• ศุกร์ 9 ตุลาคม 2569 เวลา 01:53 น.

‘เอกนิติ’ ปักภาพจำไทยบนเวทีโลก

BREAKING NEWS STRATEGIES

(ชู ‘โอลิมปิกทางการเงิน’ เชื่อมความร่วมมือ–ดึงลงทุน ฝากพิมพ์เขียวดิจิทัลให้โลกใช้ต่อ)

‘เอกนิติ’ เปิดเป้าหมายไทยเป็น…เจ้าภาพ IMF–ธนาคารโลก สร้างภาพจำความเป็นไทย ควบคู่ศักยภาพเศรษฐกิจการเงิน ชูบทบาทผู้เชื่อมโยงที่โลกไว้วางใจ หวังต่อยอดพันธมิตรธุรกิจและการลงทุน พร้อมผลักดันผลงานให้เกิดประโยชน์ต่อเนื่องหลังจบประชุม

การเป็น เจ้าภาพการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ปี 2569 (2026 IMF–World Bank Group Annual Meetings) ระหว่างวันที่ 12–18 ตุลาคมนี้ เปิดโอกาสให้ประเทศไทยนำเสนอทั้งศักยภาพการจัดงานระดับนานาชาติ ความเป็นไทย และข้อเสนอด้านเศรษฐกิจการเงินต่อผู้กำหนดนโยบายจากทั่วโลก

คำถามสำคัญ? คือ…เมื่อการประชุมสิ้นสุดลง ผู้เข้าร่วมงานจะจดจำประเทศไทยอย่างไร? และไทยจะเปลี่ยนโอกาสจากการเป็นเจ้าภาพให้เป็นประโยชน์ทางเศรษฐกิจต่อไปได้อย่างไร?

เรื่องนี้ ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง ให้สัมภาษณ์อธิบายเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2569 ว่า…ไทยต้องการให้การประชุมครั้งนี้ แสดงศักยภาพของเศรษฐกิจไทยและคนไทย พร้อมสร้างความร่วมมือที่มีผลต่อเนื่องหลังจบงาน ซึ่งเขาเปรียบว่าเป็น “โอลิมปิกทางการเงินของโลก”

ภาพจำที่ไทยเลือก :

“ภาพจำที่สำคัญที่สุดคือความเป็นไทย ผมเชื่อว่าทุกคนจะกลับมาอีกครั้งหนึ่ง” ดร.เอกนิติ กล่าวและย้ำว่า…

ความเป็นไทยที่เตรียมนำเสนอครอบคลุมทั้งผ้าไทย ผลิตภัณฑ์ชุมชน และอาหารไทย โดยนำผลงานจากชุมชนทั่วประเทศมาใช้ตกแต่งห้องและพื้นที่จัดประชุม เพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานได้สัมผัสฝีมือและเอกลักษณ์ของไทยผ่านประสบการณ์จริง

ขณะเดียวกัน ดร.เอกนิติ ต้องการให้ภาพจำดังกล่าวเชื่อมไปถึงความสามารถของคนไทยในการเสนอประเด็นและมีบทบาทบนเวทีเศรษฐกิจการเงินระหว่างประเทศ โดยกล่าวถึงความคาดหวังให้โลกกลับมามองประเทศไทยในฐานะประเทศที่มีบทบาทนำด้านเศรษฐกิจและการเงิน

ทั้งนี้ ประเทศไทย ในฐานะ เจ้าภาพจัดงานฯ ยังคัดเลือกเยาวชนเข้ามาร่วมต้อนรับผู้เข้าร่วมประชุม เพื่อเปิดประสบการณ์และสร้างแรงบันดาลใจ โดย รองนายกรัฐมนตรี มองว่า…เด็กไทยเหล่านี้อาจเติบโตขึ้นเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังหรือผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย และก้าวเข้าสู่เวทีโลกในอนาคต

ดังนั้น การต้อนรับจึงมีความหมายทั้งต่อผู้มาเยือนและคนไทยที่มีส่วนร่วม ตั้งแต่ชุมชนผู้สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ไปจนถึงเยาวชนที่ได้สัมผัสเวทีระดับนานาชาติ

เชื่อมโลกด้วยความไว้ใจ :

อีกบทบาทที่ประเทศไทยต้องการนำเสนอ นั่นก็คือ Trusted Connector หรือผู้เชื่อมโยงที่ได้รับความไว้วางใจ ท่ามกลางความขัดแย้งและความผันผวนของโลก

ดร.เอกนิติ กล่าวถึง แนวคิดการเข้าสู่ขอบฟ้าใหม่ หรือ Entering New Horizon โดย พร้อมเสนอให้ประเทศไทยแสดงบทบาทของประเทศระดับกลาง หรือ Middle Power ในการเชื่อมโยงประเทศต่าง ๆ และเปิดพื้นที่ให้เกิดความร่วมมือ

เขามองว่า…ความสนใจเข้าร่วมประชุมสะท้อนความเชื่อมั่นที่มีต่อประเทศไทย โดยยอดลงทะเบียนอย่างเป็นทางการถึงวันที่ 7 ตุลาคมมีมากกว่า 16,000 คน และคาดว่าอาจใกล้ 20,000 คน ทั้งนี้ ยังไม่รวมกิจกรรมเพิ่มเติมที่ธนาคารและภาคเอกชนจัดขึ้น

จำนวนผู้เข้าร่วมเป็นโอกาสให้ไทยได้พบผู้กำหนดนโยบายและผู้เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจการเงินจากนานาประเทศ ส่วนการต่อยอดความสัมพันธ์ให้เกิดความร่วมมือระยะยาวจะเป็นผลสำคัญที่ต้องติดตามหลังจบประชุม

เห็นไทย ก่อนตัดสินใจลงทุน :

เกี่ยวกับ ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ ที่ ดร.เอกนิติ ได้ให้ความสำคัญ คือ…การเปิดโอกาสให้นักลงทุนเห็นศักยภาพประเทศไทยด้วยตนเอง และสร้างพันธมิตรกับธุรกิจไทย

“นักลงทุนที่มาพร้อมกันที่นี่ในประเทศไทยจะมาเห็นศักยภาพไทย แล้วจะมีการสร้างพันธมิตรในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ธุรกิจไทย ผมเชื่อว่าจะดึงการลงทุนมาได้มาก” ดร.เอกนิติ กล่าว

การเป็นเจ้าภาพจึงเปิดพื้นที่ให้ประเทศไทยได้นำเสนอความพร้อมและโอกาสทางธุรกิจ ควบคู่กับการหารือด้านนโยบายเศรษฐกิจการเงิน อย่างไรก็ตาม การลงทุนที่รองนายกรัฐมนตรีกล่าวถึงยังเป็นความคาดหวังจากการสร้างความสัมพันธ์ในเวทีนี้ โดยยังไม่มีการระบุวงเงินหรือโครงการลงทุนที่จะเกิดขึ้น ณ ขณะนี้

อย่างไรก็ตาม ประโยชน์ที่ต้องติดตามต่อจึงอยู่ที่ว่า…การพบกันครั้งนี้จะนำไปสู่พันธมิตร โครงการ หรือความร่วมมือใด? และจะสร้างโอกาสให้ภาคธุรกิจไทยได้มากแค่ไหน?

พิมพ์เขียวถึงฐานราก :

ในด้านผลงานเชิงนโยบาย ประเทศไทยเตรียมผลักดัน Bangkok Blueprint หรือพิมพ์เขียวด้านการเงินดิจิทัล โดย ดร.เอกนิติ อธิบายว่า…รัฐบาลไทยต้องการนำเสนอการใช้การเงินสมัยใหม่ ช่วยผู้ยากจนและผู้ขาดโอกาสให้เข้าถึงแหล่งเงินทุนได้มากขึ้น

ตัวอย่างที่เตรียมนำเสนอ ได้แก่…เป๋าตัง ถุงเงิน และ AI “นกกระซิบ” ซึ่งใช้สอนและช่วยเหลือพ่อค้าแม่ค้าในตลาดและร้านอาหารริมทาง เพื่อให้เห็นว่าเทคโนโลยีสามารถนำมาใช้กับเศรษฐกิจฐานรากได้อย่างไร?

อีกส่วนหนึ่ง คือ…ความปลอดภัยของการเงินดิจิทัล โดย รองนายกรัฯเอกนิติ ย้ำถึง…การดำเนินงานร่วมกันระหว่างธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กับ IMF เพื่อเสนอแนวทางให้ประชาชนใช้บริการทางการเงินดิจิทัลได้อย่างปลอดภัย

โดย สาระทั้ง 2 ด้านเชื่อมกันโดยตรง เพราะการขยายโอกาสเข้าถึงบริการทางการเงินต้องมาพร้อมความเชื่อมั่นในการใช้งาน ประเทศไทยจึงต้องการนำประสบการณ์ของตน ขึ้นสู่เวทีระหว่างประเทศ เพื่อให้ผู้กำหนดนโยบายจากประเทศต่าง ๆ พิจารณานำไปปรับใช้

7 วัน ต้องไปต่อ :

ผลงานอีกส่วนที่เตรียมผลักดัน คือ Bangkok Dialogue ซึ่ง ดร.เอกนิติ ระบุว่า…จะใช้สรุปสาระจากการประชุมตลอด 7 วัน ให้เกิดข้อสรุปในลักษณะปฏิญญากรุงเทพฯ และแสดงแนวทางที่ประเทศต่าง ๆ สามารถนำไปขับเคลื่อนต่อ

นอกจากนี้ เขายังกล่าวถึงความสำคัญของการสร้างความยั่งยืนและภูมิคุ้มกันต่อความผันผวน ทั้งทางเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นความท้าทายร่วมกันของโลก และเป็นพื้นที่ที่ไทยต้องการแสดงบทบาทในการประชุมครั้งนี้

“ผมเชื่อว่าจะไม่จบแค่ 7 วันนี้ แต่มันจะคงอยู่ต่อไปในเวทีการเงินและเศรษฐกิจโลกอีกหลายปีข้างหน้า” ดร.เอกนิติ กล่าวแสดงความมั่นใจ

อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของการเป็นเจ้าภาพ จึงมีสิ่งที่ต้องติดตามต่อจากวันปิดงาน ทั้งภาพจำที่ผู้เข้าร่วมมีต่อประเทศไทย ความร่วมมือที่พัฒนาเป็นพันธมิตรทางธุรกิจ และข้อเสนอด้านการเงินที่ได้รับการนำไปใช้

สำหรับประเทศไทย โอกาสจาก “โอลิมปิกทางการเงิน” ครั้งนี้จะมีน้ำหนักมากขึ้น เมื่อความประทับใจและความเชื่อมั่นที่เกิดขึ้นระหว่างการประชุมถูกต่อยอดเป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจ ธุรกิจ และประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรม!!!