• พฤหัสบดี 3 กันยายน 2569 เวลา 11:10 น.

5 วันเขย่าแบรนด์พัทยา?

BREAKING NEWS STRATEGIES

(กองเรือสหรัฐฯ : บททดสอบ ‘ซอฟต์พาวเวอร์ไทย’ เกินความหมายเงินสะพัด 100 ลบ.)

ครึ่งหมื่น “กำลังพลสหรัฐฯ” ยกพลขึ้นบก! กลางเมืองพัทยา ชี้! แม้สร้างรายได้ก้อนใหญ่ช่วงโลว์ซีซัน
แต่คุณค่าแท้จริงอยู่ที่การกระจายรายได้ คุณภาพบริการ และภาพลักษณ์ไทยส่งออกสู่สายตาชาวโลก
เผย! 5 วัน สร้างโอกาสการท่องเที่ยว การทูตภาคประชาชน และบททดสอบเมืองระดับนานาชาติ

“ลินคอล์น” ถึงแหลมฉบัง :

การเข้าเทียบท่าของ เรือบรรทุกเครื่องบินพลังงานนิวเคลียร์ USS Abraham Lincoln หรือ CVN-72  ณ ท่าเรือแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2569 พร้อม กำลังพลทหารเรือและนาวิกโยธินสหรัฐฯ ประมาณ 5,000 นาย ถูกนำเสนอผ่านพาดหัวข่าวในทุกมิติข่าว แต่สำหรับในมุมข่าวเศรษฐกิจ ที่สื่อในทำนองที่ว่า…

ปรากฏการณ์นี้ อาจทำให้มีเงินหมุนเวียนในพัทยาราว 100 ล้านบาท ตลอด 5 วัน…ที่ “กำลังพลสหรัฐฯ” ยกพลขึ้นบก! ในภาคตะวันออกของประเทศไทย

ตัวเลขดังกล่าวสร้างความ “ตื่นตัว” แก่…โรงแรม ร้านอาหาร สถานบันเทิง ธุรกิจขนส่ง ร้านค้า สปา และผู้ประกอบการท่องเที่ยว โดยเฉพาะในช่วงโลว์ซีซัน

แต่หาก มองผ่านกรอบยุทธศาสตร์ เงิน 100 ล้านบาทเป็นเพียง “ผลประโยชน์ชั้นแรก” สิ่งที่มีมูลค่ามากกว่าอาจเป็นภาพประเทศไทยที่กำลังพลหลายพันนายจะนำกลับไปบอกเล่าต่อครอบครัว เพื่อนร่วมงาน และเครือข่ายสังคมออนไลน์ในสหรัฐฯ

การเยือนครั้งนี้ จึงไม่ใช่เพียงการ…กระตุ้นเศรษฐกิจเฉพาะหน้า แต่เป็น…บททดสอบภาคบริการ ภาพลักษณ์เมือง และการทูตภาคประชาชนระหว่างไทยกับสหรัฐฯ ในเวลาเดียวกัน

พักฟื้นหลัง 286 วัน :

กองทัพเรือสหรัฐฯ ระบุว่า…USS Abraham Lincoln เป็นเรือหลักของ Abraham Lincoln Carrier Strike Group โดยเข้าเทียบท่าแหลมฉบังพร้อมหน่วยบัญชาการ กองบินประจำเรือ และหน่วยสนับสนุนต่างๆ

เรือพิฆาตติดอาวุธนำวิถี USS Frank E. Petersen Jr. เข้าเทียบท่าในพื้นที่ศรีราชา ขณะที่ เรือลาดตระเวนติดอาวุธนำวิถี USS Robert Smalls เข้าเทียบท่ามาบตาพุด จังหวัดระยอง

การเยือนระหว่างวันที่ 2–6 กันยายน 2569 ถือเป็นการ แวะท่าเรือเต็มรูปแบบครั้งแรกของ USS Abraham Lincoln นับจากเริ่มภารกิจเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2568 หลังใช้เวลาในทะเลรวม 286 วัน และปฏิบัติการในพื้นที่ความรับผิดชอบของกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ เป็นเวลาหลายเดือน

กำลังพลกลุ่มนี้ จึงแตกต่างจากนักท่องเที่ยวทั่วไป? พวกเขาเพิ่งผ่านภารกิจยาวนาน มีข้อจำกัดด้านอาหารสด การติดต่อกับครอบครัว การพักผ่อน และสภาพความเป็นอยู่ในพื้นที่จำกัด

การขึ้นฝั่งในประเทศไทย จึงมีความหมายทั้งในฐานะ..การท่องเที่ยวและการฟื้นฟูร่างกายกับจิตใจ!!!

พลเรือตรี Robert E. Loughran ผู้บัญชาการกองเรือบรรทุกเครื่องบินโจมตีที่ 3 กล่าวว่า…การมาถึงแหลมฉบังเป็นโอกาสอันสมควรที่กำลังพลจะได้พักและฟื้นฟู พร้อมสะท้อน…ความเป็นหุ้นส่วนและพันธมิตรที่ยาวนานระหว่างไทยกับสหรัฐฯ

ด้าน นาวาเอก Dan Keeler ผู้บังคับการ USS Abraham Lincoln ระบุว่า…การเยือนไทยจะช่วยเพิ่มความเข้าใจระหว่างกัน แสดงพันธกรณีร่วมต่อความมั่นคงในภูมิภาค และเปิดโอกาสให้กำลังพลได้สัมผัสประเทศไทย

ถ้อยแถลงดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า…ฝ่ายสหรัฐฯ ไม่ได้มองการเยือนครั้งนี้เป็นเพียงการพักผ่อน แต่เชื่อมโยงกับความสัมพันธ์เชิงยุทธศาสตร์และความเข้าใจระหว่างประชาชนด้วย

100 ล้านถึงใคร :

ตัวเลขเงินหมุนเวียน 100 ล้านบาทไม่ใช่ผลวิจัยของ AFP หรือสำนักวิเคราะห์เศรษฐกิจ แต่เป็นการประเมินของ นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา ก่อนที่สื่อไทยและต่างประเทศจะนำไปรายงานต่อ…

หากกำลังพล 5,000 นาย ใช้จ่ายรวม 100 ล้านบาทตลอด 5 วัน จะเท่ากับเฉลี่ยประมาณ 4,000 บาทต่อคนต่อวัน หรือประมาณ 120–125 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งอยู่ในกรอบประมาณการวันละ 100–150 ดอลลาร์ต่อคน

ในทางคณิตศาสตร์ ตัวเลขนี้มีความเป็นไปได้ แต่ในทาง เศรษฐศาสตร์ยังไม่ใช่รายได้ที่เกิดขึ้นจริง! เพราะกำลังพลจะขึ้นฝั่งแบบหมุนเวียน ไม่ได้ออกจากเรือพร้อมกันทั้งหมด บางส่วนอาจไม่พักค้างคืน และบางส่วนอาจเดินทางออกนอกพื้นที่พัทยา

ก่อนหน้านี้ ยังเคยมีการประเมินเพียง 5–15 ล้านบาท จากสมมติฐานค่าใช้จ่ายคนละ 1,000–3,000 บาท แต่ไม่ชัดเจนว่าเป็นค่าใช้จ่ายต่อวันหรือตลอดการเยือน ความแตกต่างระหว่างตัวเลข 15 ล้านบาทกับ 100 ล้านบาทจึงสะท้อนความไม่แน่นอนของสมมติฐาน

คำถามสำคัญจึงไม่ใช่เพียง “เงินสะพัดถึง 100 ล้านบาทหรือไม่” แต่ต้องถามว่าเงินนั้นกระจายไปถึงใครกันบ้าง???

หาก รายได้ส่วนใหญ่ ตกอยู่กับ…โรงแรมขนาดใหญ่ บริษัทขนส่งตามสัญญา หรือ สถานประกอบการไม่กี่แห่ง ผลต่อเศรษฐกิจฐานรากอาจไม่มากเท่ายอดรวม

แต่หาก เงินกระจายถึงร้านอาหารรายย่อย คนขับรถ ร้านซักรีด ร้านขายของที่ระลึก สปา และผู้ผลิตสินค้าชุมชน ผลคูณทางเศรษฐกิจก็จะสูงขึ้น

หลังสิ้นสุดการเยือน เมืองพัทยาและหน่วยงานท่องเที่ยว จึงควรรวบรวมข้อมูลยอดเข้าพัก การเดินทาง ยอดขายอาหารและสินค้าท้องถิ่น รวมถึง จำนวนสถานประกอบการที่ได้รับประโยชน์ เพื่อเปลี่ยน “ตัวเลขคาดการณ์” ให้เป็นฐานข้อมูลสำหรับรับเรือรบและเรือสำราญในอนาคต

มื้อแรกบนแผ่นดิน :

อาหารและเครื่องดื่มเป็นอีกมิติที่มีความหมายมากกว่ามูลค่าการขาย???

รายงานต่างประเทศสะท้อนว่า…กำลังพลเผชิญข้อจำกัดด้านอาหารสด ผัก ผลไม้ และสินค้าอุปโภคบางประเภทระหว่างภารกิจ การได้รับประทานอาหารบนแผ่นดินจึงเป็นส่วนหนึ่งของการพักฟื้น และอาจกลายเป็นความทรงจำสำคัญที่สุดของการเยือนไทย

อาหารทะเล อาหารไทย ผลไม้ ร้านกาแฟ และร้านอาหารชุมชน จึงไม่ใช่เพียงสินค้าที่สร้างรายได้ แต่เป็นช่องทางสื่อสารวัฒนธรรมไทยโดยไม่ต้องใช้งบประชาสัมพันธ์จำนวนมาก

หาก “กำลังพลสหรัฐฯ” ถ่ายภาพ…อาหารและเผยแพร่ผ่านสังคมออนไลน์ ภาพเหล่านั้น อาจเข้าถึงผู้คนในสหรัฐฯ มากกว่าการซื้อโฆษณาท่องเที่ยวแบบเดิม

นี่คือ…ซอฟต์พาวเวอร์ระดับประชาชน แต่จะเกิด “ผลทางบวก” ได้! เมื่อราคาเป็นธรรม อาหารสะอาด บริการมีคุณภาพ และผู้ประกอบการสื่อสารกับชาวต่างชาติได้

การกำชับไม่ให้ร้านค้าโก่งราคา! จึงไม่ใช่แค่ป้องกันข้อร้องเรียนระยะสั้น แต่เป็นการปกป้องชื่อเสียงประเทศ เพราะประสบการณ์เชิงลบเพียงไม่กี่กรณีอาจถูกขยายผ่านโซเชียลมีเดียจนกลายเป็นภาพแทนของทั้งเมือง

พวงมาลัยสู่ซอฟต์พาวเวอร์ :

เมืองพัทยา…ต้อนรับ ผู้บังคับการเรือและกำลังพล ด้วย…พวงมาลัยผ้าไทย สะท้อนความเป็นมิตรและการต้อนรับแบบไทย แต่…คำถามเชิงยุทธศาสตร์ คือ…ไทยได้ออกแบบกิจกรรมวัฒนธรรมเพื่อรองรับผู้มาเยือนหลายพันคนอย่างเป็นระบบหรือไม่?

หากมีเพียง “พิธีต้อนรับ” ในระดับผู้บังคับบัญชา ผลทางวัฒนธรรมอาจจำกัดอยู่ในภาพข่าวไม่กี่ภาพ แต่หากเชื่อมกำลังพลเข้ากับตลาดชุมชน ดนตรีไทย มวยไทย งานหัตถกรรม พิพิธภัณฑ์ หรือกิจกรรมบริการสาธารณะ ประสบการณ์จะลงไปถึงกำลังพลระดับบุคคลและประชาชนในพื้นที่

ไทยสามารถพัฒนารูปแบบ Cultural Port Program” หรือ โครงการวัฒนธรรมประจำเมืองท่า โดยให้…เมืองพัทยา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กระทรวงวัฒนธรรม กองทัพเรือ มหาวิทยาลัย และชุมชน ร่วมกันออกแบบกิจกรรม

การแลกเปลี่ยนวงดุริยางค์ทหารเรือ การสาธิตอาหารไทย ตลาดงานฝีมือ การแข่งขันกีฬา หรือกิจกรรมอาสาสมัคร จะช่วยยกระดับการเยือนจากการพักผ่อนและจับจ่าย ไปสู่การทูตภาคประชาชนที่สร้างความผูกพันระยะยาว

สงครามภาพจำ :

ความท้าทายสำคัญ อาจไม่ใช่…รายได้ แต่เป็นภาพจำของพัทยาในสายตาของ “สื่อโลก”

แม้ พัทยาจะพยายามวางตำแหน่ง เป็น “เมืองท่องเที่ยว” สำหรับ…ครอบครัว สุขภาพ กีฬา และการประชุม แต่ สื่อต่างประเทศ จำนวนหนึ่งยัง เชื่อมโยงการมาเยือนของทหารสหรัฐฯ กับสถานบันเทิงและการท่องเที่ยวทางเพศ โดยอาศัยประวัติศาสตร์พัทยาในฐานะพื้นที่พักผ่อนของทหารอเมริกันตั้งแต่ยุคสงครามเวียดนาม

ภาพจำดังกล่าวไม่สามารถเปลี่ยนด้วยการปฏิเสธ แต่ต้องสร้างเนื้อหาและประสบการณ์ใหม่ขึ้นมาแข่งขัน

หากภาพที่เผยแพร่ไปทั่วโลก ยังคงมีเพียง Walking Street บาร์ และการกวาดล้างผู้ค้าบริการก่อนกองเรือมาถึง ความพยายามสร้างภาพพัทยาใหม่ย่อมทำได้ยาก

ในทางกลับกัน หาก “กำลังพลสหรัฐฯ” ได้สัมผัสกับ…อาหาร วัฒนธรรม สุขภาพ กีฬา และชุมชน พร้อมเล่า…ประสบการณ์ผ่านช่องทางของตนเอง ภาพของพัทยาก็อาจค่อยๆ เปลี่ยนจากเมืองพักผ่อนแบบเดิมไปสู่เมืองปลายทางที่มีความหลากหลาย

นายปรเมศวร์ ในฐานะ นายกเมืองพัทยา ยังกล่าวถึง การดูแลความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง การตรวจสอบไม่ให้มีการโก่งราคา และความต้องการแสดงให้เห็นพัทยาที่ทันสมัย สะท้อนว่า…เมืองพัทยารับรู้ถึงโจทย์ด้านภาพลักษณ์ แต่ความสำเร็จต้องวัดจากเรื่องราวที่ปรากฏภายหลัง ไม่ใช่เฉพาะจำนวนเจ้าหน้าที่หรือรายได้ที่คาดไว้

กฎเข้มต้องยั่งยืน :

ฝ่ายสหรัฐฯ กำหนด “ข้อจำกัด” แก่กำลังพลหลายประการ เช่น ห้ามเล่นกีฬาทางน้ำบางประเภท ห้ามใช้กัญชา ห้ามซื้อยาจากร้านขายยาโดยไม่ได้รับการรับรอง และจำกัดการเข้าพื้นที่บางแห่งตามช่วงเวลา

เมืองพัทยาและจังหวัดชลบุรียังเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ ตรวจสอบสถานประกอบการ และรักษาความปลอดภัยตามพื้นที่ท่องเที่ยว เพื่อป้องกันอาชญากรรม การหลอกลวง การค้ามนุษย์ และเหตุที่อาจกระทบภาพลักษณ์

มาตรการเหล่านี้ มีเหตุผลด้านความปลอดภัย แต่ทำให้เกิดคำถามตามมาในทำนอง…การจัดระเบียบเป็นมาตรฐานถาวร หรือเกิดขึ้นเฉพาะเมื่อมีแขกต่างชาติกลุ่มใหญ่เดินทางเข้ามา!!??

หากปัญหาการโก่งราคา การค้ามนุษย์ ยาเสพติด หรือความไม่ปลอดภัยมีอยู่จริง! การบังคับใช้กฎหมายไม่ควรจบลงพร้อมการถอนสมอของกองเรือ

ในอีกด้านหนึ่ง การนำเสนอข่าว ต้องไม่เหมารวม ว่า…กำลังพลทั้งหมดเดินทางมาพัทยาเพื่อใช้บริการสถานบันเทิง หลายคนต้องการเพียงอาหารสด การพักผ่อน การพบครอบครัว และท่องเที่ยวหลังผ่านภารกิจยาวนาน

การลดทอนผู้มาเยือน 5,000 คนให้เหลือเพียงลูกค้าของธุรกิจกลางคืน อาจสร้างยอดเข้าชมระยะสั้น แต่ไม่ช่วยให้พัทยาหลุดพ้นจากภาพจำเดิมๆ ได้อย่างแน่นอน

เมืองท่าต้องพร้อม :

การรองรับผู้มาเยือนหลายพันคน ถือเป็นการ…ทดสอบระบบเมือง! ตั้งแต่…รถรับส่ง การจราจร ตำรวจท่องเที่ยว ล่าม การแพทย์ฉุกเฉิน สุขาภิบาล ไปจนถึงการประสานงานระหว่างท่าเรือ จังหวัด พัทยา กองทัพไทย และฝ่ายสหรัฐฯ

ต้นทุนเหล่านี้ ไม่ปรากฏในตัวเลขรายได้ 100 ล้านบาท แต่ภาครัฐและประชาชนต้องรับภาระบางส่วน การประเมินประโยชน์อย่างรอบด้าน ดังนั้น จึงควรนำค่าใช้จ่ายด้านเจ้าหน้าที่ ความปลอดภัย การจราจร และสิ่งแวดล้อมมาคำนวณร่วมด้วย

USS Abraham Lincoln เป็น…เรือพลังงานนิวเคลียร์ จึงไม่ควรถูกใช้สร้างความตื่นตระหนกโดยไม่มีหลักฐาน แต่ หน่วยงานไทย ควรสื่อสารว่า…เรามีระบบตรวจสอบ มาตรฐานความปลอดภัย และแผนฉุกเฉินอย่างไร?

ความโปร่งใสจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นมากกว่าการปล่อยให้สังคมตั้งคำถามอยู่ฝ่ายเดียว

หากถอดบทเรียนจากครั้งนี้ อย่างเป็นระบบ พัทยาและเมืองท่าภาคตะวันออกจะสามารถนำไปใช้รองรับเรือสำราญ งานประชุมระหว่างประเทศ และนักท่องเที่ยวกลุ่มใหญ่ในอนาคตได้

พักรบหรือเลือกข้าง :

การเยือนของ USS Abraham Lincoln เกิดขึ้นหลังปฏิบัติภารกิจในตะวันออกกลาง จึงถูกจับตามองใน มิติภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะ ความสัมพันธ์ของไทยกับสหรัฐฯ จีน รัสเซีย และประเทศตะวันออกกลาง

พล.ร.ต.สุรสันต์ คงสิริ โฆษกกระทรวงกลาโหม ชี้แจงว่า…การเข้าไทยมีวัตถุประสงค์เพื่อพักและฟื้นฟูกำลังพล ไม่เกี่ยวข้องกับการฝึกหรือปฏิบัติการร่วมกับกองทัพไทย

ขณะที่ พล.ต.วิธัย ลายถมยา โฆษกกองทัพไทย ยืนยันว่า…ไทยไม่ได้สนับสนุนกระสุนหรือยุทโธปกรณ์แก่เรือ และพิจารณาคำขอเข้าเทียบท่าของเรือต่างชาติอย่างเท่าเทียม ไม่ว่าจะมาจากสหรัฐฯ จีน หรือรัสเซีย

คำชี้แจงนี้ มีความสำคัญ? เพราะ…แยก “การอำนวยความสะดวกเพื่อพักฟื้น” ออกจาก “การสนับสนุนปฏิบัติการทางทหาร” แล ะสะท้อนแนวทางรักษาสมดุลของไทยท่ามกลางการแข่งขันของมหาอำนาจ

ฝ่ายสหรัฐฯ ให้น้ำหนักกับความเป็นพันธมิตรที่ยาวนาน 193 ปี และสถานะของไทยในฐานะพันธมิตรตามสนธิสัญญาเพียงประเทศเดียวบนแผ่นดินใหญ่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ความแตกต่างของถ้อยคำสะท้อน ว่า…ทั้ง 2 ฝ่ายกำลังสื่อสารกับผู้รับสารต่างกลุ่ม สหรัฐฯ ต้องการยืนยันเครือข่ายพันธมิตร ส่วนไทยต้องการยืนยันความสมดุลและไม่ผูกการเยือนเข้ากับปฏิบัติการในตะวันออกกลาง

จนถึงขณะ จัดทำบทวิเคราะห์ชิ้นนี้ “ทีมข่าวยุทธศาสตร์” ยังไม่พบคำให้สัมภาษณ์เฉพาะกรณีจาก นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย หรือ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง เกี่ยวกับผลทางเศรษฐกิจหรือความหมายเชิงยุทธศาสตร์ของการเยือน   

5 วันสร้างทุนยาว :

เงิน 100 ล้านบาท อามีความหมายต่อผู้ประกอบการพัทยาในช่วงโลว์ซีซัน แต่เมื่อเทียบกับขนาดเศรษฐกิจประเทศ ย่อมไม่สามารถเปลี่ยนทิศทางเศรษฐกิจไทยได้

มูลค่าที่แท้จริง! ต้องวัดจาก…สิ่งที่เหลืออยู่หลังเรือออกจากไทย ได้แก่…ความประทับใจของกำลังพล ภาพประเทศไทยในสื่อโลก มาตรฐานบริการ ความสามารถในการบริหารผู้มาเยือนกลุ่มใหญ่ และความสัมพันธ์ระดับประชาชนระหว่าง 2 ประเทศ

หากไทยมองผู้มาเยือน 5,000 คนเป็นเพียงกระเป๋าเงิน 5,000 ใบ ไทยอาจได้รับรายได้ก้อนหนึ่งแล้วทุกอย่างจบลงภายใน 5 วัน

แต่หากมองพวกเขาเป็น…ผู้สื่อสาร 5,000 คน ซึ่งแต่ละคนมีครอบครัว เพื่อน และเครือข่ายสังคม ไทยอาจได้รับผลตอบแทนด้านชื่อเสียงและการท่องเที่ยวต่อเนื่องอีกหลายปี

หลังการเยือน เมืองพัทยาควรสำรวจยอดใช้จ่ายจริงและการกระจายรายได้ หน่วยงานท่องเที่ยวและวัฒนธรรมควรสร้างรูปแบบต้อนรับกองเรือโดยเชื่อมอาหาร ศิลปวัฒนธรรม สุขภาพ กีฬา และสินค้าชุมชน ส่วนรัฐบาลควรใช้การเยือนลักษณะนี้เป็นเครื่องมือการทูตภาคประชาชน ควบคู่กับการรักษาสมดุลทางการต่างประเทศ

การมาเยือนของ USS Abraham Lincoln จึงไม่ใช่เพียงเรื่องเรือรบขนาดใหญ่ กำลังพล 5,000 นาย หรือรายได้ 100 ล้านบาท แต่เป็นกระจกสะท้อนว่า…ประเทศไทยสามารถเปลี่ยนโอกาสระยะสั้นให้เป็นทุนทางชื่อเสียงระยะยาวได้มากเพียงใด?

5 วันของ USS Abraham Lincoln อาจผ่านไปอย่างรวดเร็ว แต่ภาพของพัทยาที่ผู้มาเยือนนำกลับไป จะอยู่กับประเทศไทยยาวนานกว่าตัวเลขเงินสะพัดอย่างแน่นอน!!!.