จอม’กลยุทธ์ : ‘บิ๊กตู่’ ผู้ยึดวิถี ‘แข็งนอก-แข็งใน” บริหารชาติยาวนาน-เจริญ-มั่นคง!

คาแร็กเตอร์ “ปะฉะดะ” ที่ผสานกลยุทธ์ “ปกครอง-บริหารประเทศ” ในแบบ “แข็งทั้งนอกและใน” จนบ้านเมืองเป็นปึกแผ่น เจริญเติบโต มั่นคงแข็งแรง! ทำให้ “บิ๊กตู่” พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา แตกต่างอย่างโดดเด่นในมิติ “นักกลยุทธ์” ชั้นแนวหน้า เมื่อเทียบกับ “ผู้นำประเทศ” คนอื่นๆ ในประวัติศาสตร์การเมืองไทย   

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา หรือ “บิ๊กตู่” นายกรัฐมนตรีคนที่ 29 ของประเทศไทย…ปกครองประเทศมา 9 ปี ยาวนานเป็นอันดับที่ 3 ในประวัติศาสตร์การเมืองไทย เฉือน พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ คนที่ “บิ๊กตู่” เคารพรักและศรัทธาสุดๆ ไปราว 1 ปี

บุคลิกภาพของ “บิ๊กตู่” คนที่กำลังจะอำลาเก้าอี้ “นายกรัฐมนตรี” ทันทีที่ “เศรษฐา ทวีสิน” เสร็จสิ้นภารกิจ “ถวายสัตย์ปฏิญาณ” นั้น ถือว่า…โดดเด่น! เป็นที่รำคาญตาของใครหลายคน? แต่นั่น…ก็ไม่ทำให้ “ชายชาติทหาร” ในวัย 69 ปีคนนี้…สูญเสียความมั่นใจ แถมยังคงหยิ่งทนงและทรงศักดิ์ (ศรี) เกินใครจะเทียบทันได้

กับ…คาแรคเตอร์เฉพาะตัว! ฝีปากกล้า ท้าชน ก่นด่าออกอากาศ ไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหมใดๆ พร้อมปะฉะดะ ไม่สนและแคร์ความรู้สึกของใครทั้งนั้น

สื่อหรือฝ่ายค้าน แม้กระทั่ง กลุ่มต่อต้าน…ทำอะไรแทบไม่ได้

แม้ในบางครั้ง…“บิ๊กตู่” อาจถูกมองเป็น “ตัวตลก” ในเวทีโลก แต่เขาคนนี้…ก็มีดีพอที่จะบริหารและปกครองบ้านเมืองไทยให้พัฒนาได้ไกล จนชาวต่างชาติ ตั้งแต่ระดับ…ตัวแทนรัฐบาล จนถึงนักท่องเที่ยว ต่างตกใจและทึ่งอึ้งงง! ไปกับความก้าวโดดในการพัฒนาประเทศของไทยไม่ได้

โดยเฉพาะ ระบบโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ที่รัฐบาลของเขาได้ทุ่มทุนจำนวนมหาศาล เพื่อพัฒนาประเทศครั้งยิ่งใหญ่ในทุกระบบ ทั้งทางถนน ทางราง ทางทะเล และทางอากาศ รองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศในอนาคต

เส้นทางชีวิตนายทหารของ “บิ๊กตู่” ได้รับการส่งเสริมและสนับสนุนจาก “พี่ๆ ในกองทัพ” เสมือนถูกวางตัวให้เข้าถึงขั้วอำนาจที่แท้จริง! นับแต่วัยยังเพิ่งย่างสู่ “เลขห้าต้นๆ” กับตำแหน่ง “แม่ทัพภาคที่ 1” ครองยศ “พลโท” เมื่อปี 2549 ซึ่งเป็นปีที่ “บิ๊กบัง” พลเอก สนธิ บุญรัตกลิน ผบ.ทบ. ขณะนั้น ทำการยึดอำนาจจาก “รัฐบาลทักษิณ”

ก่อนการทำรัฐประหารครั้งล่าสุด เมื่อ 22 พ.ค.2557 นั้น “จตุพร พรหมพันธุ์” ยามที่สวมบทเป็น…แกนนำ นปช. นับเป็นคนแรกๆ ที่วิเคราะห์เส้นทางในอนาคตอันใกล้ของ พล.อ.ประยุทธ์ โดยเขาทำนายว่า…วันข้างหน้า “บิ๊กตู่” คนนี้…จะทำการยึดอำนาจ และสถาปนาตัวเองเป็น “องค์รัฏฐาธิปัตย์ และนั่งเก้าอี้ “นายกฯคนต่อไป”   

“จตุพร” ทำนายทายทักได้ถูกเผง!

ตลอดห้วงเวลาที่บริหารประเทศนั้น แน่นอนว่า…ไม่มีใครทำได้ดี 100% ยิ่งกับภาพที่ได้ปรากฏต่อสังคมไทยและสังคมโลก โดยเฉพาะ…พฤติกรรมที่ถูกมองว่า “ดิบ-เถื่อน” ไม่สมมารยาท “ผู้นำประเทศ” และแสดงออก “นิสัยกักขฬะ” กับนักข่าวประจำทำเนียบรัฐบาล อยู่บ่อยครั้ง…

เอาเข้าใจจริง! ลึกๆ แล้ว นักข่าวที่นั่น ก็ไม่ได้แค้นเคียงกับปฏิกิริยาของ นายกฯคนนี้ แต่อย่างใด? คงอาจมองเห็นเป็นนิสัยปกติ! ที่สำคัญ…เมื่อด่าจบแล้ว! ก็แล้วกันไป ไม่ได้เก็บอะไรมาคิดแค้นเคืองกันอีก

ก็ต้องยอมรับว่า…ตำแหน่งสูงสุดที่ “บิ๊กตู่” นั่งอยู่นี้ ขืนทำตัวโอนอ่อน มีหวังถูกบรรดาสื่อฯ ทั้งที่ทำหน้าที่อยู่ในภาคสนามข่าว หรือตามกองบัญชาการสื่อแหล่งต่างๆ คงต้องทำการ “จิ๊กหัว” เอาไปออกข่าวของแต่ละช่องสถานี ตามระดับความเป็น “บิ๊กสื่อ” นั้นๆ

แต่มันใช้ไม่ได้กับ…นายพลที่ชื่อ “บิ๊กตู่” อันมีบุคลิกภาพเฉพาะตน ซึ่งเป็นถือเป็น “จุดแข็ง” สำคัญ ในยามที่ต้องสวมบทบาทความเป็น…นายกรัฐบาล เป็น…หัวหน้ารัฐบาล และเป็น…ผู้นำประเทศ ที่จำต้องดำรง “คาแรคเตอร์” เยี่ยงนี้เอาไว้อย่างเข้มข้น!!!

อีกจุดแข็ง! ที่คนไทยและคนทั่วโลกปฏิเสธไม่ได้ ก็คือ…ตลอดเวลา 9 ปี ที่บริหารประเทศนั้น นับเป็นห้วงเวลาที่บ้านเมืองเกิดความสงบสุข แม้จะมีม็อบเล็กๆ ประปรายมาให้เห็นกันบ้าง แต่ไม่ถึงขั้น “ปิดบ้าน…ถล่มเมือง” รุนแรงเหมือนปี 2548-2549 ปี 2552-2553 และปี 2556-2557

ทำให้นักลงทุนต่างประเทศ ที่แม้ลึกๆ อาจจะยังไม่พอใจกับความเป็น “รัฐบาลทหาร” ทั้งๆ ที่ผ่านการเลือกตั้งเมื่อปี 2562 มาแล้วก็ตาม เกิดความรู้สึกเชื่อมั่นต่อประเทศไทย พร้อมติดต่อและพาเหรดเข้าลงทุนในไทยอย่างต่อเนื่อง

ยิ่งภายหลัง การสลายตัวของไวรัสโควิด-19 และการเปิดประเทศอย่างเป็นทางการ นับแต่กลางปี 2565 เป็นต้นมา ทั้งจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ และเงินตราต่างประเทศที่นำเข้ามาใช้จ่ายในประเทศไทย นั้น ถือว่า…มีส่วนสำคัญอย่างมากต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างที่สุด!

การตบเท้าเข้ามาท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวต่างชาติกว่า 10 ล้านคน ในปี 2565 และคาดว่าจะสูงถึงกว่า 20 ล้านคนในปีนี้ ส่วนหนึ่ง…ประเทศก็ต้องพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ให้ทันสมัยรองรับ “คลื่นมนุษย์นักท่องเที่ยว” จำนวนมหาศาลเหล่านี้ด้วย

กลยุทธ์บริหารประเทศแบบ “แข็งทั้งนอกและใน” นี้เอง ที่สร้างความแตกต่างอย่างโดดเด่นให้กับ “บิ๊กตู่” กระทั่ง สามารถนำพา “รัฐบาล คสช.” และ “รัฐบาลพลังประชารัฐ” อยู่รอดปลอดภัยมาตลอดเกือบ “ทศวรรษ”

ทำให้ “เมืองหลวงของไทย” อย่าง…กรุงเทพมหานคร กลายเป็น “เมืองหลวงด้านการท่องเที่ยว” ของทั้งอาเซียนและเอเชีย ไปในเวลาเดียวกัน

มี นักท่องเที่ยวต่างชาติมากมาย ทั้งจาก…ชาติตะวันตก อาหรับ เอเชีย และอาเซียน ฯลฯ ต่างตบเท้าเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย จน กรุงเทพมหานคร กลายเป็นเมืองที่มีจำนวนนักท่องเที่ยวมากเป็นอันดับที่ 1 ของโลก แซงหน้า…กรุงปารีสอขงฝรั่งเศส และกรุงลอนดอนของอังกฤษ

ส่วนหนึ่ง…เพราะมี “ผู้นำประเทศ” ชื่อ พลเอก ประยุทธ์ นั่นเอง

ก่อนถึง วันอำลาเก้าอี้นายกรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการ นั้น เป็น “บิ๊กตู่” ที่ได้โพสต์ข้อความลงบน เฟซบุ๊ก “ประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayut-Chan-o-cha” ของตัวเอง เมื่อวันที่ 26 ส.ค.ที่ผ่านมา สรุปความให้กระชับก็คือ…

ตลอดระยะเวลา 9 ปี ของการปฏิบัติหน้าที่นายกฯ ตัวเขาได้ทำงานเพื่อปกป้องแผ่นดินไทย ได้ใช้สติปัญญา ทุ่มเททุกศักยภาพและกำลังความสามารถ สานพลังจากทุกภาคส่วน เพื่อสร้างคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติและประชาชน รวมทั้งเชิดชูสถาบันอันเป็นที่รัก

อีกทั้งยังเดินหน้า พัฒนาประเทศได้อย่างก้าวกระโดด เจริญก้าวหน้าในหลายด้านทัดเทียมนานาอารยประเทศ และพร้อมยกระดับไปสู่ประเทศชั้นนำของโลก ในอนาคตอันใกล้นี้ และเป็นครั้งแรกที่ประเทศไทย มี “ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี” เป็นเข็มทิศนำทางในการพัฒนาประเทศในทุกมิติ ให้เกิดความต่อเนื่อง เป็นเป้าหมายให้ทุกภาคส่วนได้ทำงานร่วมกัน ขับเคลื่อนประเทศตามแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืนในทุกระดับ

มีการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานในด้านต่างๆ มากมาย รองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศในอนาคต ยกบทบาทของประเทศจากความโดดเด่นทางภูมิรัฐศาสตร์ ให้เป็นศูนย์กลางด้านโลจิสติกส์ ด้านการบิน ด้านการขนส่งสินค้า ด้านการท่องเที่ยว ฯลฯ

รัฐบาลของเขาได้เตรียมความพร้อมในเรื่อง “เศรษฐกิจดิจิทัล” และ “เศรษฐกิจแพลตฟอร์ม” โดยมีการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม ดิจิทัล และ 5G ที่โดดเด่นในภูมิภาค เป็นที่ดึงดูดการลงทุนบริษัทชั้นนำของโลกหลายราย ส่งเสริมบทบาทของไทยให้เป็นศูนย์กลางด้าน 5G – Data center – Cloud services ที่สำคัญในภูมิภาค  

มีการกำหนด 12 อุตสาหกรรมเป้าหมาย ซึ่งล้วนเป็นอุตสาหกรรมแห่งอนาคต รวมทั้งมี เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และ เขตส่งเสริมเศรษฐกิจเพื่อกิจการพิเศษ ทั้งด้านการแพทย์ ด้านนวัตกรรม ด้านดิจิทัล เป็นต้น ที่เป็น…แหล่งบ่มเพาะแรงงานทักษะสูง-แรงงานแห่งอนาคต รวมถึงเกษตรอัจฉริยะ เพื่อตอบสนองตลาดแรงงานในอนาคต และการพัฒนาประเทศในศตวรรษที่ 21

และอื่นๆ อีกมากมาย “ทีมข่าวยุทธศาสตร์” สาธยายได้ไม่จบไม่สิ้น!

แต่ที่โดนใจนักธุรกิจและนักลงทุนไทยมากติดอับดับต้นๆ ก็น่าจะเป็นการ รื้อฟื้นความสัมพันธ์อันดีกับรัฐบาลซาอุดิอาระเบีย เมื่อปี 65 เพราะสิ่งนี้…กำลังจะนำไปสู่ ลู่ทางลุงทุนในการสร้าง “ศูนย์กระจายน้ำมัน” ของอาเซียนและเอเชียตะวันออก ไปพร้อมๆ กับแผนการสร้าง “แลนด์บริดจ์” และ การพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ (Southern Economic Corridor : SEC) ที่น่าจะเริ่มได้กับ “รัฐบาลเศรษฐา 1” ในอนาคตอันใกล้นี้

ถึงบรรทัดนี้ เมื่อ “ทีมข่าวยุทธศาสตร์” มองด้วยใจเป็นกลางและตาที่เป็นธรรม ก็ต้องยอมรับและขอมอบตำแหน่ง “The Most Strategist” ให้กับ…ชายชาติทหาร ผู้มี “คาแรคเตอร์” ที่แตกต่างจากปุถุชนคนทั่วไป โดยเฉพาะในยามที่ต้อง รับบทหนัก! เป็นทั้ง… ผบ.ทบ.” “องค์รัฏฐาธิปัตย์ และ “นายกรัฐมนตรี” ที่ชื่อ “บิ๊กตู่ – พลเอง ประยุทธ์ จันทร์โอชา” คนนี้…ด้วยใจจริง!

ทีมข่าวยุทธศาสตร์

Login

Welcome! Login in to your account

Remember me Lost your password?

Lost Password