ไอแบงก์ปักหมุดทุนอิสลามโลก

(เปลี่ยนเวที IMF – World Bank เป็นสะพานเชื่อมเงิน GCC สู่เศรษฐกิจไทย)

ทุนตะวันออกกลางกำลังมองหา “โอกาสใหม่” ในเอเชีย ไทยเตรียมรับ “ผู้นำการเงินโลก” ในเดือนตุลาคม 2569  ภารกิจของ “ไอแบงก์” จึงใหญ่กว่าการจัดสัมมนา แต่อาจเปลี่ยน “ความสนใจ” ให้เป็น “เงินลงทุนจริง” พร้อมวางตำแหน่งไทย ก้าวสู่ “ประตูทุนอิสลาม” สู่อาเซียน

เวทีโลกเปิดประตูไทย :

การที่ประเทศไทยได้รับเกียรติเป็น เจ้าภาพการประชุมประจำปี 2026 Annual Meetings of the International Monetary Fund and the World Bank Group ระหว่างวันที่ 12–18 ตุลาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

ไม่ได้มีความหมายเพียงการต้อนรับผู้แทนจากสถาบันการเงินและองค์กรระหว่างประเทศ เท่านั้น แต่ยังเป็น โอกาสในรอบ 35 ปีที่ไทยจะนำเสนอ “บทบาทใหม่” ของประเทศต่อระบบเศรษฐกิจโลก

หนึ่งในบทบาทที่กำลังถูกผลักดัน นั่นคือ…การเป็นจุดเชื่อมโยงระหว่างแหล่งเงินทุนอิสลามจากตะวันออกกลางกับโครงการลงทุนในประเทศไทยและอาเซียน ผ่านกิจกรรมคู่ขนานอย่างเป็นทางการ หรือ Official Affiliated Programs ซึ่ง ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์) จะจัดขึ้นวันที่ 14 ตุลาคม 2569

กิจกรรมภายใต้หัวข้อ Islamic Finance: From Crisis Resilience to Transition Finance” จึงมีนัยสำคัญมากกว่าการสัมมนาทางวิชาการ เพราะจะเป็น เวทีที่ไทยสามารถเชื่อมผู้กำหนดนโยบาย สถาบันการเงิน นักลงทุน และองค์กรระหว่างประเทศเข้าหากันในจังหวะที่กระแสเงินทุนโลกกำลังเปลี่ยนทิศ

ก.ต่างประเทศพร้อมสนับสนุน :

ก่อนหน้านี้ ดร.ทวีลาภ ฤทธาภิรมย์ กรรมการและผู้จัดการ พร้อม คณะผู้บริหารไอแบงก์ เดินทางเข้าพบ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ต่างประเทศ เพื่อขอรับการสนับสนุนการจัดกิจกรรมดังกล่าว เป้าหมายก็เพื่อประสานความร่วมมือกับองค์กรและพันธมิตรระหว่างประเทศ เพื่อยกระดับการจัดงานสู่เวทีนานาชาติ และร่วมสร้างความเชื่อมั่นในศักยภาพของประเทศไทยต่อประชาคมโลก

ดร.ทวีลาภ ระบุว่า…ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยมีแผนในการเชิญผู้แทนระดับสูงจากประเทศที่มีความเข้มแข็งด้านการเงินอิสลาม ได้แก่ มาเลเซียและอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นประเทศสมาชิกภายใต้ กรอบความร่วมมือเศรษฐกิจ Indonesia–Malaysia–Thailand Growth Triangle (IMT-GT) เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และต่อยอดความร่วมมือด้านการเงินอิสลามในระดับภูมิภาค รวมถึงเชิญ ผู้บริหารระดับสูงจาก Islamic Development Bank (IsDB) และ ผู้แทนสถาบันการเงินชั้นนำจากประเทศสมาชิกคณะมนตรีความร่วมมือรัฐอ่าวอาหรับ (Gulf Cooperation Council: GCC) เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือในระดับสากล

“การเป็น เจ้าภาพการประชุม The 2026 Annual Meetings of the International Monetary Fund and the World Bank Group ถือเป็นโอกาสสำคัญที่ประเทศไทยจะได้แสดงศักยภาพและบทบาทบนเวทีเศรษฐกิจโลก สำหรับไอแบงก์แล้ว การจัดกิจกรรมคู่ขนานนับเป็นโอกาสในการนำเสนอศักยภาพของประเทศไทยด้านการเงินอิสลาม เชื่อมโยงเครือข่ายกับสถาบันการเงินและองค์กรระหว่างประเทศ รวมทั้ง สร้างความร่วมมือกับประเทศในภูมิภาค โดยเฉพาะภายใต้ กรอบ IMT-GT และประเทศสมาชิก GCC เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนระบบนิเวศฮาลาลและการเงินอิสลามให้เติบโตอย่างยั่งยืน ไอแบงก์เชื่อว่าความร่วมมือครั้งนี้ จะช่วยยกระดับบทบาทของประเทศไทยในเวทีการเงินอิสลามโลก สร้างความเชื่อมั่นต่อประชาคมระหว่างประเทศ และเปิดโอกาสใหม่ให้กับเศรษฐกิจไทย กรรมการและผู้จัดการอแบงก์ กล่าว

ส่วน นายสีหศักดิ์ กล่าวเสริมว่า การที่ประเทศไทยได้รับเกียรติเป็น เจ้าภาพการประชุม The 2026 Annual Meetings of the International Monetary Fund and the World Bank Group ถือเป็นโอกาสสำคัญในการแสดงศักยภาพและความพร้อมของประเทศต่อประชาคมโลก กระทรวงการต่างประเทศมีความยินดีที่จะสนับสนุนการดำเนินงานของธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย โดยเฉพาะ การประสานความร่วมมือกับหน่วยงานและพันธมิตรระหว่างประเทศ เพื่อให้การจัดกิจกรรมคู่ขนานครั้งนี้ประสบความสำเร็จ และสะท้อนบทบาทของประเทศไทยในฐานะประเทศที่พร้อมเชื่อมโยงความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การเงิน และการพัฒนา พร้อมสร้างความเชื่อมั่นและความประทับใจให้แก่ผู้แทนจากนานาประเทศที่เข้าร่วมการประชุม

เมื่อทุน GCC มองตะวันออก :

ประเทศสมาชิกคณะมนตรีความร่วมมือรัฐอ่าวอาหรับ (GCC) โดยเฉพาะ ซาอุดีอาระเบียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กำลังเร่งกระจายฐานเศรษฐกิจออกจากการพึ่งพารายได้ปิโตรเลียมเพียงด้านเดียว

เงินทุนจากภูมิภาคนี้ จึงไม่ได้มองหาเฉพาะกิจการน้ำมันและก๊าซอีกต่อไป แต่กำลังเคลื่อนเข้าสู่…ธุรกิจท่องเที่ยว อสังหาริมทรัพย์ โลจิสติกส์ อาหาร เทคโนโลยี สุขภาพ พลังงานสะอาด และโครงสร้างพื้นฐานในหลายภูมิภาค

เอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นหนึ่งในเป้าหมายสำคัญจากขนาดตลาด การเติบโตทางเศรษฐกิจ ความมั่นคงด้านอาหาร และตำแหน่งที่ตั้งบนเส้นทางการค้าระหว่างมหาสมุทรอินเดียกับมหาสมุทรแปซิฟิก

สำหรับประเทศไทย ความสนใจดังกล่าวเริ่มปรากฏผ่านทั้งการหารือระดับรัฐบาล การขยายความร่วมมือทางธุรกิจ ตลอดจนกำลังซื้อจากตะวันออกกลางในตลาดที่อยู่อาศัยระดับพรีเมียม โดยเฉพาะภูเก็ตและพื้นที่ชายฝั่งอันดามัน

ขณะเดียวกัน ทุนจากยูเออีก็มีฐานธุรกิจในไทยอยู่ก่อนแล้ว ทั้งการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในอ่าวไทย การบริหารท่าเทียบเรือ โรงแรม ศูนย์การค้า และกิจการบริการ

อย่างไรก็ตาม ต้องแยกให้ออกระหว่าง “ความสนใจลงทุน” กับ “การตัดสินใจลงทุน” เพราะ โครงการขนาดใหญ่บางส่วนยังอยู่เพียงขั้นศึกษาความเป็นไปได้หรือเจรจา ขณะที่ การลงทุนด้านพลังงานบางรายการเป็นกิจการเดิมที่ดำเนินงานต่อเนื่องมาหลายปี ไม่ใช่เงินก้อนใหม่ที่เพิ่งไหลเข้ามาหลังความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

นี่คือ…เหตุผลที่ประเทศไทยจำเป็นต้องมีกลไกคัดกรองและเปลี่ยนความสนใจเหล่านั้น ให้เป็นโครงการที่ตรวจสอบได้ มีแหล่งเงินทุนชัดเจน และสร้างประโยชน์ต่อระบบเศรษฐกิจในระยะยาว

ไอแบงก์ต้องเป็นมากกว่าธนาคาร :

ภารกิจของไอแบงก์ ในครั้งนี้ จึงไม่ควร “ถูกจำกัด” อยู่เพียงการเป็น ผู้ให้บริการทางการเงินแก่ประชาชนหรือผู้ประกอบการมุสลิม แต่ต้องขยายไปสู่การเป็น “ตัวกลางเชิงยุทธศาสตร์” ระหว่างเงินทุนอิสลามกับสินทรัพย์จริงของประเทศไทย

ไอแบงก์สามารถทำหน้าที่ประสานโครงการของรัฐ เอกชน และท้องถิ่น ให้เข้าสู่ระบบการระดมทุนตามหลักศาสนาอิสลาม รวมถึง เชื่อมต่อกับ Islamic Development Bank สถาบันการเงินชั้นนำ และกองทุนจากประเทศสมาชิก GCC

จุดแข็ง! ของไทย ไม่ได้อยู่ที่ขนาดตลาดการเงินอิสลาม เพราะยังไม่สามารถแข่งขันโดยตรงกับมาเลเซีย ซาอุดีอาระเบีย หรือยูเออีได้ แต่ไทยมีฐานเศรษฐกิจจริงที่หลากหลาย ตั้งแต่เกษตรและอาหารฮาลาล การท่องเที่ยว การแพทย์ โลจิสติกส์ พลังงานหมุนเวียน ไปจนถึงผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม

หากนำ สินทรัพย์และโครงการเหล่านี้ มาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่มีมาตรฐาน โปร่งใส และสอดคล้องกับหลักชะรีอะฮ์ ไทยจะไม่จำเป็นต้องประกาศตัวเป็น “คู่แข่ง” ของศูนย์กลางการเงินอิสลามเดิม แต่สามารถวางตำแหน่งเป็น “ประตูเชื่อมทุนอิสลามเข้าสู่เศรษฐกิจอาเซียน” ได้

ภาคใต้คือสนามจริง :

พื้นที่ภาคใต้ของไทย มีศักยภาพเป็น “พื้นที่นำร่อง” ของยุทธศาสตร์ดังกล่าว เนื่องจากมีทั้ง ฐานประชากรมุสลิม อุตสาหกรรมฮาลาล ทรัพยากรธรรมชาติ เมืองท่องเที่ยวระดับโลก และความเชื่อมโยงกับมาเลเซียและอินโดนีเซียผ่านกรอบ Indonesia–Malaysia–Thailand Growth Triangle หรือ IMT-GT

ฝั่งอันดามันอย่างภูเก็ต กระบี่ และพังงา สามารถรองรับทุนในธุรกิจท่องเที่ยวคุณภาพสูง การแพทย์ อสังหาริมทรัพย์ที่ถูกต้องตามกฎหมาย และบริการสำหรับตลาดมุสลิมระดับบน

สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส สามารถพัฒนาเป็นฐานอุตสาหกรรมอาหารฮาลาล เกษตรแปรรูป โลจิสติกส์ชายแดน พลังงานสะอาด และธุรกิจชุมชนที่เชื่อมกับตลาดมาเลเซีย อินโดนีเซีย และตะวันออกกลาง

แต่สิ่งที่ต้องระวัง! ก็คือ การดึงทุนเข้าสู่ภาคใต้จะต้องไม่หยุดอยู่ที่การซื้อที่ดิน บ้านพัก หรือสินทรัพย์ราคาแพงโดยไม่เชื่อมโยงกับเศรษฐกิจท้องถิ่น

การลงทุนที่มีคุณค่า? ควรสร้างการจ้างงาน ถ่ายทอดเทคโนโลยี พัฒนาผู้ประกอบการในพื้นที่ และเพิ่มโอกาสให้สินค้าและบริการของไทยเข้าสู่ตลาดโลกมุสลิม

ไม่ใช่ทำให้ราคาที่ดินสูงขึ้นโดยที่ประชาชนในพื้นที่ไม่ได้รับประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม!!!

จากปิโตรเลียมสู่ทุนเปลี่ยนผ่าน :

หัวข้อ Transition Finance ที่ ไอแบงก์ เลือกนำเสนอมีความ สอดคล้องกับทิศทางทุนโลก เพราะ…ประเทศผู้ผลิตน้ำมันเองก็กำลังลงทุนเพื่อเตรียมรับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานและลดการพึ่งพารายได้จากเชื้อเพลิงฟอสซิล

สำหรับ ประเทศไทย เงินทุนอิสลามสามารถนำมาใช้สนับสนุนโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน ระบบกักเก็บพลังงาน การบริหารจัดการน้ำ การปรับปรุงโรงงานเพื่อลดการปล่อยคาร์บอน ระบบขนส่ง และโครงสร้างพื้นฐานที่รับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้

เครื่องมือสำคัญคือ “ศุกูก” หรือพันธบัตรอิสลาม ซึ่งเป็นการระดมทุนที่อาศัยสินทรัพย์หรือกิจกรรมทางเศรษฐกิจรองรับ แทนการจ่ายดอกเบี้ยในรูปแบบทั่วไป

หาก รัฐบาล รัฐวิสาหกิจ หรือบริษัทไทย สามารถจัดทำ โครงการศุกูกที่ได้มาตรฐานและเป็นที่ยอมรับของนักลงทุนต่างประเทศ ไทยก็จะมีช่องทางใหม่ในการเข้าถึงเงินทุนระยะยาวจากตะวันออกกลาง มาเลเซีย อินโดนีเซีย และนักลงทุนที่ต้องการสินทรัพย์สอดคล้องกับหลักชะรีอะฮ์

จุดอ่อนที่ต้องเร่งปิด :

การมี ธนาคารอิสลามเพียงแห่งเดียว ยังไม่เพียงพอที่จะทำให้ไทยเป็น “ศูนย์กลาง” หรือ “ประตูทุนอิสลาม” ได้ หากระบบโดยรอบยังไม่พร้อม

ประเทศไทยจำเป็นต้องพัฒนากฎหมายและหลักเกณฑ์ภาษีให้รองรับธุรกรรมการเงินอิสลามอย่างเป็นธรรม เพราะธุรกรรมบางรูปแบบมีการซื้อและโอนสินทรัพย์หลายขั้นตอน หากต้องรับภาระภาษีซ้ำซ้อนก็จะแข่งขันกับผลิตภัณฑ์ทางการเงินทั่วไปไม่ได้

อีกทั้ง ไทยยังต้องมีมาตรฐานด้านชะรีอะฮ์ที่นักลงทุนต่างประเทศยอมรับ บุคลากรที่เข้าใจทั้งการเงิน กฎหมาย และหลักศาสนา รวมถึงระบบระงับข้อพิพาทที่รองรับสัญญาการเงินอิสลามได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ที่สำคัญที่สุด! คือ ประเทศไทยต้องมี “โครงการพร้อมลงทุน” ซึ่งระบุ พื้นที่ มูลค่า ผลตอบแทน ความเสี่ยง สิทธิประโยชน์ และผลกระทบต่อชุมชนอย่างชัดเจน เพราะนักลงทุนสถาบันไม่ได้ตัดสินใจจากคำเชิญชวนหรือวิสัยทัศน์เพียงอย่างเดียว

ไอแบงก์จึงต้องทำงานร่วมกับกระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงาน ก.ล.ต. ตลาดหลักทรัพย์ฯ BOI กระทรวงการต่างประเทศ และหน่วยงานพัฒนาพื้นที่ เพื่อสร้างระบบนิเวศการเงินอิสลามที่ครบวงจร

กรุงเทพฯ 2026 สู่อาบูดาบี 2029 :

จังหวะทางยุทธศาสตร์ ที่น่าจับตามองอีกประการหนึ่ง คือ หลังจากประเทศไทยเป็นเจ้าภาพการประชุมในปี 2569 สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์จะรับช่วงเป็นเจ้าภาพ IMF–World Bank Group Annual Meetings ในปี 2029 ณ กรุงอาบูดาบี

การส่งต่อ เจ้าภาพจากกรุงเทพฯ ไปสู่อาบูดาบี “เปิดโอกาส” ให้ไทยสร้างเส้นทางความร่วมมือระยะยาวระหว่างอาเซียนกับตะวันออกกลาง แทนที่จะให้กิจกรรมของไอแบงก์สิ้นสุดลงพร้อมกับการประชุมเดือนตุลาคม

ไทยอาจเสนอการจัดตั้ง คณะทำงานด้าน Islamic Transition Finance การพัฒนาโครงการนำร่องร่วมกับ IsDB หรือ สถาบันการเงินจาก GCC ตลอดจน การจัดทำรายการโครงการลงทุนที่สามารถติดตามผลต่อเนื่องไปจนถึงการประชุมปี 2029

หากมีเพียงการ แลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์ ไท ยจะได้ประโยชน์ในเชิงภาพลักษณ์ แต่หากเกิดกองทุน เครื่องมือทางการเงิน โครงการศุกูก หรือข้อตกลงร่วมลงทุนที่วัดผลได้ เวทีครั้งนี้จะกลายเป็นจุดเปลี่ยนของระบบการเงินอิสลามไทย

เปลี่ยนสนใจเป็นลงทุนจริง :

โอกาสของประเทศไทย ไม่ได้อยู่ที่การประกาศตนเป็น “ศูนย์กลางทุนอิสลามของโลก” ในทันที! แต่อยู่ที่การสร้างความน่าเชื่อถือทีละขั้น จนสามารถเป็นพื้นที่กลางที่เชื่อมทุนจาก GCC ความเชี่ยวชาญด้านการเงินอิสลามของมาเลเซียและอินโดนีเซีย กับโครงการเศรษฐกิจจริงของไทยและอาเซียน

ไอแบงก์จึงเป็น “ตัวเอก” ของยุทธศาสตร์นี้ ส่วนความสนใจจากกลุ่มทุนตะวันออกกลางคือแรงส่ง และภาคใต้คือพื้นที่พิสูจน์ว่า…ความร่วมมือทางการเงินสามารถสร้างผลลัพธ์แก่ประชาชนและผู้ประกอบการได้จริงหรือไม่?

บททดสอบหลังการประชุมเดือนตุลาคม จึงไม่ใช่…จำนวนแขก หรือความสำเร็จของการจัดงาน แต่คือ…ประเทศไทยจะสามารถเปลี่ยนรายชื่อผู้เข้าร่วมให้เป็นเครือข่าย เปลี่ยนเครือข่ายให้เป็นข้อตกลง และเปลี่ยนข้อตกลงให้เป็นเงินลงทุนจริงได้มากเพียงใด?

หากทำสำเร็จ! กรุงเทพฯ 2026 อาจไม่ใช่เพียง…เวทีประชุมการเงินโลก แต่จะเป็น “จุดเริ่มต้น” ของเส้นทางใหม่ที่เชื่อมทุนอิสลามจากตะวันออกกลางเข้าสู่ประเทศไทย และส่งต่อโอกาสจากไทยไปยังเศรษฐกิจอาเซียนอย่างเป็นรูปธรรม.

Login

Welcome! Login in to your account

Remember me Lost your password?

Lost Password