• พุธ 2 กันยายน 2569 เวลา 11:15 น.

ซอฟต์โลนดับไฟใต้?

BREAKING NEWS STRATEGIES

(6 มาตรการเร่งด่วน เดิมพันฟื้นเศรษฐกิจชายแดนใต้ จากเงินทุนราคาถูกสู่การปลดล็อกโครงสร้างระยะยาว)

รัฐบาลเปิดแผนฟื้นเศรษฐกิจ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ชูสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเป็นหัวหอก พร้อมเร่งแก้ปัญหาท่าเรือ การค้าชายแดน ผังเมือง การท่องเที่ยว และสิทธิส่งเสริมการลงทุน แต่ความสำเร็จไม่ได้วัดจากวงเงินที่ประกาศ หากอยู่ที่ผู้ประกอบการรายเล็กจะเข้าถึงทุน และทุกมาตรการจะเกิดขึ้นจริงได้เร็วเพียงใด???

เงินถูกต้องถึงมือ :

ที่ประชุม “ครม.สัญจร” จ.สงขลา เมื่อวานนี้ (1 ก.ย.2569) มีอีกเรื่องที่สำคัญและจำเป็นเร่งด่วน นั่นก็คือ…การประกาศมาตรการเร่งด่วน 6 ด้าน เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจในพื้นที่สงขลา สตูล ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส

เรื่องนี้ มันสะท้อนว่า…รัฐบาลเองเริ่มมองปัญหาชายแดนภาคใต้กว้างกว่ามิติความมั่นคง โดยหันมาให้ความสำคัญกับรายได้ การลงทุน การค้า และคุณภาพชีวิต ซึ่งล้วนเป็น…รากฐานของความมั่นคงในระยะยาว

มาตรการที่ได้รับความสนใจมากที่สุด! จากการแถลงข่าวของ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง คือ สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำวงเงินเบื้องต้นประมาณ 4,000 ล้านบาท ผ่านธนาคารออมสิน โดยแบ่งการช่วยเหลือเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ ผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม และผู้ประกอบการทั่วไปในพื้นที่

กลุ่มประสบภัยน้ำท่วมจะได้รับการผ่อนภาระด้วยดอกเบี้ย 0% ในช่วง 6 เดือนแรก ก่อนเข้าสู่ช่วงดอกเบี้ยต่ำซึ่งรัฐบาลช่วยรับภาระครึ่งหนึ่ง ขณะที่ ผู้ประกอบการทั่วไปจะมีโอกาสเข้าถึงสินเชื่อระยะเวลา 5 ปี อัตราดอกเบี้ยประมาณ 1.5% ต่อปี หากผ่านความเห็นชอบและประกาศหลักเกณฑ์อย่างเป็นทางการ

แนวคิดดังกล่าวถือว่า…ตรงกับปัญหา เพราะธุรกิจที่เสียหายจากน้ำท่วมไม่สามารถกลับมามีรายได้ตามปกติภายในเวลาเพียงไม่กี่เดือน การยืดระยะช่วยเหลือจึงมีความจำเป็น

แต่ดอกเบี้ยต่ำเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ หากผู้ประกอบการขนาดเล็กไม่มีหลักประกัน มีหนี้เดิม หรือมีประวัติสินเชื่อที่ไม่ผ่านเงื่อนไขของธนาคาร

โจทย์สำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่า…“รัฐมีเงินให้กู้เท่าใด?” แต่คือ “ใครบ้างที่กู้ได้จริง?”

รวมถึง บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) จะเข้ามาค้ำประกันสินเชื่อมากน้อยเพียงใด ? และรัฐจะลดค่าธรรมเนียมค้ำประกันให้ผู้ประกอบการรายเล็กได้หรือไม่?

ฟื้นน้ำท่วม หรือต่อลมหนี้ :

สินเชื่อช่วยเติมสภาพคล่องให้ธุรกิจกลับมาเปิดกิจการ จ้างงาน และรักษาห่วงโซ่การผลิตเอาไว้ได้ แต่ในอีกด้านหนึ่ง สินเชื่อ ก็คือ…หนี้ที่ต้องชำระ หากเศรษฐกิจในพื้นที่ยังไม่สามารถสร้างอุปสงค์ใหม่ ผู้ประกอบการอาจเพียงเปลี่ยนจากวิกฤตขาดเงินสดไปสู่ภาระหนี้ระยะยาว

รัฐบาลจึงต้องดำเนินมาตรการสร้างรายได้ควบคู่กันไป ไม่ว่าจะเป็น…การกระตุ้นการท่องเที่ยว การเปิดตลาดสินค้าและอาหารพื้นถิ่น การเชื่อมโยงผู้ประกอบการกับตลาดมาเลเซีย ตลอดจน การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐที่เปิดโอกาสให้ธุรกิจท้องถิ่นเข้าร่วมอย่างเป็นธรรม

หากปล่อยสินเชื่อโดยไม่มีตลาดรองรับ เงินกู้อาจช่วยพยุงกิจการได้เพียงช่วงสั้น แต่หากสินเชื่อเชื่อมกับคำสั่งซื้อ ตลาดส่งออก และการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัว เงินทุนก้อนเดียวกันจะสามารถสร้างรายได้และการจ้างงานหมุนเวียนในพื้นที่ได้มากกว่าเดิม

เปิดประตูชายแดน :

การลดอุปสรรคบริเวณด่านไทย – มาเลเซีย เป็นอีกมาตรการที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ โดยรัฐบาลเตรียม ยกเลิกค่าธรรมเนียมการปฏิบัติงานล่วงเวลาที่เป็นภาระของนักท่องเที่ยว พร้อม พัฒนาระบบตรวจคนเข้าเมืองแบบอิเล็กทรอนิกส์และเชื่อมโยงข้อมูลกับระบบศุลกากร

มาตรการนี้ อาจสร้างผลทางเศรษฐกิจได้รวดเร็วกว่าการก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่ เพราะช่วยลดเวลาและต้นทุนของนักท่องเที่ยว ผู้ขนส่งสินค้า และผู้ประกอบการชายแดนโดยตรง โดยเฉพาะ ด่านที่เชื่อมต่อกับรัฐตอนเหนือของมาเลเซีย ซึ่งมีกำลังซื้อและการเดินทางข้ามแดนจำนวนมาก

อย่างไรก็ตาม ระบบดิจิทัลจะมีประโยชน์ต่อเมื่อหน่วยงานตรวจคนเข้าเมือง ศุลกากร ฝ่ายความมั่นคง และหน่วยงานมาเลเซียสามารถใช้ข้อมูลร่วมกันได้จริง หากแต่ละหน่วยงานยังใช้ระบบแยกส่วน การเปลี่ยนแบบฟอร์มจากกระดาษเป็นออนไลน์ก็อาจไม่ได้ลดระยะเวลาผ่านแดนอย่างมีนัยสำคัญ

ท่าเรือต้องไม่ติดตื้น :

ข้อเสนอขุดลอกและบำรุงรักษาร่องน้ำท่าเรือสงขลาและปัตตานี มีเป้าหมายทั้งเพิ่มขีดความสามารถในการขนส่งสินค้าและช่วยระบายน้ำออกจากพื้นที่ ถือเป็นการแก้ปัญหาที่เชื่อมโยงเศรษฐกิจกับการป้องกันภัยพิบัติ

แต่การขุดลอกร่องน้ำไม่ควรถูกมองเป็นเพียงงานก่อสร้าง รัฐบาลต้องชี้ให้เห็นว่า…หลังดำเนินการแล้วจะมีเรือและสินค้าประเภทใดเข้ามาใช้บริการ ปริมาณขนส่งจะเพิ่มขึ้นเท่าใด? และสามารถเชื่อมต่อกับถนน รถไฟ และเขตอุตสาหกรรมได้อย่างไร?

หากไม่มีแผนโลจิสติกส์ที่ครบวงจร ท่าเรือที่ลึกขึ้นอาจยังไม่สามารถดึงดูดสายเรือหรือเพิ่มรายได้ให้ท้องถิ่นได้ตามเป้าหมาย ขณะเดียวกัน ต้องพิจารณาผลกระทบต่อชายฝั่ง การประมง และชุมชนรอบพื้นที่อย่างรอบด้าน เพื่อไม่ให้การแก้ปัญหาด้านหนึ่งสร้างต้นทุนใหม่ให้อีกด้านหนึ่ง

BOI ต้องมากกว่าสิทธิภาษี :

การเตรียมต่ออายุมาตรการส่งเสริมการลงทุนของ BOI อีก 3 ปี เป็นสัญญาณว่า…รัฐบาลต้องการดึงเงินลงทุนระยะยาวเข้าสู่ชายแดนใต้ แต่สิทธิยกเว้นภาษีเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ หากนักลงทุนยังเผชิญปัญหาผังเมือง ที่ดิน ระบบสาธารณูปโภค แรงงานทักษะ และความไม่แน่นอนด้านความปลอดภัย

อีกประเด็นที่ต้องสื่อสารให้ชัดเจน นั่นคือ…ขอบเขตมาตรการ BOI ในจังหวัดสงขลาตามหลักเกณฑ์เดิมไม่ได้ครอบคลุมทุกอำเภอ แต่เน้นจะนะ นาทวี สะบ้าย้อย และเทพา ดังนั้น การต่ออายุมาตรการครั้งใหม่จะขยายพื้นที่หรือเพิ่มสิทธิประโยชน์หรือไม่? เป็นรายละเอียดที่ภาคธุรกิจต้องติดตาม

แนวทางที่ นายเอกนิติ ระบุถึง…การเชื่อมโยง BOI กับสถาบันการศึกษาและวางสงขลาเป็นศูนย์กลางเชื่อมต่อปีนัง ถือว่า…มีความสำคัญ เพราะจะช่วยเปลี่ยนยุทธศาสตร์จากการดึงโรงงานด้วยสิทธิภาษี ไปสู่การสร้างฐานธุรกิจสมัยใหม่ เทคโนโลยี อาหารฮาลาล การแพทย์ โลจิสติกส์ และบริการที่ใช้ทักษะสูง

เปลี่ยนพื้นที่ชายขอบเป็นประตูเศรษฐกิจ :

หัวใจของมาตรการทั้ง 6 ด้าน ก็คือ…การเปลี่ยนมุมมองต่อชายแดนใต้ จากพื้นที่ปลายทางของงบช่วยเหลือให้เป็นประตูเศรษฐกิจเชื่อมไทยกับมาเลเซียและตลาดมุสลิมในภูมิภาค

แต่การเปลี่ยนดังกล่าวจะเกิดขึ้นไม่ได้ หากมาตรการยังแยกกันทำคนละกระทรวง สินเชื่อต้องเชื่อมกับตลาด การท่องเที่ยวต้องเชื่อมกับด่านชายแดน ท่าเรือต้องเชื่อมกับระบบราง ส่วนสิทธิ BOI ต้องเชื่อมกับผังเมือง แรงงาน และสถาบันการศึกษา

ดังนั้น รัฐบาลจึงควรกำหนดหน่วยงานเจ้าภาพ กรอบเวลา และตัวชี้วัดที่ประชาชนตรวจสอบได้ เช่น จำนวนผู้ประกอบการรายเล็กที่ได้รับสินเชื่อ ระยะเวลาผ่านด่านที่ลดลง มูลค่าการค้าชายแดน จำนวนนักท่องเที่ยว การจ้างงานใหม่ และมูลค่าการลงทุนที่เกิดขึ้นจริง

วัดผลที่ประชาชน :

การประกาศซอฟต์โลนและ Quick Win ช่วยสร้างความหวัง แต่บทพิสูจน์อยู่หลังเวทีแถลงข่าว โดยเฉพาะความรวดเร็วในการออกหลักเกณฑ์ ความโปร่งใสในการคัดเลือกผู้ได้รับประโยชน์ และความสามารถในการทำให้ผู้ประกอบการรายเล็กเข้าถึงมาตรการได้จริง

หากเงินทุนราคาถูกตกอยู่กับธุรกิจที่มีหลักประกันพร้อมอยู่แล้ว ขณะที่ ร้านค้า เกษตรกร และกิจการขนาดเล็กยังเข้าไม่ถึงสินเชื่อ มาตรการนี้ก็อาจเพิ่มช่องว่างแทนที่จะกระจายโอกาส

แต่หากรัฐบาลสามารถบูรณาการทั้ง 6 มาตรการให้เดินไปในทิศทางเดียวกัน ชายแดนใต้ก็มีโอกาสเปลี่ยนจากพื้นที่ที่ต้องรอการฟื้นฟู ไปเป็นฐานการค้า การท่องเที่ยว และการลงทุนแห่งใหม่ของประเทศได้

เพราะท้ายที่สุด! ความสำเร็จไม่ได้อยู่ที่รัฐบาลประกาศวงเงินกี่พันล้านบาท แต่อยู่ที่ประชาชนมีรายได้เพิ่ม ธุรกิจอยู่รอด งานใหม่เกิดขึ้น และเศรษฐกิจชายแดนใต้สามารถยืนได้ด้วยศักยภาพของตัวเอง!!!.