• ศุกร์ 30 ตุลาคม 2569 เวลา 12:13 น.

เสี่ยงอนาคตจ่ายแพง?

BREAKING NEWS STRATEGIES

(ถอดบทเรียนเกาหลีใต้ เตือนไทยเร่งยกระดับ ‘คน–เทคโนโลยี’ ก่อนต้นทุน ‘การไม่ปรับตัว’ พุ่งสูง!)

แรงงานราคาถูกช่วยประคองธุรกิจวันนี้ แต่หากใช้ทดแทนการลงทุนพัฒนาคนและเทคโนโลยี อาจกลายเป็นต้นทุนก้อนใหญ่ในวันหน้า บทเรียนเกาหลีใต้และปัญหาเอกสารแรงงานเมียนมา กำลังทดสอบรัฐบาลไทยว่าจะรักษากำลังผลิต พร้อมพาเศรษฐกิจพ้นการแข่งขันด้วยค่าแรงต่ำได้อย่างไร

เศรษฐกิจที่เดินหน้าได้ด้วยแรงงานจำนวนมาก แต่อาจสะดุด! หากเริ่มขาดแรงงาน ทว่า… เศรษฐกิจที่เคยคุ้นชินอยู่กับ…แรงงานราคาถูก! อาจต้องเผชิญกับโจทย์ที่ยากยิ่งกว่า? ถ้าวันที่คนขาด มาถึงพร้อมกับการพบความจริงที่ว่า…ธุรกิจของตัวเอง ยังไม่มีเครื่องมือ เทคโนโลยี และบุคลากรพร้อมรับการเปลี่ยนแปลง ในครั้งนี้

ความเสี่ยง…เรื่องเอกสารของแรงงานเมียนมาในไทย ถือเป็น…สัญญาณเตือน ให้ทุกฝ่ายต้องหันมาทบทวนกันว่า…เรากำลังใช้แรงงานข้ามชาติเป็นส่วนหนึ่งของ…ยุทธศาสตร์พัฒนาเศรษฐกิจ หรือใช้เติมช่องว่างเพื่อให้รูปแบบ “ธุรกิจเดิม” เดินต่อไปโดยเลื่อนการปรับตัวออกไปเรื่อย ๆ

สัญญาเตือนจากเกาหลีใต้ :

เกาหลีใต้ ถือเป็น…กรณีศึกษาที่ควรมองให้ครบ เพราะเป็น…ประเทศเทคโนโลยีก้าวหน้า แต่ยังมีธุรกิจบางส่วนติดอยู่กับผลิตภาพต่ำ ค่าจ้างต่ำ และการขาดแคลนแรงงาน

รายงาน OECD Economic Surveys: Korea 2024 วิเคราะห์ว่า…ระบบนำเข้าแรงงานเปิดให้กิจการขนาดเล็กที่ผลิตภาพต่ำบางส่วนพึ่งพาแรงงานข้ามชาติค่าจ้างต่ำได้มาก ขณะที่ รายงานด้าน AI ของ OECD และสถาบันแรงงานเกาหลีในปี 2568 พบ…ช่องว่างระหว่างบริษัทใหญ่กับ SMEs ทั้งด้านผลิตภาพและการนำ AI มาใช้

บทเรียนนี้ จึงอยู่ที่…ความก้าวหน้าของบริษัทชั้นนำไม่ได้รับประกันว่าเศรษฐกิจทั้งระบบจะปรับตัวทัน!!!

หากธุรกิจยังหาคนมาเติมตำแหน่งเดิมได้ ก็อาจขาดแรงจูงใจ หรือความพร้อมในการจะลงทุนเพื่อปรับกระบวนการผลิต

เมื่อคนหายากขึ้น ต้นทุนสูงขึ้น หรือเกิดข้อจำกัดการเคลื่อนย้ายแรงงาน จุดอ่อน…ที่สะสมไว้ ก็ย่อมจะปรากฏให้เห็นเด่นชัดขึ้นมา

งานหนัก…ต้องคุ้มค่า :

คำอธิบายที่ว่า “คนในประเทศไม่ทำงานหนัก” อาจมองข้ามเงื่อนไขสำคัญว่า…งานนั้นจ่ายคุ้มค่ากับความเหนื่อย ความเสี่ยง และมีอนาคตให้คนทำหรือไม่?

OECD เคยชี้วงจรของ SMEs เกาหลีใต้ เอาไว้อย่างน่าสนใจว่า…ผลิตภาพและค่าจ้างต่ำ ทำให้ดึงดูดคนได้ยาก ขณะที่การขาดคนมีทักษะก็ย้อนกลับไปจำกัดการเพิ่มผลิตภาพและค่าจ้าง เป็นวงจรที่แก้ด้วยการหาคนเพิ่มอย่างเดียวได้ยาก  

สำหรับ ประเทศไทย การดูแลประชาชนคนไทย จึงต้องรวมถึง…การลงทุนฝึกทักษะ ปรับงานให้ปลอดภัย และสร้างเส้นทางรายได้ที่ดีขึ้น ควบคู่กับการคุ้มครองแรงงานข้ามชาติอย่างเป็นธรรม เพราะคุณภาพงานที่ต่ำย่อมทำให้การรักษาคนทุกกลุ่มยากขึ้น

เมียนมาทดสอบไทย :

ปัญหาเอกสาร แรงงานเมียนมา กำลังสะท้อนความเปราะบางอีกด้านของไทย เมื่อความต่อเนื่องของการจ้างงานในไทยขึ้นอยู่กับเงื่อนไขประเทศต้นทางด้วย

TPchannel (สถานีวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ รัฐสภา) รายงานเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2569 ว่า…นายพละวัต ตันศิริ สมาชิกวุฒิสภา ตั้งกระทู้ถึงแรงงานเมียนมาประมาณ 1 ล้านคนที่อาจเสี่ยงต่อเอกสารไม่ได้ ตัวเลขนี้เป็นการประเมินความเสี่ยงที่นำเสนอต่อรัฐบาล ยังไม่ใช่จำนวนผู้หลุดจากระบบแล้ว

ประเด็นสำคัญคือ…แรงงานอาจยังอยู่ในไทยและต้องการทำงาน นายจ้างยังต้องการจ้าง แต่ข้อจำกัดเอกสารกลับทำให้ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจเดินต่อได้ยาก

หากรัฐปล่อยให้คนหลุดจากระบบ ปัญหาอาจเพิ่มทั้งต้นทุนธุรกิจ ความเสี่ยงถูกเอาเปรียบ และภาระกำกับดูแล โดยไม่ได้ทำให้ประเทศมีผลิตภาพสูงขึ้นเลย

รัฐบาลต้องต่อยอด :

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงาน ชี้แจงต่อกระทู้ดังกล่าวว่า…ได้ประสานผู้แทนทางการทูตเมียนมาอย่างต่อเนื่อง เตรียมทำหนังสือถึงสถานทูตและหน่วยงานแรงงาน พร้อมตรวจสอบการดำเนินงานในพื้นที่

นอกจากนี้ ยังเพิ่มทางเลือกประเทศต้นทางและเตรียมเสนอมาตรการแรงงานต่างด้าว 4 สัญชาติต่อ ครม.ช่วงปลายปี

การประสานต้นทางและกระจายแหล่งแรงงาน ถือเป็น…แนวทางที่มีเหตุผล แต่คำถามถัดไป ก็คือ…มาตรการจะทันกำหนดเอกสารหรือไม่? และจะรักษาคนให้อยู่ในระบบระหว่างรอได้อย่างไร?

ส่วนการ เปลี่ยนประเทศนำเข้าแรงงาน หากไม่ทำควบคู่ไปกับ การปรับงานและเพิ่มผลิตภาพ ก็อาจเพียง…การย้ายแหล่งหาคน โดยยังคงรูปแบบธุรกิจที่เปราะบางเหมือนเดิม!!??

จากจุด! ยืนสู่ผลจริง :

ในมุม…ยุทธศาสตร์การลงทุน มีความเห็นจาก นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ที่กล่าวในรายการ “คุยกับ ครม.อนุทิน” เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2569 ว่า…ไทยต้องนำเสนอความพร้อมด้านสาธารณูปโภค บุคลากรที่พัฒนาทักษะ และกำหนดให้นักลงทุนช่วยพัฒนาเศรษฐกิจพร้อมถ่ายทอดเทคโนโลยีให้คนไทย

แม้เป็นคำกล่าวด้านการลงทุน จุดยืนนี้นำมาตั้งโจทย์ต่อได้ว่า ธุรกิจไทยเดิม โดยเฉพาะ SMEs จะเข้าถึงเทคโนโลยีและบุคลากรที่พร้อมใช้งานได้อย่างไรด้วย

หากบริษัทใหม่ก้าวสู่อุตสาหกรรมทันสมัย แต่กิจการฐานรากยังติดข้อจำกัดเงินทุน เครื่องจักร และทักษะ ช่องว่างระหว่างธุรกิจสองกลุ่มอาจยิ่งกว้างขึ้น

ซื้อเวลาสร้างอนาคต :

“ทีมข่าวยุทธศาสตร์” เห็นว่า…ไทยควรเดินพร้อมกัน 3 ด้าน นั่นคือ…1.รักษาแรงงานที่จำเป็นให้อยู่ในระบบ 2.ช่วยธุรกิจลงทุนเพิ่มผลิตภาพ และ 3.เตรียมคนรับงานที่เปลี่ยนไป

สำหรับ SMEs จุดเริ่มต้น! อาจเป็น…เครื่องทุ่นแรง เครื่องคัดแยก ระบบจัดการสต็อก หรือ AI ช่วยวางแผนการผลิตและคาดการณ์คำสั่งซื้อ ก่อนขยับสู่หุ่นยนต์ตามความคุ้มค่าของแต่ละกิจการ พร้อมฝึกแรงงานให้ควบคุม ดูแล และทำงานร่วมกับระบบเหล่านั้น

ภาครัฐควรผูกความช่วยเหลือกับผลที่ตรวจสอบได้ ทั้งการ…ลดอุบัติเหตุ เพิ่มผลผลิตต่อคน และยกระดับทักษะกับรายได้ เพื่อให้การลงทุนสร้างประโยชน์ถึงคนทำงานด้วย

หากประเทศอย่างเกาหลีใต้ ยังเผชิญช่องว่างระหว่าง…เทคโนโลยีก้าวหน้ากับธุรกิจที่ปรับตัวช้า ประเทศไทยจึงยิ่งต้องเร่งเตรียมพร้อมตั้งแต่วันนี้

ความเสี่ยงที่ไทยจะได้รับและอาจเจ็บหนักกว่าเกาหลี้ใต้ อยู่ที่การปล่อยให้แรงงานขาดก่อน แล้วจึงเริ่มหาเงิน เครื่องมือ และคนมารับมือ!

แรงงานราคาถูก…อาจซื้อเวลาให้ธุรกิจ แต่กับอนาคตแล้ว มันขึ้นอยู่กับว่า…เราได้ใช้เวลาที่เหลือนั้น พัฒนาคนและเปลี่ยนวิธีทำงานไปได้มากเพียงใด!!??.