินค้าแฟรนไชส์และงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่องทั้งในและต่างประเทศ และจะดำเนินการควบคู่ไปกับการเสริมสร้างองค์ความรู้ที่จำเป็นต่อการประกอบธุรกิจแฟรนไชส์ทั้งแฟรนไชส์ซอร์และแฟรนไชส์ซี เพื่อให้เกิดการสมดุลในธุรกิจแฟรนไชส์ไทย

ปีงบประมาณ 2569 กรมฯ จะเน้นสร้างองค์ความรู้ในการเจรจาธุรกิจกับนักลงทุนชาวต่างชาติเพิ่มมากขึ้น รวมถึง เชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจแฟรนไชส์ไทยที่ประสบความสำเร็จในการขยายธุรกิจไปต่างประเทศแล้วกับผู้ประกอบการแฟรนไชส์ไทยที่ต้องการขยายธุรกิจไปต่างประเทศให้ใกล้ชิดมากขึ้นในลักษณะพี่เลี้ยงและพี่เกื้อกูลน้อง ซึ่งจะช่วยให้ผู้ประกอบการไทยที่ต้องการขยายธุรกิจไปต่างประเทศมีทิศทางการดำเนินงานที่ชัดเจนและมีความมั่นใจมากขึ้น เป็นการยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการไทยสู่เวทีการค้าโลกอย่างเต็มภาคภูมิ” อธิบดีฯอรมน กล่าวทิ้งท้าย

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กองส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ โทร 0 2547 5953, Call Center 1570 และ www.dbd.go.th.

Login

Welcome! Login in to your account

Remember me Lost your password?

Lost Password