SME D Bank ประกาศแผนปี’68 เดินหน้าหนุนเอสเอ็มอีไทย ยกระดับสู่ธุรกิจยุคใหม่

SME D Bank ประกาศเดินหน้าสนับสนุนเอสเอ็มอีไทยยกระดับสู่ธุรกิจยุคใหม่ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และสอดคล้องอุตสาหกรรมเป้าหมายประเทศ สร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ดีต่อเศรษฐกิจและดีต่อโลก เตรียมพร้อมเสิร์ฟสินเชื่อพิเศษ 30,000 ลบ. คู่พัฒนาครบวงจรพาเปลี่ยนผ่านอย่างราบรื่น

ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank จัดกิจกรรมถ่ายทอดนโยบายการสนับสนุนเอสเอ็มอีไทยในปี 2568 ให้แก่ผู้บริหารและพนักงานทั้งองค์กรกว่า 2,000 คน โดยได้รับเกียรติจากนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และนายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง มากล่าวปาฐกถาพิเศษถึงนโยบายการส่งเสริมและสนับสนุนเอสเอ็มอีจากรัฐบาล โดยมีผู้บริหาร และพนักงาน SME D Bank ให้การต้อนรับและรับมอบนโยบายณ ห้องรอยัล จูบิลี่ บอลรูม อิมแพ็ค เมืองทองธานี เมื่อวันที่ 15 ม.ค. 2568

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า ปัจจุบัน ภาคอุตสาหกรรมไทย และเอสเอ็มอีไทย กำลังเผชิญความเสี่ยงและความผันผวนจากสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น ทั้งภายในและภายนอกประเทศ รวมถึง ภาวะโลกรวน กระทรวงอุตสาหกรรม จึงมุ่งขับเคลื่อนให้ภาคอุตสาหกรรมก้าวสู่อุตสาหกรรมสีเขียว รวมถึง ส่งเสริมและเชื่อมโยงเอสเอ็มอีใน Supply Chain ก้าวสู่ธุรกิจสีเขียว ซึ่งจะเป็นแนวทางที่ดีต่อธุรกิจ และดีต่อโลก นำไปสู่ความยั่งยืน ซึ่งมีแนวทางสำคัญ ได้แก่ 1.การขับเคลื่อนส่งเสริมอุตสาหกรรมมุ่งสู่กลุ่มยานยนต์ไฟฟ้า (EV) พร้อมสนับสนุนให้ใช้พลังงานสะอาด อีกทั้ง ส่งเสริมการใช้นวัตกรรมเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต เพื่อให้ภาคอุตสาหกรรมดำเนินธุรกิจให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม 2. เตรียมความพร้อมสู่ตลาดยุคใหม่ให้กับภาคอุตสาหกรรมและเอสเอ็มอี เพื่อให้สามารถปรับตัวรองรับการกีดกันทางการค้า รวมถึงกฎหมาย และกฎระเบียบเกี่ยวกับการจัดการภาวะโลกร้อน พร้อมสนับสนุนการทำ Carbon Footprint of Product และ Carbon Footprint of Organization นอกจากนี้ ยังส่งเสริมบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และ 3. สนับสนุนเอสเอ็มอีเข้าถึงแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำ เพื่อยกระดับธุรกิจเพื่อความยั่งยืน ผ่านการให้สินเชื่อยกระดับปรับเปลี่ยนสู่อุตสาหกรรมสีเขียว

นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ด้วยสถานการณ์เศรษฐกิจที่กำลังอยู่ในช่วงฟื้นตัว ขณะเดียวกันปัญหา “หนี้” ในระบบเศรษฐกิจไทยที่ยังอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง โดยเฉพาะหนี้ครัวเรือน เป็นตัวฉุดให้การฟื้นตัวของเศรษฐกิจให้เป็นไปได้อย่างล่าช้า รวมถึง ปัญหาด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ ส่งผลต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่ใช้บริการทางการเงินด้วย ปัจจัยเหล่านี้ ล้วนมีส่วนให้เอสเอ็มอีเข้าถึงแหล่งทุนในระบบได้ยาก SME D Bank สถาบันการเงินของรัฐ จึงมีบทบาทสำคัญที่ต้องเข้ามารับภาระเคียงข้างช่วยเหลือเอสเอ็มอี ด้วยการสร้างมิติใหม่ในการทำงานที่ต้อง “เข้าใจ” ยึดตัวผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเป็นศูนย์กลาง เข้าใจถึงสถานการณ์ และปัจจัยแวดล้อม เพื่อจะตอบสนองความต้องการได้อย่างถูกต้อง รวมถึง “เข้าถึง” พัฒนาเทคโนโลยีทางการเงิน ช่วยให้เข้าถึงบริการทางการเงินได้สะดวกและทันสมัย และ “พัฒนา” สนับสนุนเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน ปรับตัวทางธุรกิจให้อยู่รอดและยืนหยัดเดินหน้าต่อไปได้ เมื่อเอสเอ็มอีเข้มแข็ง จะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศตามไปด้วย

นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ SME D Bank กล่าวว่า ธนาคารพร้อมขานรับนโยบายรัฐบาล โดยกระทรวงอุตสาหกรรมและกระทรวงการคลัง ที่ต้องการสนับสนุนให้เอสเอ็มอีเติบโตอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน โดยในปี 2568 นี้ SME D Bank ยังคงยึดมั่นนโยบายหลักของการเป็นธนาคารเพื่อเอสเอ็มอีไทยที่พร้อมจะสนับสนุน “ด้านการเงิน” ผ่านผลิตภัณฑ์สินเชื่อวงเงินกู้สูงสุด 50 ล้านบาทต่อราย ควบคู่กับ “ด้านการพัฒนา” โดยสิ่งที่เพิ่มเติม คือ ลงลึกในรายละเอียดของบริการทั้ง 2 ด้าน ที่ต้องการจะสนับสนุนเอสเอ็มอีให้ยกระดับปรับเปลี่ยนธุรกิจ มีศักยภาพเพิ่มขึ้น พร้อมก้าวสู่ธุรกิจยุคใหม่ ที่สอดคล้องแนวโน้มเทรนด์ธุรกิจของโลกในปัจจุบันและอนาคต ดังนั้น ผลิตภัณฑ์สินเชื่อหรือบริการพัฒนาจะมุ่งตอบโจทย์ให้ธุรกิจเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึง มุ่งสนับสนุนธุรกิจในกลุ่มเป้าหมายของประเทศ เช่น ธุรกิจท่องเที่ยวและเกี่ยวเนื่อง ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม ธุรกิจเกษตรแปรรูป ธุรกิจยานยนต์ และยานยนต์ไฟฟ้า ธุรกิจการแพทย์และสุขภาพ เป็นต้น

ทั้งนี้ เพื่อจะสนับสนุนให้เอสเอ็มอี สามารถปรับตัวเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจยุคใหม่ได้อย่างราบรื่น ธนาคารจัดเตรียมบริการด้านเงินทุนและด้านการพัฒนาไว้พร้อมแล้ว สำหรับด้านการเงิน ผ่านโครงการสินเชื่อตามนโยบายรัฐ (Public Service Account : PSA) วงเงินรวม 30,000 ล้านบาท ครอบคลุมทุกกลุ่มธุรกิจเอสเอ็มอี รวมถึง สอดคล้องกับการสนับสนุนอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ โดยมีจุดเด่นอัตราดอกเบี้ยพิเศษเพียง 3%ต่อปี คงที่ตลอด 3 ปีแรก ผ่อนชำระนานสูงสุด 10 ปี ปลอดชำระหนี้เงินต้นสูงสุด 12 เดือน ได้แก่

1.สินเชื่อ “SME Green Productivity” สำหรับสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ต้องการติดตั้งระบบอุปกรณ์ ปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิต เครื่องจักร อุปกรณ์ เพื่อใช้พลังงานสะอาด และมุ่งสู่อุตสาหกรรมสีเขียว เช่น ติดตั้งแผงโซล่าเซลล์ในอุตสาหกรรมผลิตหรือบริการสีเขียว โรงงาน ร้านอาหาร โรงแรม เพื่อช่วยลดต้นทุนพลังงานในระยะยาว หรือมีกระบวนการผลิตหรือเทคโนโลยีเชื่อมโยงไปสู่อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) วงเงินกู้สูงสุด 10 ล้านบาท 2.สินเชื่อ “ปลุกพลัง SME” สำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีรายเล็กที่มีรายได้ต่อปีไม่เกิน 2 ล้านบาท นำไปใช้ลงทุน ขยาย ปรับปรุงกิจการ หรือปรับเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินธุรกิจ รวมถึง หมุนเวียน และเสริมสภาพคล่องในธุรกิจ เช่น ร้านโชห่วย/ขายปลีก ร้านอาหาร ธุรกิจดิจิทัล/อิเล็กทรอนิกส์ ร้านขายยา และแฟรนไชส์รายย่อย เป็นต้น วงเงินกู้ต่อรายสูงสุด 1.5 ล้านบาท และ 3.สินเชื่อ “Beyond ติดปีก SME” สำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่มีรายได้ต่อปีมากกว่า 2 ล้านบาทขึ้นไป นำไปเสริมสภาพคล่อง ลงทุน ขยาย ปรับปรุงกิจการ ปรับเปลี่ยนทรัพย์สินหรือเครื่องจักร เพื่อเพิ่มศักยภาพการดำเนินธุรกิจ เช่น เกษตรแปรรูป อาหารเพื่อสุขภาพ โรงแรมที่พัก/ร้านอาหารขนาดใหญ่ ธุรกิจนำเข้าติดตั้งเครื่องจักร ธุรกิจบริการดิจิทัล/อิเล็กทรอนิกส์ แฟรนไชส์ เป็นต้น วงเงินกู้สูงสุด 15 ล้านบาท
ส่วนด้านการพัฒนา พร้อมให้บริการผ่านแพลตฟอร์ม DX by SME D Bank (dx.smebank.co.th) ซึ่งธนาคารเปิดให้บริการตั้งแต่ปี 2567 ที่ผ่านมา และมีการพัฒนามาต่อเนื่อง สามารถตอบโจทย์ยกระดับธุรกิจครบวงจร โดยปีนี้ (2568) จะต่อยอดการพัฒนาในหลักสูตรเชิงลึก ผ่านความร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตรมากกว่า 50 แห่งที่เข้ามาเชื่อมโยงการสนับสนุน ผู้ประกอบการสามารถใช้บริการได้สะดวกสบาย ตลอด 24 ชม. มีฟีเจอร์สำคัญๆ เช่น Business Health Check ระบบตรวจประเมินสุขภาพธุรกิจ , E-Learning รวบรวมหลักสูตรความรู้สำคัญ ช่วยเพิ่มศักยภาพการประกอบธุรกิจ , SME D Coach ที่ปรึกษาและให้คำแนะนำธุรกิจจากโค้ชมืออาชีพ และ Privilege สิทธิประโยชน์เพื่อยกระดับธุรกิจ เป็นต้น นอกจากนั้น ยังมีโครงการและกิจกรรมการพัฒนาที่ร่วมกับหน่วยงานพันธมิตรภาครัฐและเอกชนต่อเนื่องตลอดทั้งปี มุ่งเติมความรู้เชิงลึก และให้คำปรึกษา มอบเครื่องมือ เพื่อผลักดันให้สามารถยกระดับสู่อุตสาหกรรมสีเขียวอย่างแท้จริง รวมถึง เพิ่มรายได้ และขยายตลาด
นายพิชิต กล่าวเสริมว่า การสนับสนุนเอสเอ็มอีเข้าถึงแหล่งทุนที่มีสินเชื่อดอกเบี้ยพิเศษ และการพัฒนา จะมีส่วนสำคัญผลักดันให้เอสเอ็มอียกระดับเพิ่มศักยภาพ สร้างการเติบโตทางธุรกิจ เกิดการสร้างงาน สร้างอาชีพ ในทุกพื้นที่ ตั้งเป้าปีนี้ (2568) สนับสนุนเข้าถึงแหล่งทุนและยกระดับธุรกิจได้กว่า 14,000 กิจการ รักษาการจ้างงานได้ประมาณ 198,000 คน และสร้างเงินลงทุนหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจกว่า 160,000 ล้านบาท
สามารถแจ้งความประสงค์รับบริการได้ ณ สาขา SME D Bank ทั่วประเทศ หรือช่องทางออนไลน์ต่างๆ เช่น LINE Official Account : SME Development Bank และเว็บไซต์ www.smebank.co.th เป็นต้น สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม Call Center 1357.