ฝันหรือจริง? ชาติรายได้สูง!!!

(โรดแมป 12 ปีของ ‘รัฐบาลอนุทิน’ กำลังท้าทาย ‘ข้อจำกัดเชิงโครงสร้าง’ มากมาย? ที่ประเทศไทยเผชิญมานาน)
รัฐบาลตั้งเป้าพาประเทศไทยก้าวสู่ประเทศรายได้สูงภายในปี 2581 พร้อมวาง “7 เครื่องยนต์เศรษฐกิจ” เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ แต่เป้าหมายจะเป็นจริงได้หรือไม่ ยังต้องพิสูจน์ด้วยการปฏิรูปเศรษฐกิจและระบบบริหารประเทศอย่างจริงจัง
กลายเป็นประเด็นที่โลกเฝ้าจับตามองประเทศไทย? หลังจากที่ รัฐบาลไทย ภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ได้ประกาศดังๆ ให้โลกได้รับรู้ทั่วกัน…
ประเทศไทยจะ “อัพ” ตัวเองสู่ความเป็นประเทศที่มีรายได้สูงภายในเวลา 12 ปี!!!
ในวันที่ตัวเขาสวมบท “ประธานการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐ และเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.)” เมื่อวันที่ 22 มิ.ย.2569 ณ ทำเนียบรัฐบาล
ก่อนจะให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมว่า…เวทีดังกล่าวจะถูกใช้เป็นพื้นที่ทำงานร่วมกับภาคเอกชนในการพัฒนาเศรษฐกิจประเทศ โดยวางแผนนัดหมายหารือเพื่อเพิ่มขีดความสามารถด้านการแข่งขันประเทศ ในทุก 4-6 สัปดาห์ เพื่อกลั่นกรองนโยบายด้านเศรษฐกิจทั้งด้านอุตสาหกรรม เกษตรกรรม พลังงาน แรงงาน การค้า ซึ่งจะประหยัดเวลาเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.)
เป้าหมายก็อย่างที่ นายนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง เคยกล่าวเอาไว้…
“กรอ.เห็นชอบยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจเพื่อยกระดับเป็นประเทศรายได้สูง (High-Income Country) ภายใน 12 ปี โดยเป็นเป้าหมายที่มาจากการทำงานร่วมกับธนาคารโลกที่ระบุหากขับเคลื่อน 7 สาขาอุตสาหกรรมเป้าหมายจะบรรลุเป้าหมายประเทศรายได้สูง”
แต่ในวันที่ประเทศไทย กำลังยประสบปัญหาต่างๆ มากมาย ทั้งจากปัจจัยภายในและภายนอก ที่สุด! รัฐบาลไทยจะทำได้ตามที่วาดฝันเอาไว้หรือไม่? เรื่องนี้…ต้องพิสูจน์ให้โลกได้เห็นเป็นที่ประจักษ์?
วิสัยทัศน์ที่เริ่มต้นจากการยอมรับความจริง :
ย้อนกลับไปฟัง เมื่อครั้งที่ นายเอกนิติ เคยกล่าวก่อนหน้านี้ ซึ่งมันน่าสนใจตรงที่…เขาไม่ได้เริ่มต้นจากการกล่าวอ้างถึงความสำเร็จในอดีต แต่เริ่มจากการยอมรับข้อเท็จจริงว่า…วันนี้ประเทศไทยยังมีรายได้ประชาชาติต่อหัวเพียงประมาณ 8,000-9,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี ขณะที่เป้าหมายของประเทศรายได้สูงอยู่ที่ประมาณ 15,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี
การยอมรับ “จุดที่ประเทศไทยยืนอยู่” ถือเป็น…ก้าวแรกของการกำหนดทิศทางการพัฒนา เพราะหากไม่ยอมรับความจริง ก็ยากที่จะกำหนดยุทธศาสตร์ที่ตอบโจทย์อนาคตได้
การที่ รัฐบาลไทยได้วางโรดแมประยะ 12 ปี โดยขับเคลื่อนผ่าน 7 อุตสาหกรรมเป้าหมาย ได้แก่ เกษตรและอาหาร ยานยนต์แห่งอนาคต อิเล็กทรอนิกส์และดิจิทัล ยาและสุขภาพ การท่องเที่ยวคุณภาพ การค้า และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ พร้อมใช้ 4 เครื่องยนต์หลัก ได้แก่ การลงทุนใหม่ การท่องเที่ยว การพัฒนาทุนมนุษย์ และการเพิ่มประสิทธิภาพภาครัฐ
เป้าหมายเหล่านี้ถือเป็น “ภาพอนาคต” ที่ชัดเจน! แต่ก็มีคำถามตัวโตๆ ที่เกิดขึ้นตามมา นั่นคือ…ประเทศไทยพร้อมหรือยังที่จะไปถึงจุดนั้น???
กับ 5 โจทย์ใหญ่ที่ “รัฐบาลอนุทิน” จะต้องตอบให้ได้!!??
โจทย์แรก…ประเทศติดกับดักหนี้ :
เศรษฐกิจไทยไม่อาจเติบโตอย่างยั่งยืน หากประชาชนจำนวนมากยังจมอยู่กับภาระหนี้ครัวเรือน ขณะเดียวกัน ภาครัฐก็ต้องบริหารหนี้สาธารณะควบคู่กับการลงทุนใหม่!!!
และเมื่อ รายได้ส่วนหนึ่งของคนไทยและภาคธุรกิจ จะต้องถูกนำไปใช้เพื่อชำระหนี้ นั่นย่อมส่งผลกระทบให้…อำนาจกำลังซื้อ การลงทุน และการบริโภคย่อมชะลอตัวตามไปด้วย
หากประเทศไทยต้องการเพิ่มรายได้ต่อหัวเกือบเท่าตัวภายใน 12 ปี การแก้ปัญหาหนี้ ทั้งหนี้ภาคครัวเรือนและหนี้สาธารณ จึงไม่ใช่มาตรการระยะสั้น
แต่มันคือ…แผนยุทธศาสตร์สำคัญของประเทศ กันเลยทีเดียว!!??
โจทย์ที่สอง…ประสิทธิภาพภาครัฐ :
สิ่งที่น่าสนใจคือ รัฐบาลเองได้กำหนด “ประสิทธิภาพภาครัฐ (Government Effectiveness) ” เป็น 1 ใน 4 เครื่องยนต์หลัก นั่นสะท้อนว่า…แม้รัฐบาลจะมีนโยบายลงทุนและดึงเม็ดเงินใหม่เข้าสู่ประเทศ แต่หากระบบราชการยังล่าช้า การอนุมัติใบอนุญาตยังซับซ้อน และการให้บริการภาครัฐยังไม่ทันโลก
การแข่งขันของประเทศก็ย่อมได้รับผลกระทบ! อย่างยากจะหลีกเลี่ยงได้
ดังนั้น การปฏิรูประบบราชการ จึงไม่ใช่เพียงเรื่องของข้าราชการ หากแต่เป็นเรื่องของศักยภาพการแข่งขันของประเทศโดยตรง
โจทย์ที่สาม…การแข่งขันที่เป็นธรรม :
ประเทศไทยมีศักยภาพด้านอุตสาหกรรมและผู้ประกอบการจำนวนมาก แต่คำถามสำคัญ นั่นก็คือ… ระบบเศรษฐกิจเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการรายใหม่เติบโตได้มากเพียงใด?
นั่นเพราะ…การสร้างประเทศรายได้สูง! จำเป็นต้องอาศัยเศรษฐกิจที่มีการแข่งขันอย่างเป็นธรรม สนับสนุนวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) นวัตกรรม และผู้ประกอบการรุ่นใหม่ ให้สามารถเข้าถึงแหล่งทุน เทคโนโลยี และตลาดได้อย่างเท่าเทียม
โจทย์ที่สี่…ทุนมนุษย์คือหัวใจ :
หนึ่งในประเด็นที่ รองนายกฯเอกนิติ ได้ให้ความสำคัญ คือ “ทุนมนุษย์ (Human Capital)”
ซึ่งแผนการพัฒนาทักษะด้าน STEM, AI, นวัตกรรม และแรงงานแห่งอนาคต มันสะท้อนว่า…รัฐบาลมองเห็นความสำคัญของ “คน” มากกว่าการเพิ่มตัวเลขการลงทุนเพียงอย่างเดียว
อย่างไรก็ตาม คำถามที่ต้องตอบให้ได้ ก็คือ ระบบการศึกษา การผลิตกำลังคน และการยกระดับทักษะแรงงานของไทย พร้อมรองรับเศรษฐกิจยุคใหม่เพียงใด?
เพราะสุดท้ายแล้ว ประเทศรายได้สูงจะเกิดขึ้นไม่ได้ หากแรงงานยังมีรายได้ต่ำ
โจทย์สุดท้าย…จากวิสัยทัศน์สู่การปฏิบัติ :
ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา ประเทศไทยเคยมีแผนยุทธศาสตร์ระดับชาติหลายฉบับ ทั้งยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และนโยบายรัฐบาลหลายยุคหลายสมัย
โรดแมป 12 ปีในครั้งนี้ จึงไม่ใช่ความท้าทายด้าน “การประกาศเป้าหมาย” แต่เป็นความท้าทายด้าน “การลงมือทำ”
การจะก้าวสู่ประเทศรายได้สูง ต้องอาศัยความต่อเนื่องของนโยบาย การบูรณาการระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ตลอดจนการสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ
ประเทศไทยพร้อมหรือยัง? :
การตั้งเป้าหมายเป็นประเทศรายได้สูงภายในปี 2581 ถือเป็นวิสัยทัศน์ที่กล้าหาญ และเป็นการส่งสัญญาณ ว่า…รัฐบาลต้องการเปลี่ยนผ่านเศรษฐกิจไทยจากการเติบโตแบบเดิมไปสู่เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม ความรู้ และประสิทธิภาพ
แต่ความสำเร็จของโรดแมปนี้ จะไม่ได้ถูกตัดสินจากคำประกาศของคนในรัฐบาล หากแต่จะถูกพิสูจน์ด้วยผลลัพธ์ที่ประชาชนสัมผัสได้จริง ไม่ว่าจะเป็น…
รายได้ที่เพิ่มขึ้น โอกาสที่เป็นธรรม คุณภาพการศึกษา ประสิทธิภาพของภาครัฐ และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
เพราะท้ายที่สุดแล้ว “ประเทศรายได้สูง” ไม่ใช่ประเทศที่มีตัวเลขเศรษฐกิจสูงเพียงอย่างเดียว หากคือประเทศที่ประชาชนส่วนใหญ่มีรายได้มั่นคง มีโอกาสก้าวหน้า และมีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างทั่วถึง!!!.






