DAD : ผู้จัดการระบบเมือง

(ผนึก 8 หน่วยงานรัฐ ปลดล็อก! ‘คอขวด’ แจ้งวัฒนะ – วางหมาก ‘เมืองราชการอัจฉริยะ’ แห่งใหม่ของไทย)

แผนกลยุทธ์ “ขยายถนนประชาชื่น” 1.3 กม. อาจไม่ใช่แค่ “แก้รถติด” แต่สะท้อนยุทธศาสตร์ใหม่ของภาครัฐ ที่จะเชื่อม “คมนาคม–พลังงาน–สิ่งแวดล้อม–บริการสาธารณะ” เข้าสู่ระบบเมืองเดียวกัน ภายใต้ความร่วมมือ 8 หน่วยงาน และ DAD กำลังขยับบทบาทสู่ “ผู้จัดการระบบเมือง” ยุคใหม่ หากสำเร็จ ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะอาจกลายเป็นต้นแบบ Government Smart District แห่งแรกของไทย

การลงนามความร่วมมือ ระหว่าง…8 หน่วยงานภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ เพื่อเดินหน้า โครงการขยายถนนประชาชื่น เป็น 4 ช่องจราจร ในช่วงการประปานครหลวง–ถนนแจ้งวัฒนะ ระยะทาง 1.3 กิโลเมตร มองเผิน ๆ อาจเห็นเป็นเพียงโครงการแก้ปัญหาจราจรในพื้นที่ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ

แต่หากพิจารณาให้ลึก จะพบว่า…นี่กำลังเป็น “ภาพสะท้อนเชิงยุทธศาสตร์” ของการเปลี่ยนผ่านบทบาทภาครัฐไทยครั้งสำคัญ โดยเฉพาะบทบาทของ บริษัท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ จำกัด หรือ DAD Asset Development ที่กำลังขยับตัวจาก “ผู้บริหารอาคารราชการ” ไปสู่ “ผู้พัฒนาโครงสร้างระบบเมือง” อย่างชัดเจน

โครงการดังกล่าว ได้เตรียมการ ขยายถนนจากเดิม 2 ช่องจราจร เป็น 4 ช่องจราจร พร้อม พัฒนาระบบระบายน้ำ ไฟฟ้าส่องสว่าง และเครื่องหมายจราจร ด้วยงบประมาณราว 300 ล้านบาท โดยมี กรุงเทพมหานครรับหน้าที่ก่อสร้างหลัก และ คาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือนกันยายน 2570

ในมุมมองของ “ทีมข่าวยุทธศาสตร์” แล้ว สาระสำคัญของข่าวชิ้นนี้ อาจไม่ได้อยู่ที่ “ถนน” หากแต่อยู่ที่ “วิธีคิดใหม่ของภาครัฐ”

จาก “ผู้ดูแลอาคาร” สู่ “ผู้จัดการระบบเมือง”

ในอดีต DAD มี “ภาพจำ” ในฐานะ…หน่วยงานบริหารพื้นที่ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ถนนแจ้งวัฒนะ ทำหน้าที่ดูแลอาคาร สาธารณูปโภค และพื้นที่สำนักงานภาครัฐเป็นหลัก

ทว่า ตลอดเดือนพฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา DAD ภายใต้การนำของ ดร.ธีธัช สุขสะอาด รักษาการแทนกรรมการผู้จัดการ ได้วางทิศทางการ “ขับเคลื่อนองค์กร” ที่สะท้อน “ภาพใหม่” ซึ่งแตกต่างออกไปจากเดิมอย่างมีนัยสำคัญ??? ไม่ว่าจะเป็น…

การผลักดันศูนย์ราชการฯ สู่โมเดล Net Zero ร่วมกับองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (TGO)

การร่วมมือกับ Enapter และ GIZ พัฒนาระบบพลังงานไฮโดรเจน

การใช้ EV Shuttle Bus ภายในพื้นที่

การเชื่อมระบบขนส่งกับรถไฟฟ้าสายสีชมพูและสายสีแดง

รวมถึง การพัฒนาโครงข่ายถนนหมายเลข 8, 10 และ 11 เพื่อระบายการจราจรโดยรอบศูนย์ราชการฯ

ความร่วมมือครั้งนี้ เพื่อประโยชน์ของประชาชนผู้ใช้ถนน และเพื่อเชื่อมโยงเส้นทางคมนาคมเข้าสู่พื้นที่ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ และหน่วยงานอื่นๆ ที่อยู่ในพื้นที่แห่งนี้ซึ่งถือเป็นและพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญ ยังช่วยลดปัญหาการจราจรติดขัด เพิ่มทางเลือกการเดินทางให้ประชาชน บุคลากรทางการแพทย์ และผู้มาติดต่อราชการ พร้อม เพิ่มประสิทธิภาพการเข้าถึงราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ โรงพยาบาล และหน่วยงานภาครัฐต่างๆ รวมทั้ง เพิ่มศักยภาพโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการเติบโตของเมืองในอนาคตดร.ธีธัช ระบุและอธิบายว่า…

ภารกิจของความร่วมมือ กรุงเทพมหานคร รับหน้าที่หลักในการปรับปรุงเส้นทางด้วยงบก่อสร้างประมาณ 300 ล้านบาท  พร้อมพัฒนาองค์ประกอบต่างๆ อาทิ ระบบระบายน้ำ ระบบไฟฟ้าส่องสว่าง ป้ายและเครื่องหมายจราจร ขณะที่ จังหวัดนนทบุรี และ สำนักงานธนารักษ์พื้นที่นนทบุรี สนับสนุนการใช้พื้นที่และอำนวยความสะดวกด้านการดำเนินงาน ส่วน การประปานครหลวง ยินยอมให้ใช้พื้นที่ในโครงการปรับปรุงถนนครั้งนี้ และ การไฟฟ้านครหลวง รับผิดชอบการประสานและดูแลโครงสร้างสาธารณูปโภค รวมถึงการย้ายหรือปรับปรุงระบบเดิมที่เกี่ยวข้อง

ด้าน บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) จะดำเนินการด้านโครงข่ายสื่อสารและระบบสายสื่อสารใต้ดิน ขณะที่ ธพส. รับบทบาทให้การสนับสนุนพื้นที่  และการประชาสัมพันธ์โครงการ ส่วน ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ทำหน้าที่ประสานงานและร่วมผลักดันโครงการในภาพรวม เพื่อให้การพัฒนาโครงข่ายคมนาคมเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนและผู้ใช้พื้นที่ศูนย์ราชการฯ ในระยะยาว 

“ความร่วมมือครั้งนี้ นับเป็นอีกก้าวสำคัญของการบูรณาการทำงานระหว่างหน่วยงานภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการคมนาคมอย่างเป็นระบบให้กับถนนประชาชื่น และยังสามารถรองรับรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ที่สัญจรเข้า-ออก จากโครงข่ายถนนที่ออกจากศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ ได้แก่ ถนนหมายเลข 8 ที่เชื่อมต่อออกไปยังถนนวิภาวดี-รังสิต ถนนกำแพงเพชร 6 และ ถนนหมายเลข 10 ที่เชื่อมต่อไปยังถนนประชาชื่น ซึ่งถนนเส้นนี้ออกแบบให้รองรับการสัญจรของรถยนต์ได้อย่างน้อย 4 แสนคันต่อเดือน จึงช่วยสร้างความสะดวก ปลอดภัย และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน” รักษาการแทน เอ็มดี. DAD ย้ำยืนยัน

ทั้งหมดนี้ มันสะท้อนว่า…DAD กำลังวางตัวเองใหม่ในฐานะ “Urban Infrastructure Integrator” หรือผู้ประสานโครงสร้างพื้นฐานเมืองสมัยใหม่ มากกว่าการเป็นเพียงผู้บริหารอาคารของรัฐ หรือไม่???

ถนนประชาชื่น ไม่ใช่แค่ถนน แต่คือ “เส้นเลือด” ของ Government Ecosystem

สิ่งที่น่าสนใจสำหรับโครงการนี้ นั่นก็คือ…โครงการถนนหมายเลข 11 ไม่ได้ถูกออกแบบแบบโดดเดี่ยว แต่เป็นส่วนหนึ่งของ “โครงข่ายคมนาคมใหม่” รอบศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ

ถนนหมายเลข 8 เชื่อมออกวิภาวดี–กำแพงเพชร 6
ถนนหมายเลข 10 เชื่อมหลังศูนย์ราชการฯ ออกประชาชื่น
ส่วนถนนหมายเลข 11 จะทำหน้าที่เป็น “ตัวรับและระบายรถ” จากถนนหมายเลข 10 ต่อเนื่องออกสู่ถนนแจ้งวัฒนะ

กล่าวอีกนัยหนึ่ง DAD อาจไม่ได้มอง “ถนน” เป็นเพียงโครงการก่อสร้าง แต่พวกเขากำลังมองเห็นมัน ในฐานะ “ระบบเส้นเลือดของเมืองราชการ”

เพราะปัจจุบัน ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ…ไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่ราชการธรรมดาอีกต่อไป แต่กำลังเติบโตเป็น Super Government Hub ที่มีทั้งหน่วยงานรัฐ โรงพยาบาล ระบบดิจิทัล พื้นที่ทำงานรูปแบบใหม่ และโครงสร้างขนส่งสมัยใหม่อยู่ในพื้นที่เดียวกัน

เมื่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการบริการสาธารณะเพิ่มขึ้น ภาพการจราจรในแบบ “คอขวด” จึงกลายเป็น “ความเสี่ยง” ระดับโครงสร้างเมือง!!! ที่จะไม่ใช่เพียงปัญหาการเดินทางทั่วไปอีกต่อไป!!??

จุดเปลี่ยนสำคัญ : 8 หน่วยงานยอม “เปิดพื้นที่ตัวเอง”

“หัวใจสำคัญที่สุด!” ของข่าว “8 หน่วยงานผนึกกำลัง ขยายถนนประชาชื่น แก้ปัญหาการจราจร เชื่อมแจ้งวัฒนะ–ศูนย์ราชการฯ” อาจไม่ใช่เรื่อง…งบประมาณหรือระยะทางก่อสร้าง

แต่คือ “รูปแบบความร่วมมือ”

นั่นเพราะ…ที่ผ่านมา หน่วยงานภาครัฐไทย มักเผชิญปัญหาการทำงานแบบแยกส่วน กล่าวคือ “ต่างคน…ต่างดูแลพื้นที่และงบประมาณของตนเอง”

แต่สำหรับ โครงการนี้ กลับเกิดความร่วมมือในเชิงของ “การบูรณาการ” ระหว่าง 8 งานของรัฐ ประกอบด้วย…กรุงเทพมหานคร จังหวัดนนทบุรี  การประปานครหลวง  การไฟฟ้านครหลวง  บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ สำนักงานธนารักษ์พื้นที่นนทบุรี และ DAD

แต่ละหน่วยงาน ยอมสนับสนุนพื้นที่ ระบบสาธารณูปโภค และโครงสร้างพื้นฐานของตน เพื่อสร้าง “ผลประโยชน์ร่วม” ในระดับพื้นที่เมือง

นี่คือ…รูปแบบ “Infrastructure Integration Model” ที่พบได้ไม่บ่อยในระบบราชการไทย!!!

และอาจเป็น “สัญญาณบวก” ที่ว่า…รัฐกำลังเริ่มเปลี่ยนวิธีคิดจาก “ต่างคนต่างทำ” ไปสู่ “การออกแบบเมืองร่วมกัน”

เชื่อมยุทธศาสตร์คมนาคม เข้ากับยุทธศาสตร์สิ่งแวดล้อม

อีกประเด็นที่น่าสนใจ นั่นก็คือ…DAD ไม่ได้สื่อสารเรื่อง “ถนน” ในมิติ “แก้รถติด” เพียงอย่างเดียว แต่พยายามนำไปเชื่อมโยงกับ

Net Zero PM2.5 Hydrogen Energy Smart Mobility EV Shuttle และ Low-Carbon City

นั่นก็หมายความว่า…DAD กำลังวาง Narrative ใหม่ ในทำนอง“โครงสร้างพื้นฐาน” ไม่ใช่แค่เรื่องกายภาพ แต่คือเครื่องมือด้านสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิต!!??

แนวคิดนี้ สอดคล้องกับโมเดลเมืองสมัยใหม่ทั่วโลก ที่นิยมใช้ระบบคมนาคม พลังงาน และการออกแบบเมือง เป็น “เครื่องมือร่วมกัน” ในการลดการปล่อยคาร์บอน

คำถามสำคัญ : จะลดรถติดได้จริงหรือไม่?

อย่างไรก็ตาม แม้โครงการดังกล่าวจะมี “ภาพเชิงบวก” ในหลายด้าน แต่ยังคงมี “คำถามตัวโตๆ” ที่ผู้เกี่ยวข้องต้องติดตามกันต่อ โดยเฉพาะ…

การขยายถนนจะช่วยลดปัญหาจราจรระยะยาวได้จริงหรือไม่?

มีการศึกษาปริมาณรถในอนาคตหรือไม่?

ระบบ EV Shuttle และการเชื่อมรถไฟฟ้าจะจูงใจให้คนลดใช้รถส่วนตัวได้มากเพียงใด?  

หรือ ท้ายที่สุด! จะเกิดปรากฏการณ์ “ยิ่งขยายถนน ยิ่งมีรถเพิ่ม” ตามแนวคิด Induced Demand หรือเปล่า?  

คำถามเหล่านี้ จะเป็น “ตัวชี้วัด” ว่า…โครงการดังกล่าวจะเป็นเพียง “การแก้คอขวดชั่วคราว” หรือจะ พัฒนาไปสู่ “ต้นแบบเมืองราชการอัจฉริยะ” ได้จริง!

ถึงบรรทัดนี้ “ทีมข่าวยุทธศาสตร์” เชื่อว่า…โครงการขยายถนนประชาชื่น 1.3 กิโลเมตร อาจไม่ได้เป็นเพียงงานโยธา แต่มันกำลังเป็น “บททดลองสำคัญ ของภาครัฐของไทย ในการ “เปลี่ยน!” ศูนย์ราชการ ให้กลายเป็น…ระบบเมืองสมัยใหม่ ที่เชื่อม การคมนาคม พลังงาน สิ่งแวดล้อม และบริการสาธารณะ เข้าไว้ในโครงสร้างเดียวกันอย่างเป็นระบบ

และหาก “โมเดลนี้” ประสบความสำเร็จ “แจ้งวัฒนะ” อาจไม่ใช่เพียง…ศูนย์ราชการ อีกต่อไป แต่มันจะกลายเป็น…ต้นแบบ Government Smart District แห่งแรกของประเทศไทยในอนาคต เลยทีเดียว!!!.

Login

Welcome! Login in to your account

Remember me Lost your password?

Lost Password