ไทยเปิดเช่าเกาะ!

(ธนารักษ์ปลุกทรัพย์สินรัฐ ประมูลสิทธิเช่าที่ราชพัสดุ สร้างมูลค่าเศรษฐกิจ เพิ่มรายได้แผ่นดิน)
ภาพสะท้อน “บทบาทใหม่” กรมธนารักษ์ยุคนี้ เปลี่ยนจาก “ผู้ดูแลทรัพย์สินของรัฐ” สู่ “ผู้บริหารสินทรัพย์แผ่นดิน” เร่งเปิดประมูลสิทธิการเช่าที่ราชพัสดุ ผ่านระบบ Treasury e-Auction หวัง…ดึงการลงทุน สร้างรายได้ และเพิ่มมูลค่าทรัพย์สินของรัฐ ด้าน “อธิบดีฯอุครุตม์” ย้ำ! ยังคงรักษากรรมสิทธิ์ไว้กับแผ่นดิน
ปลดล็อกทรัพย์สินของแผ่นดิน :
หากในอดีต บทบาทของกรมธนารักษ์ ได้ถูก “จดจำ” ในฐานะ…หน่วยงานที่ดูแลที่ราชพัสดุ ประเมินราคาที่ดิน และผลิตเหรียญกษาปณ์
ทว่าวันนี้…บทบาทดังกล่าวกำลังได้รับการ “เปลี่ยนผ่าน!” สู่การเป็น “ผู้บริหารสินทรัพย์ของรัฐ” (State Asset Manager) อย่างเต็มรูปแบบ!!!
นายอัครุตม์ สนธยานนท์ อธิบดีกรมธนารักษ์ ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนจากส่วนกลาง ที่ได้ร่วมคณะลงพื้นที่ จังหวัดชุมพร ระหว่างวันที่ 10-12 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา ภายใต้ โครงการธนารักษ์สานสัมพันธ์สื่อมวลชน ประจำปีงบประมาณ 2569 โดยประกาศ เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบาย “เพิ่มมูลค่าและคุณค่าทรัพย์สินของแผ่นดิน” ผ่านการจัดหาประโยชน์ที่ราชพัสดุเชิงรุก
และ การใช้กลไกตลาด เทคโนโลยี และความร่วมมือกับภาคเอกชน เพื่อให้ทรัพย์สินของรัฐสร้างผลตอบแทนกลับคืนสู่ประเทศอย่างต่อเนื่อง
เป้ารายได้…แรงขับของยุทธศาสตร์ :
หนึ่งในการขับเคลื่อนนโยบายข้างต้น นั่นก็คือ…การเร่งเปิดประมูลสิทธิการเช่าที่ราชพัสดุ และ การประมูลสิทธิฯในช่วงนี้ จะไม่ใช่เพียงแค่…การดึงดูดการลงทุน แต่ยังเป็น “กลไกสำคัญ” ในการผลักดันรายได้ของรัฐให้เป็นไปตามเป้าหมายที่กระทรวงการคลังกำหนด
โดยใน ปีงบประมาณ 2570 กรมธนารักษ์ได้รับเป้าหมายจัดเก็บรายได้ 14,300 ล้านบาท ขณะที่ ปีงบประมาณ 2569 แม้ตั้งเป้าไว้ประมาณ 11,900 ล้านบาท แต่ อธิบดีกรมธนารักษ์ แสดงความเชื่อมั่นว่าจะสามารถจัดเก็บรายได้จริงได้ ไม่น้อยกว่า 14,000 ล้านบาท
จากการเร่งเดินหน้าโครงการพัฒนาที่ราชพัสดุ การปลดล็อกโครงการขนาดใหญ่ และการเปิดประมูลทรัพย์สินที่มีศักยภาพอย่างต่อเนื่อง

เปิดเช่าเกาะ – รัฐไทยยังเป็นเจ้าของ :
กับแนวคิดที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก นั่นคือ…การเปิดประมูลสิทธิการเช่าที่ราชพัสดุที่มีศักยภาพสูง รวมถึง พื้นที่เกาะและชายฝั่ง เพื่อพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวหรือโครงการเชิงพาณิชย์ที่สร้างมูลค่าเพิ่ม
อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่ อธิบดีกรมธนารักษ์ ย้ำหนักแน่นและชัดเจน ก็คือ…
การเปิดให้เช่า ไม่ใช่การขาย!!!
ทั้งนี้ กรรมสิทธิ์ในที่ราชพัสดุยังคงเป็นของรัฐ ผู้ชนะการประมูลได้รับเพียงสิทธิการเช่าตามเงื่อนไขของสัญญา ซึ่งส่วนใหญ่เป็น…การเช่าระยะยาว เพื่อเปิดโอกาสให้เกิดการลงทุน ขณะเดียวกัน รัฐยังสามารถรักษาทรัพย์สินของแผ่นดินไว้ให้คนรุ่นต่อไป
โดยมี รายงานข่าว ระบุว่า…เกาะที่อยู่ในข่ายเปิดให้เช่า อาจเป็น…พื้นที่บางส่วนของเกาะเปลว จ.กระบี่ และ เกาะกูด จ.ตราด เพื่อให้เอกชนได้เข้าประมูลและพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว หรือรีสอร์ทระดับไฮเอนด์ ในเร็วๆ นี้
ผู้สนใจอาจต้องติดตามข้อมูลข่าวสารผ่านช่องทาง…เว็บไซต์ Treasury e-Auction ของกรมธนารักษ์
นอกจากนี้ ยังมี ที่ดินทำเลทอง…แปลงใหญ่ใจกลางเมือง ในเขตกรุงเทพฯ อาทิ แปลงริมแม่น้ำเจ้าพระยา (ใกล้ ICONSIAM) และ แปลงอดีตโรงพยาบาลโรงงานยาสูบ เนื้อที่ 5 ไร่ มูลค่ากว่า 1.3 พันล้านบาท และอื่นๆ
ยุทธศาสตร์สินทรัพย์ของชาติ :
การจัดหาประโยชน์ที่ราชพัสดุ ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงเกาะ หรือพื้นที่ท่องเที่ยว เท่านั้น แต่ยังครอบคลุมสนามกอล์ฟ ท่าเทียบเรือ อาคารราชพัสดุ พื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา เขตเศรษฐกิจพิเศษ และที่ดินศักยภาพสูงในหลายจังหวัด
แนวทางดังกล่าวสะท้อน การเปลี่ยนวิธีคิดจาก “การเก็บรักษาทรัพย์สิน” ไปสู่ “การบริหารทรัพย์สินให้สร้างรายได้” โดยยังคงยึดหลักความโปร่งใส การแข่งขันอย่างเป็นธรรม และประโยชน์สูงสุดของประเทศ
เปลี่ยนการประมูลสู่ยุคดิจิทัล :
อีกก้าวสำคัญของการปฏิรูป คือ การพัฒนาระบบ Treasury e-Auction ซึ่งเป็น…แพลตฟอร์มกลางสำหรับการประมูลของกรมธนารักษ์
โดยผู้สนใจ…สามารถศึกษารายละเอียด ลงทะเบียน วางหลักประกัน และเสนอราคาผ่านระบบออนไลน์ ช่วยเพิ่มความโปร่งใส ลดข้อจำกัดด้านเวลาและสถานที่ และขยายโอกาสให้ทั้งนักลงทุนและประชาชนเข้าถึงการประมูลได้อย่างทั่วถึง
ระบบดังกล่าวยังเป็นส่วนหนึ่งของการ “ยกระดับ” องค์กรสู่ Digital Treasury ที่ใช้เทคโนโลยีเข้ามาสนับสนุนการบริหารทรัพย์สินของรัฐอย่างมีประสิทธิภาพ

สิทธิการเช่า ไม่ใช่ขายทอดตลาด :
แม้การประมูลทั้ง 2 รูปแบบ คือ…“สิทธิการเช่า” และ “การขายทอดตลาด” จะดำเนินการผ่าน…ระบบเดียวกัน แต่มี…สถานะทางกฎหมายแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง!!!
การเปิดประมูล สิทธิการเช่าที่ราชพัสดุ เป็นการ “เปิดโอกาส” ให้เอกชนเข้ามาลงทุนพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของรัฐ โดยกรรมสิทธิ์ยังเป็นของกระทรวงการคลัง
ส่วน การขายทอดตลาดทรัพย์สินที่ตกเป็นของแผ่นดิน เช่น บ้าน ที่ดิน คอนโดมิเนียม หรือทรัพย์สินที่ถูกริบตามคำพิพากษาของศาล เป็นการจำหน่ายทรัพย์สินที่ผู้ชนะการประมูลจะได้รับกรรมสิทธิ์ตามกฎหมาย
การแยกบทบาททั้ง 2 ส่วนอย่างชัดเจน ช่วยให้ประชาชนเข้าใจกลไกการบริหารทรัพย์สินของรัฐได้ถูกต้อง และสะท้อนความโปร่งใสในการดำเนินงานของกรมธนารักษ์
มองต่างประเทศ เห็นโอกาสของไทย :
“ทีมข่าวยุทธศาสตร์” พบว่า…มีหลายประเทศได้ใช้ระบบเช่าระยะยาวกับทรัพย์สินของรัฐมาอย่างยาวนาน ไม่ว่าจะเป็น…สิงคโปร์ ฮ่องกง มัลดีฟส์ หรือสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งสามารถ ดึงดูดการลงทุน สร้างรายได้ และกระตุ้นเศรษฐกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยที่รัฐยังคงถือกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สิน อยู่เช่นเดิม
ประเทศไทยและคนไทย ยังคงเป็นเจ้าของทรัพย์สินของรัฐเหล่านั้น
แน่นอนว่า…รัฐไทยกำลังเดินไปในทิศทางเดียวกัน แต่ต้องดำเนินควบคู่กับ…การคัดเลือก “ผู้ลงทุนที่” มีศักยภาพ การคำนึงถึงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม และ การเปิดโอกาสให้ชุมชนในพื้นที่ได้รับประโยชน์จากการพัฒนาอย่างเป็นธรรม
บริหารสินทรัพย์ มากกว่าการเก็บรักษา :
เมื่อพิจารณาภาพรวม จะเห็นว่า…ยุทธศาสตร์ของกรมธนารักษ์ ภายใต้การนำของ อธิบดีฯอัครุตม์ ที่จะอยู่บริหารงานในกรมแห่งนี้อีกแค่ 2 เดือนเศษนั้น
ไม่ได้มีเพียง…การเปิดให้เช่าที่ราชพัสดุ
แต่ยังเชื่อมโยงกับการนำAI มาช่วยประเมินราคาที่ดิน การพัฒนาฐานข้อมูล GIS และ Single Source Data การยกระดับตลาดเหรียญกษาปณ์ผ่าน Coin Market Platform ตลอดจน การส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดบนอาคารราชพัสดุ
ทั้งหมดล้วนเป็น…ส่วนหนึ่งของ “วิสัยทัศน์เดียวกัน!” นั่นคือ…การเพิ่มมูลค่าและคุณค่าทรัพย์สินของแผ่นดิน!!!
จากทรัพย์สินของรัฐ สู่สินทรัพย์เศรษฐกิจ :
การเปิดประมูลสิทธิการเช่าที่ราชพัสดุ จึงไม่ใช่เพียงการสร้างรายได้เข้าคลัง หากแต่เป็นการปรับบทบาทของทรัพย์สินของแผ่นดิน ให้กลายเป็น “เครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ” ผ่านการลงทุนของภาคเอกชน ภายใต้เงื่อนไขที่รัฐยังคงรักษากรรมสิทธิ์และผลประโยชน์สาธารณะไว้
หากดำเนินการด้วยความโปร่งใส มีการคัดเลือกผู้ลงทุนที่เหมาะสม และคำนึงถึงการพัฒนาอย่างยั่งยืน…
“ไทยเปิดเช่าเกาะ” จะไม่ใช่เพียงประเด็นข่าวที่สร้างความสนใจ หากแต่เป็นสัญลักษณ์ของการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคใหม่ของการบริหารทรัพย์สินของรัฐ
ที่มุ่งสร้าง…คุณค่าให้ทรัพย์สินของแผ่นดิน เพื่อประโยชน์ของประเทศและประชาชนในระยะยาว อย่างยั่งยืน!!!.






