• อังคาร 3 พฤศจิกายน 2569 เวลา 05:24 น.

ครม.สัญจร! วัดกึ๋นการคลัง?

BREAKING NEWS STRATEGIES

(โจทย์ลงทุนอีสาน 7.8 หมื่นล้าน จัดลำดับงบ–ต่อทุนเอกชน–เพิ่มศักยภาพเศรษฐกิจ)

ข้อเสนอพัฒนา 5 จังหวัดอีสานตอนบนกว่า 7.8 หมื่นล้านบาท ทดสอบรัฐบาล…เลือกลงทุนท่ามกลางข้อจำกัดทางการคลัง เชื่อมเกษตร–การค้า–เงินทุนให้ขับเคลื่อนร่วมกัน วางฐานรายได้ระยะยาว พร้อมคิดภาระงบประมาณให้ครบตลอดอายุโครงการ

การประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ หรือ “ครม.สัญจร” ณ จังหวัดอุดรธานี ที่จะมีขึ้นในเช้าวันนี้ (3 พฤศจิกายน 2569) มี…โจทย์เศรษฐกิจสำคัญ รออยู่? เมื่อความต้องการพัฒนาของพื้นที่ต้องเข้าสู่กระบวนการคัดเลือกภายใต้ทรัพยากรของประเทศที่มีจำกัด

ข้อเสนอจากกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 ได้แก่ อุดรธานี หนองคาย เลย หนองบัวลำภู และบึงกาฬ รวม 170 โครงการ วงเงินประมาณ 78,461.58 ล้านบาท ครอบคลุม…เกษตรและอาหาร การค้าชายแดน การท่องเที่ยว และการปราบปรามยาเสพติด

ทั้งหมดยังเป็นเพียง…ข้อเสนอเพื่อให้รัฐบาลพิจารณา ก่อนทราบผลประชุมอย่างเป็นทางการ

หาก บททดสอบทางการเมือง อยู่ที่…ความเชื่อมั่นต่อผลงาน ฉะนั้น บททดสอบทางเศรษฐกิจการคลัง ก็ย่อมจะอยู่ที่…แล้วรัฐบาลเลือกใช้เงินอย่างไร? เพื่อให้การลงทุนวันนี้เพิ่มความสามารถสร้างรายได้ในวันข้างหน้า

คำตอบจึงต้องอาศัยทั้ง…การจัดลำดับความสำคัญ การเชื่อมโครงการ และการเลือกเครื่องมือทางการคลังให้เหมาะกับปัญหา

งบจำกัด เลือกให้คุ้ม :

การพิจารณา ข้อเสนอระดับหลายหมื่นล้านบาท ควรเริ่มจากคำถามที่ว่า…แต่ละโครงการแก้ข้อจำกัดทางเศรษฐกิจเรื่องใด? มีความพร้อมเพียงใด? และหากชะลอออกไปจะเสียโอกาสมากน้อยแค่ไหน?

โครงการขนาดเล็ก ที่ “แก้คอขวดสำคัญ” อาจสร้างประโยชน์ได้รวดเร็ว เช่น การปรับปรุงจุดเชื่อมขนส่งหรือระบบน้ำที่มีผู้ใช้รออยู่ ขณะที่ โครงการขนาดใหญ่บางประเภทต้องใช้เวลาเตรียมที่ดิน ออกแบบ ประเมินผลกระทบ และจัดหางบประมาณต่อเนื่อง

ดังนั้น รัฐบาลจึงควรแยกโครงการพร้อมดำเนินการ ออกจากโครงการที่ต้องเตรียมความพร้อม นอกจากนี้ ยังต้อง…เปิดเผยหลักเกณฑ์คัดเลือกให้พื้นที่เข้าใจร่วมกัน

ความคุ้มค่า…ต้องครอบคลุมทั้ง ผลตอบแทนทางเศรษฐกิจและประโยชน์สาธารณะ โครงการน้ำหรือบริการพื้นฐานในชุมชนรายได้น้อยอาจมีรายรับโดยตรงจำกัด แต่ช่วยลดความเสียหายและเพิ่มโอกาสประกอบอาชีพได้มาก

อย่างไรก็ตาม ทุกโครงการมีต้นทุนค่าเสียโอกาส เงินที่จัดสรรให้แห่งหนึ่งย่อมลดโอกาสใช้แก้ปัญหาอีกแห่งหนึ่ง

การเลือกลงทุน จึงต้องอธิบายได้ว่า…เหตุใดโครงการนั้นจึงสมควรได้รับงบก่อน?

เชื่อมโครงการ ให้เกิดแรงส่ง :

รัฐบาลวางกรอบการลงพื้นที่ครั้งนี้ ให้เชื่อม…การเกษตร การค้า การลงทุน และโลจิสติกส์ โดยมุ่งใช้ “ศักยภาพ” ของอีสานตอนบน เป็น “ประตู” เชื่อมเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน พร้อม “ยกระดับ” เกษตรเป็นอีกเครื่องยนต์ของประเทศ

ในเชิงยุทธศาสตร์ เป้าหมายดังกล่าว จะต้องแปลงเป็น…การลงทุนที่ทำงานต่อกัน ตั้งแต่…แหล่งผลิต ระบบน้ำ จุดรวบรวมสินค้า การแปรรูป มาตรฐานสินค้า การขนส่ง ไปจนถึง ตลาดปลายทาง

หากเพิ่มผลผลิต โดยไม่มีผู้ซื้อหรือระบบเก็บรักษารองรับ ความเสี่ยงอาจตกอยู่กับเกษตรกร หากสร้างศูนย์กระจายสินค้าโดยไม่มีปริมาณสินค้าพอ ต้นทุนดูแลอาคารก็อาจกลายเป็นภาระประจำ

รัฐบาลจึงควร พิจารณาข้อเสนอทั้ง 5 จังหวัดร่วมกัน ว่า…โครงการใดใช้ประโยชน์ข้ามพื้นที่ได้? โครงการใดควรแบ่งบทบาท? และโครงการใดเสี่ยงลงทุนซ้ำซ้อน?

การมี “เจ้าภาพ” คอยทำหน้าที่ประสานงานระหว่างกระทรวงและจังหวัดจึงสำคัญ เพราะ…ความสำเร็จของโครงการหนึ่งอาจขึ้นอยู่กับความพร้อมของอีกโครงการหนึ่ง หากต่างหน่วยงานต่างกำหนดเวลา การลงทุนที่ควรหนุนกันอาจกลับเปิดใช้งานคนละช่วงจนเสียโอกาส

ผ่านแดน ต้องเพิ่มมูลค่า :

การเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน ช่วย “เปิดโอกาส” ให้อีสานตอนบนสร้างรายได้จากการผลิต การแปรรูป คลังสินค้า การกระจายสินค้า และบริการทางธุรกิจ

โจทย์สำคัญ ก็คือ…แล้วจะเพิ่มมูลค่าที่เกิดขึ้นในพื้นที่ได้อย่างไร? เพราะมูลค่าสินค้าที่เดินทางผ่านชายแดนกับรายได้ที่ตกอยู่กับผู้ประกอบการท้องถิ่น

เหล่านี้ จึงเป็นตัวเลขที่ต้องติดตามแยกกัน!!??

ถนนและระบบราง จึงควรเดินคู่…การอำนวยความสะดวกทางการค้า ทั้งขั้นตอนตรวจปล่อยสินค้า การประสานเวลาทำงานของหน่วยงาน และการเข้าถึงข้อมูลของผู้ประกอบการรายเล็ก

ในเชิงการวิเคราะห์ การลดเวลารอและความไม่แน่นอน อาจช่วยให้ธุรกิจบริหารเงินทุนหมุนเวียนได้ดีขึ้น โดยเฉพาะ สินค้าเกษตรที่มีข้อจำกัดด้านอายุและคุณภาพ

การประเมินผล! จึงควรดูที่ ต้นทุนและเวลาขนส่ง จำนวนธุรกิจที่ใช้บริการ ตลอดจน การลงทุนต่อยอดในพื้นที่ เพื่อให้เห็นว่า…โครงข่ายใหม่ช่วยเพิ่มขีดความสามารถแข่งขันเพียงใด?

ใช้ทุนให้ตรงงาน :

ดังนั้น บทบาทกระทรวงการคลัง จะต้องครอบคลุมการออกแบบ “เครื่องมือ” ให้เหมาะกับกิจกรรมเศรษฐกิจแต่ละประเภท

งบประมาณเหมาะกับโครงสร้างพื้นฐานและบริการสาธารณะที่จำเป็น ส่วนกิจการที่มีรายได้รองรับอาจใช้สินเชื่อหรือเงินลงทุนเอกชน โดย…ภาครัฐช่วยแก้อุปสรรคที่ทำให้โครงการเดินหน้าได้ยาก

สำหรับ SMEs ที่มีคำสั่งซื้อและความสามารถชำระหนี้ แต่ขาดหลักประกัน กลไกค้ำประกันอาจช่วยเชื่อมธุรกิจกับแหล่งทุนได้ ขณะที่ กิจการซึ่งตลาดยังไม่ชัดหรือมีหนี้เกินกำลัง จำเป็นต้องประเมินและปรับแผนธุรกิจก่อนเพิ่มภาระกู้ยืม

สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ? จึงต้องมาพร้อมโอกาสสร้างรายได้และความสามารถชำระคืน ฉะนั้น การวัดผลควรติดตามว่า…ธุรกิจลงทุนต่อยอดได้หรือไม่? ผลิตภาพดีขึ้นเพียงใด? และรักษาการจ้างงานได้แค่ไหน?

หากรัฐบาลเลือกใช้มาตรการสินเชื่อ หรือค้ำประกันเพิ่มเติม ต้องเปิดเผยเงื่อนไข กลุ่มเป้าหมาย และภาระชดเชยของรัฐด้วย ทั้งหมดนี้เป็นโจทย์ออกแบบนโยบายที่ต้องรอดูรายละเอียดจากมติและหน่วยงานรับผิดชอบ

แรงส่งสั้น ฐานโตยาว :

การลงทุนภาครัฐ สร้าง กิจกรรมทางเศรษฐกิจ ได้ตั้งแต่…ช่วงก่อสร้าง ผ่านการจ้างงานและจัดซื้อวัสดุ ส่วน ผลระยะยาว จะเกิดขึ้นต่อเมื่อ…โครงการช่วยเพิ่มผลิตภาพ ลดต้นทุน หรือจูงใจให้ธุรกิจลงทุนตาม

รัฐบาลจึงควรประเมินผลทั้ง 2 ช่วงแยกกัน โครงการที่ใช้เงินเร็วอาจตอบโจทย์เร่งกิจกรรมเศรษฐกิจ แต่ความคุ้มค่าระยะยาวยังขึ้นอยู่กับการใช้งานจริง

ขณะเดียวกัน วงเงินโครงการทั้งหมดไม่สามารถนำไปเทียบเป็นแรงกระตุ้น GDP ในปีเดียวได้ทันที ต้องพิจารณาระยะเวลาดำเนินงาน การเบิกจ่าย และสัดส่วนการใช้สินค้าและบริการในประเทศประกอบ

หลักคิดสำหรับ “ครม.สัญจร” ครั้งนี้ จึงควรเป็น เร่งโครงการที่พร้อม พร้อมเตรียมโครงการที่จำเป็น โดย กำหนดเป้าหมาย ให้เหมาะกับ…ธรรมชาติของงานแต่ละประเภท

คิดภาระให้ครบ :

การอนุมัติก่อสร้างเป็น “จุดเริ่มต้น” ของภาระหลายรายการ ทั้ง…บุคลากร ค่าสาธารณูปโภค การซ่อมบำรุง และการปรับปรุงระบบในอนาคต

โครงการที่ขาดงบดำเนินงาน อาจใช้ประโยชน์ได้ต่ำกว่าที่ประเมินไว้ ส่วนมาตรการผ่านสถาบันการเงินของรัฐ ก็ต้องพิจารณาเงินชดเชยและความเสี่ยงที่ภาครัฐอาจต้องรับผิดชอบ

ก่อนตัดสินใจจึงควรมีคำตอบ ว่า…ใครเป็นเจ้าของโครงการ? ใครบริหาร? ใช้เงินจากแหล่งใด? และมีแผนรองรับหากผู้ใช้บริการหรือรายได้ต่ำกว่าคาดอย่างไร?

สำหรับ ประชาชนคนไทย สิ่งที่ควรได้รับจากการลงทุน นั่นก็คือ…โอกาสประกอบอาชีพ บริการที่ดีขึ้น และเศรษฐกิจที่สร้างรายได้ได้ต่อเนื่อง ภายใต้ภาระงบประมาณที่ประเทศดูแลไหว

ครม.สัญจรอุดรธานี จึงเป็น…เวทีวัดความสามารถรัฐบาลในการเปลี่ยนความต้องการของพื้นที่ ให้เป็นลำดับการลงทุนที่มีเหตุผล เชื่อมโยงกัน และสร้างผลตอบแทนระยะยาว

และเมื่อ…ที่ประชุม ครม.สัญจร มี “มติ” อย่างเป็นทางการ ออกมา! คุณภาพการตัดสินใจ…จะเริ่มปรากฏผ่านโครงการที่ได้รับเลือก เครื่องมือที่ใช้ และเหตุผลที่รัฐบาลอธิบายต่อสาธารณะ

ทริปนี้…จึงถือเป็น “เวที…วัดความสามารถ” ของรัฐบาล ภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย โดยมี ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง ในการเปลี่ยนความต้องการของพื้นที่ ให้เป็นลำดับการลงทุนที่มีเหตุผล เชื่อมโยงกัน และสร้างผลตอบแทนระยะยาว

ขณะที่ บทความนี้…จัดทำขึ้น ก่อนจะได้เห็น ผลการประชุมและมติ ครม.สัญจร จะเกิดขึ้น!

ดังนั้น ข้อวิเคราะห์ข้างต้น จึงเป็นเพียง…กรอบพิจารณาทางเลือกและโจทย์ที่รัฐบาลจะต้องตอบสังคมไทยและคนในพื้นที่ให้ได้  และเมื่อ…มติพร้อมรายละเอียดออกมาชัดเจนแล้ว “ทีมข่าวยุทธศาสตร์” จะนำมารายงานและวิเคราะห์กันต่อ ว่า…

การตัดสินใจของรัฐบาลตอบโจทย์เหล่านี้ได้แค่ไหน? เพียงใด?

จากนี้ จึงต้อง “จับตา” ว่า…โครงการใดจะได้เดินหน้า? ใช้เงินจากแหล่งไหน? และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจได้อย่างไร?

ก่อนติดตามต่อไปถึงคำถามสำคัญที่สุด! ว่า…ท้ายที่สุด ใครจะได้รับประโยชน์?  มากน้อยเพียงใด และคุ้มค่ากับเงินที่ประเทศจ่ายไปหรือไม่?.