ยุทธศาสตร์แห่งโอกาส : ลุ้น! แจก 5.5 แสนล. – 55 ล.คนไทย วัย 16+ ผ่านระบบเงินดิจิทัลแห่งแรกของโลก

ขอเอาใจช่วยโครงการ “หนูลองยา” เพื่อให้ “ว่าที่นายกฯเศรษฐา” และ “รัฐบาลเพื่อไทย” ได้นำพาระบบเศรษฐกิจและการเงินของไทยเข้าสู่ประตูแห่ง “โอกาสหรือปัญหา” กับนโยบายแจกเงินดิจิทัล 1 หมื่นบาทแก่ 55 ล้านคนไทย…วัย 16 ปี+

หากนโยบาย แจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาทให้กับคนไทยวัย 16 ปี+ เกิดขึ้นกับ “รัฐบาล 8 พรรคเดิม” ฟากประชาธิปไตย นำโดย พรรคก้าวไกล ส่วนตัวผมยังเชื่อว่า…เจ้าของโปรเจ็กต์ พรรคเพื่อไทย…คงได้รับเสียงชื่นชมจากคนหนุ่มสาวและคนไทยทุกช่วงวัย

แต่เมื่อในอีกไม่กี่วันข้างหน้า…ประเทศไทยจะได้ “รัฐบาลข้ามขั้ว” ที่ถูกวลีการเมืองเปลี่ยนให้เป็น “รัฐบาลสลายขั้ว” และได้ นายกฯคนที่ 30 ชื่อ “เศรษฐา ทวีสิน” ที่ผสมพันธุ์กับพรรคการเมืองฝั่งตรงข้าม ที่บางพรรคเคยเป็น “ไม้เบื่อไม้เมา” กันมามากกว่า 20 ปี

อดคิดไม่ได้ว่า…ยุทธศาสตร์การเมือง ด้วยการ “แจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต” รอบนี้…จะได้รับเสียงชื่นชมหรือไม่?

อย่าลืมว่า…หลายคนในระดับรัฐมนตรีของรัฐบาลชุดก่อน มีแนวโน้มสูงจะกลับมาเป็นรัฐมนตรีของรัฐบาลชุดใหม่ แม้บางคนอาจไม่ได้กลับมานั่งเก้าอี้ตัวเดิม แต่การจะเดินหน้า “เอาผิด” ในข้อหาเก่าๆ ที่ฝ่ายค้านชุดเก่า ที่สลับมาเป็นรัฐบาลชุดใหม่ ร่วมกับคนที่ถูกกล่าวหา…ฉ้อฉลต่างๆ ยังจะเดินหน้าต่อไปหรือไม่?

หากพรรคเพื่อไทย…ที่ครั้งหนึ่งเคย “เอาเป็นเอาตาย” กับความผิดข้อหาฉกรรจ์กับ รัฐมนตรีบางคนในรัฐบาลชุดก่อน จะหยุดยั้งถึงขั้นเพิกเฉย กระทั่ง ยกเลิกการเกาะติดเพื่อเอาผิดกันไป เพียงเพราะ ข้อแลกเปลี่ยน…กับการเป็น “รัฐบาลร่วมกัน” ก็คงต้อง ฝากให้…ฝ่ายค้าน พรรคก้าวไกล ที่มีความชัดเจนในกระบวนตรวจสอบและเดินหน้าเอาผิดคนฉ้อฉล ช่วยรับ “ไม้ต่อ” จากพรรคที่หลงลืม แม้กระทั่ง คำสัญญาในระหว่างหาเสียงเลือกตั้ง ช่วยดำเนินการในเรื่องนี้ต่ออย่างเข้มข้นต่อไป!!!

กลับมาที่ นโยบาย “แจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต” ของพรรคเพื่อไทย ซึ่ง คุณเชษฐา “ว่าที่นายกฯคนที่ 30” เคยประกาศความพร้อมในการเดินหน้าโครงการนี้ ล่าสุด “โฆษกคณะกรรมการเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย” คุณเผ่าภูมิ โรจนสกุล รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย เพิ่งแถลงถึงความคืบหน้าของเรื่องนี้ โดยระบุว่า…

“ขณะนี้ พรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล จึงขอประกาศอย่างเป็นทางการ ในการเดินหน้านโยบายดิจิตอล wallet ของพรรคเพื่อไทย โดยประชาชนทุกคนอายุ 16 ปีขึ้นไป จะได้รับเงินดิจิทัลวงเงิน 10,000 บาทผ่านดิจิทัลวอลเล็ตที่ถูกสร้างขึ้นโดยรัฐบาลพรรคเพื่อไทย โดยมีระบบบล็อกเชน (Blockchain)ที่เอื้อต่อการระบบชำระเงินในรูปแบบใหม่”

ส่วนเงื่อนการรับเงิน คุณเผ่าภูมิ ระบุว่า…1. ต้องใช้ในรัศมี 4 กม. แต่สามารถปรับเปลี่ยนตามภูมิประเทศได้ ส่วนจะขยายรัศมีเป็นเท่าไร ขอเวลาในการศึกษาก่อน และ 2. ต้องใช้ในระยะเวลา 6 เดือน จะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่อย่างรวดเร็ว เหมาะสมกับสภาวการณ์ของประเทศ

ส่วนเรื่องที่ประชาชนไม่มีโทรศัพท์มือถือและแอปพลิเคชันที่เกี่ยวกับกับการรับและชำระเงินนั้น  “โฆษกคณะกรรมการเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย” ยืนยันว่า จะไม่มีปัญหา เพราะมารถใช้เพียงบัตรประชาชนใบเดียวและโค้ดส่วนตัวในการใช้จ่ายได้ในแต่ละครั้ง

สำหรับข้อกังวลเกี่ยวกับปัญหาเงินเฟ้อนั้น ทีมเศรษฐกิจของพรรคเพื่อไทย ได้ทำการบ้านและคำนวณในเรื่องผลกระทบของเงินเฟ้อมาเป็นอย่างดีและละเอียดถี่ถ้วนแล้ว ขอยืนยันว่า เงิน 10,000 บาทที่แจกผ่านดิจิทัลวอลเล็ตนั้น จะไม่ทำให้เกิดปัญหาเงินเฟ้ออย่างแน่นอน และจะไม่สร้างเงื่อนไขที่จะเป็นปัญหาในเรื่องความมั่นคงทางการเงินการคลัง เนื่องจากทีมเศรษฐกิจของพรรคเพื่อไทย ได้มีวิเคราะห์ผลในเชิงบวกเชิงลบมาอย่างดีแล้ว

“โครงการนี้จะเป็นการชุบชีวิตให้กับเศรษฐกิจ และสร้างระบบการรับเงินในระบบบล็อกเชน (Blockchain) ในโลกยุคใหม่ ซึ่งประเทศไทยจะเป็นประเทศแรกๆ ในโลกที่มีระบบการชำระเงินในระบบนี้ และในอนาคตยังมีการเปิดตลาดทุนสำหรับการเข้าถึงระบบดิจิทัลและ ตั้ง สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (กลต.) ดิจิทัล ขึ้นมาเพื่อดูแลตลาดของสินทรัพย์ดิจิทัลทั้งหมด” คุณเผ่าภูมิ ย้ำ

ส่วนตัว ผมชื่นชอบนโยบายนี้ของพรรคเพื่อไทย ไม่ใช่เพราะนี่คือ การ “ทรงสิทธิ์” ของการจัดตั้งรัฐบาลที่ต้องมากับหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบที่จะเดินหน้า Digital wallet เต็มรูปแบบ แต่เพราะผมเชื่อว่า…นโยบายนี้ มันอาจจะสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้กับ…ประเทศไทย สังคมไทย และคนไทย รวมถึงระบบเศรษฐกิจและธุรกิจการเงินของไทย ก้าวสู่การเปิดประเทศในยุคสังคมดิจิทัล ด้วยการนำระบบการชำรเะงินรูปแบบใหม่มาใช้ รวมถึงการที่ประเทศไทยยังจะเป็น “ต้นแบบ” ให้กับบางประเทศที่ยังล้าหลังกว่าเรา…ได้มาศึกษาเรียนรู้

แต่ความเป็น “เบอร์แรกของโลก” ก็ต้องแลกมาด้วยโอกาสและความเสี่ยงไปพร้อมๆ กัน

ผลสัมฤทธิ์ที่จะเกิดขึ้นตามเป็นอย่างไร? สร้างโอกาสหรือก่อปัญหาต่อระบบเศรษฐกิจและภาระหนี้สินของประเทศ เราต้องมาลุ้นกัน…

แต่ที่แน่ๆ คนไทยวัย 16ปี+ ที่ประเมินกันว่า…น่าจะมีราวๆ 55 ล้านคน และ “รัฐบาลเพื่อไทย” ต้องใช้เงินจำนวนนี้ มากถึงปีละ 5.5 แสนล้านบาท นั้น

ว่านายกฯเชษฐาและ ครม.ชุดใหม่ ก็น่าจะหาเงินมาโปะการใช้จ่ายในส่วนนี้ได้ นอกจากเงินงบประมาณแล้ว หากตัดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น และการป้องกันพฤติการณ์ “ทุจริตคอร์รัปชั่น” ของบรรดานักการเมืองและข้าราชประจำ ได้แล้ว เงินจำนวน 5.5 แสนล้านบาท ก็ไม่น่าจะหายากจนเกินไปนัก???

ขออย่างเดียว…อย่าลูบหน้าปะจมูก! หรือ หลิ่วตาข้างนึง! ให้กับคนในขบวนการฉ้อฉลเงินงบประมาณแผ่นดิน เท่านั้นเป็นพอ…

ผมและคนไทยอีกหลายคน ที่แม้จะไม่ชื่นชอบพฤติกรรม เปลี่ยนมาเปลี่ยนไป” ในทางการเมือง ของพรรคเพื่อไทย แต่ก็พร้อมจะ เปิดโอกาสให้รัฐบาลชุดใหม่ ภายใต้การนำของ คุณเชษฐา นำพาประเทศไทย คนไทย ระบบการเงิน และเศรษฐกิจของไทย รวมถึงปัญหาภาระหนี้สินของประเทศในอนาคต มาเป็น “หนูลองยา” กับโครงการที่พวกคุณคิดว่า…มันคืออนาคตและโอกาสของประเทศไทย

เพื่อบ้านเมืองอันเป็นที่รักยิ่งของพวกเรา…ขอเอาใจช่วยครับ!!!

สุเมธ จันสุตะ

email : schansuta@gmail.com

Login

Welcome! Login in to your account

Remember me Lost your password?

Lost Password